"....ให้เขามีโอกาสนำเอาประสบการณ์วิชาการ การศึกษาระเบียบวิธีวิจัย ความรู้เชิงทฤษฎีต่างๆจากห้องเรียน ไปตรวจสอบกับของจริง ใช้หลักวิชาไปทดลองเรียนรู้และสร้างความรู้จากสถานการณ์ความเป็นจริง ซึ่งจะทำให้เกิดประสบการณ์ตรงแก่ตนเองอย่างเข้มข้น รอบด้าน ได้ตัวอย่างจากการเรียนรู้ด้วยตนเองของตนเพื่อเป็นความเชื่อมั่น กลับไปยกเป็นตัวอย่างจากบทเรียนตนเองเมื่อกลับไปเป็นผู้บริหารการศึกษาในประเทศของตน..."

ผมได้โจทย์จากคณะกรรมการบริหารหลักสูตร และคณาจารย์สหสาขา เพื่อออกแบบกระบวนการสำหรับจัดการศึกษาดูงานภาคสนามให้กับหลักสูตรการศึกษาของกลุ่มนักศึกษานานาชาติระดับปริญญาโท หลักสูตรบริหารการศึกษา(หลักสูตรนานาชาติ) ภาควิชาศึกษาศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีข้อจำกัดในหลายด้าน ทั้งเวลา ทรัพยากร งบประมาณ ความพร้อมของนักศึกษา และความพร้อมของสถานศึกษา หน่วยงานและสถานศึกษาในพื้นที่ ทว่า ต้องการให้ดำเนินการได้อย่างดี อีกทั้งสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ต่างๆ ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถช่วยกันทำได้

วัตุประสงค์และความคาดหวังที่สำคัญ คือ (๑) ให้เป็นการสร้างประสบการณ์จากความจริงของสังคมได้อย่างดีที่สุดสำหรับนักบริหารการศึกษา ซึ่งเป็นนักศึกษาในหลักสูตรและเป็นผู้ได้ทุนการศึกษามาจากประเทศต่างๆ ประกอบด้วย ศรีลังกา เนปาล จีน ภูฏาน ไทย กับคณาจารย์และนักวิชาการผู้ประสานงานหลักสูตร รวม ๒๕ คน (๒) สะท้อนนัยสำคัญของการพัฒนาเครือข่ายผู้นำการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะกลับไปพัฒนาสถานศึกษาและเป็นผู้นำในการพัฒนาการศึกษาในประเทศของตน ให้บรรลุจุดหมายของท้องถิ่นและสะท้อนสำนึกร่วมในความเป็นชุมชนและสังคมนานาชาติ ข้ามพรมแดน มีบริบทร่วมกันที่กว้างขึ้น โดยเฉพาะความเป็นประชาคมอาเซียน และประชาชาติเอเชีย ASEAN and Asia Community (๓) ให้ชุมชน สถานศึกษา และหน่วยงานในท้องถิ่นของประเทศไทยที่เป็นพื้นที่การศึกษาดูงาน ได้เกิดประสบการณ์และได้พัฒนาการศึกษาเรียนรู้ของตนเองด้วย (๔) ใช้ระยะเวลาไม่เกิน ๔ วัน และไปได้ไม่ไกลเพราะงบประมาณมีจำกัด อีกทั้งต้องใช้ความรับผิดชอบต่อกลุ่มนักศึกษามาก 

หัวหน้าภาควิชา ประธานหลักสูตร และคณะกรรมการบริหารหลักสูตร เห็นผมเสนอแนวคิดหลายเรื่องที่คงจะถูกใจ เลยขอให้ผมลองทำแนวคิดและรวบรวมข้อมูล ข้อเสนอร่วมกันของที่ประชุม แปรมาสู่การพัฒนาโครงการและออกแบบกระบวนการ

ผมเลยขอตีโจทย์และจัดวางบทบาทความสำคัญของกิจกรรมการศึกษาดูงานในโครงการนี้เสียใหม่ ไม่ให้เป็นเพียงแค่กิจกรรมที่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการศึกษาให้ครบ ทว่า นึกไปถึงโอกาสการให้ประสบการณ์แก่นักศึกษาในฐานะที่เขาเป็นผู้นำการพัฒนาด้านการศึกษาเพื่อสร้างอนาคตใหม่ๆของการพัฒนาสังคมในระดับภูมิภาคอาเซียนและชุมชนนาชาติไปด้วยเสียเลย

                         

ขณะเดียวกัน ก็ให้เขามีโอกาสนำเอาประสบการณ์วิชาการ การศึกษาระเบียบวิธีวิจัย ความรู้เชิงทฤษฎีต่างๆจากห้องเรียน ไปตรวจสอบกับของจริง ใช้หลักวิชาไปทดลองเรียนรู้และสร้างความรู้จากสถานการณ์ความเป็นจริง ซึ่งจะทำให้เกิดประสบการณ์ตรงแก่ตนเองอย่างเข้มข้น รอบด้าน ได้ตัวอย่างจากการเรียนรู้ด้วยตนเองของตนเพื่อเป็นความเชื่อมั่น กลับไปยกเป็นตัวอย่างจากบทเรียนของตนเองเมื่อกลับไปเป็นผู้บริหารการศึกษาในประเทศของตน หรือกล่าวได้ว่า ต้องเป็นกระบวนการเรียนรู้และสร้างเสริมภาวะผู้นำให้แก่นักศึกษานานาชาติซึ่งเป็นผู้บริหารด้านการศึกษา อย่างบูรณาการอยู่ในตัวเอง

เพื่อบรรลุผลตามความคาดหวังดังกล่าว ผมเลยลองผสมผสานทั้งหลักทฤษฎี ประสบการณ์การวิจัยในแนวประชาสังคม และประสบการณ์การจัดกระบวนการเรียนรู้ หลายๆอย่าง หลายๆหลักคิดเข้าด้วยกัน ที่สำคัญคือ การเรียนรู้โดยเดินเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ความเป็นจริงของตนเองซึ่งเป็นการบูรณาการทฤษฎีการเรียนรู้สถานการณ์ (Situated Learning) การเรียนรู้ทางสังคม (Social Learning) การพัฒนากลุ่มประชาคมและชุมชนแห่งการเรียนรู้ (Mobilizing Civic Group) การสังเกตผ่านการลงมือทำและสร้างความรู้จากประสบการณ์ตรงซึ่งเป็นพื้นฐานของการวิจัยสร้างความรู้แบบ Grounded Theory Research การถอดบทเรียนแบบเสริมพลัง (Participatory Empowerment Evaluation) และการประเมินผลผ่านกระบวนการเชิงสังเคราะห์สู่การพัฒนาโครงการ (Synthesis Evaluation Through Process of Learning Design and Program Development)

ทั้งหมดสะท้อนไปสู่องค์ประกอบเชิงกระบวนการย่อยๆ คือ ต้องมีส่วนหนึ่งที่ทำให้กลุ่มผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ภาพกว้างของสังคมไทยและสังคมโลก จากนั้นก็ทำให้เห็นแง่มุมที่เป็นประเด็นเชื่อมโยงกับการศึกษาและมีนัยสำคัญต่อการคิดอย่างผู้นำ คิดอย่างนักปฏิรูป ต่อการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงและเป็นผู้นำการพัฒนาการศึกษาในขอบเขตที่ตนเองจะสามารถนำกลับไปดำเนินการได้

จากนั้น ก็ให้มีโอกาสได้ไปดูของจริงในบริบทสังคมไทยว่า ประเด็นและแง่มุมที่เห็นว่ามีนัยสำคัญเหล่านั้น สถานศึกษากับชุมชนและระบบสังคมที่เกี่ยวข้องกัน (บ้าน วัด โรงเรียน) ในสังคมท้องถิ่นไทยเขาทำกันอย่างไร สนองตอบและแปรประเด็นอนาคตเพื่อการพัฒนาร่วมกันของสังคมภูมิภาคไปสู่การปฏิบัติอย่างไร มิติการบริหารและการพัฒนาเครือข่ายผู้นำการเปลี่ยนแปลงทำกันอย่างไร ทั้งหมด คณะนักศึกษาตกผลึกบทเรียนผสมผสานกับประสบการณ์ในประเทศของตน แล้วทำให้ได้เรียนรู้และเกิดการหยั่งเห็นอย่างไรบ้าง มองเห็นโอกาสและประเด็นเชิงนโยบายเพื่อเป็นแนวเดินสู่อนาคตในทรรศนะของตนอย่างไร แล้วก็เป็นโอกาสสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ของชุมชนนานาชาติไปด้วยกันได้อย่างไรบ้าง

ขณะเดียวกัน ก็อยู่ภายใต้ข้อจำกัดทั้งเวลา ระยะทาง ทรัพยากร งบประมาณ รวมๆกันแล้วก็นำมาพัฒนาเป็นแนวคิด แตกออกเป็นเป้าหมายเชิงพันธกิจเหมือนกับเล็งสายตาไปไกลๆสู่พันธกิจในอนาคตของนักศึกษาเรา ที่จะสร้างขึ้น เสร็จแล้วก็หันมาดูวัตถุประสงค์ย่อยๆที่จะทำให้ปรากฏขึ้นได้และเราคาดหมายตามหลักวิชา บวกกับประสบการณ์เท่าที่มี รวมทั้งตัวอย่างที่พอหาได้ทั้งในสังคมไทยและต่างประเทศได้ว่า จะเป็นหนทางมุ่งไปสู่อนาคตดังกล่าวนั้น 

จากนั้นก็ระบุขอบเขตเนื้อหาและกำหนดกิจกรรม หลอมรวมออกมาเป็นกระบวนการเรียนรู้และศึกษาดูงาน เพื่อนำเอาไประดมความคิดซ้ำอีกหลายๆรอบและใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นประสานงานและทำงานกับคนในพื้นที่ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาเป็นโครงการเชิงปฏิบัติการเรียนรู้ไปด้วยกันอีกต่อไป : การศึกษาดูงานและหาประสบการณ์ภาคปฏิบัติของหลักสูตรบริหารการศึกษานานาชาติ