การทำชีวิตให้มีคุณค่าและมีประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่า เราจะอยู่ได้นานหรือสั้น เวลาที่ผ่านมาก็ถือว่าคุ้มค่าแห่งการเกิดแล้ว

ปีเก่าผ่านพ้นไป ปีใหม่เริ่มก้าวเข้ามาแล้ว แม้จะผ่านวัยมาพอควรมีอายุมากขึ้น มิใช่สาระสำคัญ แต่การทำชีวิตให้มีคุณค่าและมีประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่า เราจะอยู่ได้นานหรือสั้น เวลาที่ผ่านมาก็ถือว่าคุ้มค่าแห่งการเกิดแล้ว


หลายปีที่ผ่านมา มีความรู้สึกว่า มีความรู้สึกดีๆเกิดขึ้นในใจหลายอย่าง เมื่อใจเรารู้สึกดี ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างก็จะดีตาม การงานอยู่ตัว กินอาหารดีมีประโยชน์ ออกกำลังกายเหมาะสม สุขภาพก็ดีขึ้น
แต่ความรู้สึกดีๆนี้ จะเกิดขึ้นได้เมื่อเราได้มีการปรับเปลี่ยนสิ่งละอันพันละน้อย ในสิ่งที่ทำอยู่แล้ว ในชีวิตประจำวันเท่านั้น ไม่ยากอะไร แต่สิ่งใหม่ๆที่จะเริ่มคิดทำนั้น อาจต้องใช้ความพยายามมากขึ้นอีกหน่อย แต่สู้ได้ ถ้าสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้น จะทำให้สามารถแก้ปัญหาและอุปสรรคในชีวิตได้
มาคิดดูถึงหัวข้อว่า “คุณจะเปลี่ยนแปลงอะไร 5-10 อย่าง เพื่อชีวิต ครอบครัว สังคม หรือชุมชนมีความสุขตลอดปี 2553" เลยลองมาเขียนดูเสียหน่อย

อย่างแรกเลยที่ตั้งใจไว้คือ1.จะมีการให้อภัยให้มากขึ้น ไม่เอาอะไรมาเป็นอารมณ์ง่ายๆ ความขุ่นมัว ความโกรธ เป็นการทำร้ายตัวเอง ทำร้ายจิตใจตัวเอง ทำให้กังวล หวาดระแวง ไม่มีความสุข จริงๆก็ทำได้ดีอยู่แล้วในระดับหนึ่ง แต่ปีใหม่นี้ ต้องทำให้ได้ดีกว่าเดิมโดยไม่ให้ความโกรธมาครอบงำ เราเป็นอิสระจากความขุ่นเคืองทั้งปวง

2.โลกปัจจุบันสอนให้เราจัดลำดับทรัพย์สินและความสำเร็จมาก่อนเรื่องความสงบ ความสุขในจิตใจ ซึ่งไม่ถูกต้อง ความสงบของจิตใจ เป็นสิ่งที่มีค่า จะต้องให้เวลาเงียบๆสงบๆ ในการขัดเกลาจิตใจตัวเอง ให้มากกว่าเดิม โชคดีที่มีสิ่งแวดล้อมที่เงียบๆอยู่แล้ว แต่ปีที่แล้ว ก็มีเวลาอยู่เงียบๆกับตัวเองน้อยไปหน่อย ปีนี้ ต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น

3.การกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งตามเจ้าตัวเล็ก  เป็นการทำให้ตัวเองและคนรอบข้างทุกคนมีความสุข เสียงหัวเราะทำให้บ้านสว่างไสว การเล่นแบบเด็กๆกับเด็กๆ ไม่เพียงเพิ่มประจุไฟให้กับจินตนาการเท่านั้น ยังเป็นการเพิ่มพลังกาย พลังใจได้อย่างวิเศษ และมีความสุขสดชื่น ปกติเป็นคนชอบระบายสี ชอบแต่งรูปภาพ ชอบเล่นเลโก้ ชอบถ่ายรูป ชอบธรรมชาติ ดูเมฆ ดูท้องฟ้า แต่ในปีใหม่นี้ อาจจะต้องมีกิจกรรมที่ลดอายุลงไปอีกมากมายหลายอย่าง แต่กลับเป็นสิ่งที่ชื่นชอบ มีชีวิตชีวาและครอบครัวจะมีความสุขอย่างยิ่ง


4.จะให้มีการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆเพิ่มขึ้นอีก ทำให้ชีวิตยืนยาว คนเราควรไม่กลัวที่จะเรียนรู้ แม้ไม่เคยรู้มาก่อนเลย ความอยากได้ใครรู้ เป็นพลังอย่างแรงกล้าและแข็งแกร่งที่สุดของเรา เป็นสิ่งที่เพิ่มความกระปรี้กระเปร่าให้ชีวิต อยากจะลุกขึ้นมาเห็นอรุณรุ่งของพรุ่งนี้ โดยเร็ว การได้ฝึกทักษะใหม่ๆ ทำให้เราได้ใช้ความคิด ฝึกความอดทน สมองแจ่มใส

5.ขจัดความคิดในแง่ลบออกไป ไม่ตำหนิตัวเองในเรื่องที่ผ่านมาแล้ว และที่สำคัญ จะคงความเชื่อมั่นในตนเองเต็มร้อย แบบที่เคยเป็นมาตลอดเวลาที่ผ่านมา
คนเรา ไม่มีใครเป็นที่รักของทุกคนได้ ความไม่มั่นใจในตัวเอง จะเป็นตัวผลักดันให้คนอื่นๆมาชื่นชอบ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา แต่จะให้ทุกคนในโลกมาชอบเรา คงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น การเป็นตัวของตัวเอง จึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด


6.หาเพื่อนใหม่ ใจเดียวกันเพิ่มเติม  ซึ่ง ณ ปัจจุบัน หาได้ไม่ยากในยุคSocial Mediaเฟื่องฟู มีพวก Social Networking websites ที่ฮิตๆ เช่น Twitter และ Facebook ที่พอเข้าไปเป็นสมาชิกแล้ว ได้เพื่อนใหม่อีกแยะเลย แม้จะไม่เห็นหน้ากัน ถ้าจะขยับเข้าใกล้อีกนิด ก็เข้าไปร่วมวงพบปะกับพวกเขาได้ เพราะจะมีจัดพบปะอยู่เป็นครั้งคราว แต่จริงๆแล้ว ที่โกทูโนนี้จะเป็นกันเองและอบอุ่นกว่าที่อื่นทั้งหมด การมีเพื่อน
ดีๆ ทำให้ชีวิตเพลิดเพลิน มีความสุขได้มาก


7.จะหาเวลาเขียนบันทึกในโกทูโนให้มากขึ้น เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ หรือข่าวสารต่างๆอันเป็นประโยชน์ อาจไม่ใช่ประโยชน์แก่ทุกคน แต่คงมีบางคน ที่จะได้อะไรไปบ้าง  การเขียนมาเป็นหนทางหนึ่งของการทำสมาธิ เป็นหนทางของการเดินทางเข้าสู่สภาวะภายในจิตใจของตัวเราเอง โดยที่เราไม่จำเป็นที่จะต้องมุ่งว่าจะเขียนให้เก่งจนเป็นนักเขียน
ใจจริงยังชอบเขียนบันทึกใน‘บล็อก'อยู่ บล็อกสามารถตอบสนองความต้องการของผู้คนได้ดี  แม้ส่วนตัวจะชื่นชอบรูปแบบการสื่อสารใหม่ๆ ที่มีความทันสมัย สะดวก รวดเร็ว ทันใจ แต่อีกด้านหนึ่งก็ยังชอบความละเมียดละไมของภาษาที่เรียงร้อยเป็นถ้อยคำ การค้นคว้าหาข้อมูลเรื่องต่างๆ ในเชิงลึก รวมถึงการเก็บบันทึกข้อมูล ความทรงจำ และความรู้เอาไว้ให้กับตัวเองและคนรุ่นต่อๆไปด้วย

8.ปกติเวลามีปัญหา จะไม่บอกใคร แต่จากนี้ไป บอกกับตัวเองว่า ถ้ามีปัญหาใดเกิดขึ้นกับตัวเอง ทุกปัญหามีทางออก สิ่งที่เลวร้าย คือ ความกังวลกับปัญหาที่ยังไม่เกิดต่างหาก ดัังนั้น ต้องพยายามอย่าคิดอะไรไปในด้านลบเสียก่อน ถ้าเราไม่สามารถจะจัดการกับปัญหาเองได้ ก็หาที่ปรึกษาสักคนสองคน จะช่วยกันหาทางออกให้เราได้

9.ในเรื่องของสุขภาพ แม้ว่าชีวิตมนุษย์จะหลีกเลี่ยงโรคภัยไข้เจ็บ หรือความเสื่อมของร่างกายไม่ได้ แต่สามารถปรับปรุงชีวิตให้อยู่อย่างมีความสุขได้
โดยการหาวิธีรับมือกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติที่เกิดขึ้น ซึ่งหลายๆอย่าง เราตั้งรับก่อนได้ เช่นการไม่รับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดที่มีไขมันสูง การดื่มเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลมาก การดื่มกาแฟมากกว่า 3 แก้วต่อวันมีผลต่อการดูดซึมของวิตามินและเกลือแร่เป็นต้น

10.ประการสุดท้ายคือ การมุ่งมั่นจะพัฒนาจิตของตัวเองให้มากขึ้น ให้เป็นจิตที่มีความปราโมทย์ สดใส เป็นจิตที่ปลอดโปร่งมีพลัง ไม่ถูกอกุศลมูลครอบงำได้ง่ายๆ แต่กลับจะเปิดกว้างให้กุศลธรรมและความสุขเจริญงอกงามในจิตของเราได้เป็นอย่างดี

ทั้งหมดนี้ ได้บทสรุปว่า “จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว” หรือ “อารมณ์แจ่มใส ใจเป็นสุข” ใจมีความสำคัญ จะสุขหรือทุกข์จะเครียดหรือไม่เครียด สำคัญอยู่ที่ใจ การคาดหวังกับคนอื่นว่าเขาจะทำให้ถูกใจเรา จะทำให้เราเกิดความเครียด ไม่มีอะไรที่จะได้ดั่งใจเราแม้แต่ตัวเราเอง เราอยากให้คนอื่นทำอะไรให้เรา เราต้องทำให้เขาก่อน
สุดท้าย เชื่อตามข้อคิดของ Albert Einstein ที่ว่า“Life is like riding a bicycle. To keep your balance you must keep moving”