เมื่อมั่นใจแล้ว ว่าคนที่บีบคั้นให้ทุกข์ทรมาร ไม่ได้อยู่ที่ไหนไกล งั้นเราก็มาอยู่ด้วยกัน มาเรียนรู้ด้วยกัน มีอ ะไรก็หันหน้าเข้ามาหากัน เข้ามาเผชิญกันและกัน ทำความรู้ทำความเข้าใจกันนะ

เหมือนหนูไม่มีอะไรจะเขียน  เห็นความไม่อยากเขียนแล้วก็ให้อนาจใจ ระลึกถึงคำครูว่า ผลักไสใจไม่เป็นกลาง

 ทำไมหนูถึงไม่อยากเขียนบันทึกหนอ

 

เพราะตอนนี้ใจมันร้อนรุ่ม กังวลว่าจะไปประชุมทันหรือไม่

 มีเสียงภายในออกมามากมายว่า รีบ ๆ หน่อย วันนี้เธอไม่มีเวลานะ อย่ามัวโอ้เอ้

เสียงนี้ดังมาก่อนไปวิ่งออกกำลังกาย เข้ามาในห้องแล้วก็ยังดังขึ้นมาบีบคั้นใจ

 

กิเลสไม่เว้นช่องให้ใจสงบได้เลย คอยบีบคั้นให้ทำโน่นทำนี่

ไปโน่นไปนี่ ใจไม่นิ่งเย็น ทรมารหนอ

ไม่มีอะไร ไม่มีใครมาบีบมาเค้น

ใจข้างในนี่เองหนอ บีบเค้นตนเอง

 

เมื่อไหร่จะหายใจเป็นสักที ใจมีคร่ำครวญ ทรมาร

ต้องทรมารไปอีกนานแค่ไหนหนอ เสียงรำพึงรำพัน

มันทุกข์หนอ ทุกข์ ก็จะอดทน เพราะมันคือ ความตั้งใจ ตั้งมั่นในเส้นทางแห่งการภาวนา

 

แม้มันจะยาก แต่ก็จะสู้ เอาเลย ท่านจะบีบสักเพียงไหน

จะเค้นสักเพียงไหนก็ทำเถิด

ความทุกข์ทรมารที่บังเกิด เราขอใช้เป็นบทเรียนในการเรียนรู้การมีชีวิต

หากท่านมีความจริงสิ่งใดในการเป็นมนุษย์แสดงตัวออกมาให้ใจนี้เห็นเถิด

 

เมื่อมั่นใจแล้ว ว่าคนที่บีบคั้นให้ทุกข์ทรมาร ไม่ได้อยู่ที่ไหนไกล

งั้นเราก็มาอยู่ด้วยกัน มาเรียนรู้ด้วยกัน มีอะไรก็หันหน้าเข้ามาหากัน

เข้ามาเผชิญกันและกัน ทำความรู้ทำความเข้าใจกันนะ

ขอบคุณนะที่เปิดโอกาสให้ใจนี้ได้เรียนรู้