กาลครั้งหนึ่งมีเศรษฐีร่ำรวยมหาศาลคนหนึ่ง สามารถเนรมิตอะไรก็ได้เพราะมีเงินเยอะอยากได้อะไรก็ทำได้ หามาได้ตามที่ใจต้องการ เศรษฐีผู้นี้มีเมียถึงสี่คน แต่ละคนก็มีอุปนิสัยที่แตกต่างกันไป เศรษฐีผู้นี้มีความรักภรรยาแต่ละคนไม่เท่ากัน

ภรรยาคนที่สี่ชื่อ “น้องกาย” เป็นคนสวยงามมาก ชอบแต่งเนื้อ แต่งตัว รักสวยรักงาม เป็นชีวิตจิตใจ

ภรรยาคนที่สามชื่อ “น้องทรัพย์” หรือชื่อจริงว่า “ยศวดี” เป็นคนมีชื่อเสียง มีอำนาจยศฐาบันดาศักดิ์ดี เป็นที่นับหน้าถือตาของคนทั่วไป

ภรรยาคนที่สองชื่อ “น้องมิตร” เป็นคนทำงานที่เก่ง ขยันขันแข็งทำมาหากิน

และภรรยาคนที่หนึ่งชื่อ “น้องบุญทิ้ง” มีลูกด้วยกัน เก่งงานบ้าน งานเรือน ทำหน้าที่แม่บ้านได้ดีทุกอย่าง ดูแลรักครอบครัว รักลูก มีน้ำใจ มีความโอบอ้อมอารี แต่กลับเป็นภรรยาที่เศรษฐีคนนี้รักน้อยที่สุด ภรรยาที่เศรษฐีคนนี้รักมากที่สุดกลับเป็นภรรยาคนที่สี่ คือน้องกาย รองลงมาได้แก่ น้องทรัพย์ และน้องมิตร ตามลำดับ ด้วยความที่รักภรรยาแต่ละคนไม่เท่ากัน ทำให้เศรษฐีให้การดูแลและเอาใจใส่แต่ละคนไม่เท่ากันไปด้วย ตามความรักที่ตนมีต่อภรรยาแต่ละคน

และแล้วในวันหนึ่งเศรษฐีเกิดการล้มป่วยลง จึงได้ไปหาหมอตรวจรักษา คุณหมอได้ทำการตรวจร่างกายเศรษฐีอย่างละเอียดก็พบว่าเศรษฐีผู้นี้ป่วยเป็นโรคร้ายแรง คงจะประคับประคองรักษาตัวอยู่ได้ไม่นาน คุณหมอจึงได้บอกความจริงให้เศรษฐีผู้นี้ทราบว่าเขาป่วยด้วยโรคที่ร้ายแรงไม่สามารถไปหายา หาหมอใดๆ ในโลกมารักษาให้หายได้ และจะมีชีวิตอยู่ได้ภายในไม่เกินสี่เดือน ดังนั้นขอให้เศรษฐีใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้เกิดประโยชน์ ถ้าอยากทำอะไรก็ให้รีบทำในช่วงเวลาที่เหลืออยู่นี้

เศรษฐีรู้ข่าวอย่างนั้นก็รู้สึกเศร้าใจเป็นอย่างยิ่ง จึงรีบมุ่งหน้าไปหาน้องกายภรรยาคนที่สี่อันเป็นสุดที่รักยิ่ง แล้วเล่าเรื่องการป่วยนี้ให้น้องกายฟัง แล้วก็ถามน้องกายว่าหากพี่ตายไปจริงๆ น้องจะตายไปกับพี่หรือไม่ น้องกายก็ตอบว่าไม่และไม่สนใจใยดีใดๆ กับเศรษฐีผู้นี้ แถมบอกด้วยว่าหากตายจริงๆ น้องก็จะไปหาคู่เคียงคนใหม่ ทำให้เศรษฐีผู้นี้รู้สึกผิดหวังยิ่งนัก จึงมุ่งหน้าไปหาน้องทรัพย์ภรรยาคนที่สามอันเป็นคนที่เศรษฐีผู้นี้รักรองลงมา เศรษฐีก็เล่าการป่วยนี้ให้ฟังแล้วถามเช่นเดิมว่าหากพี่ตายไปจริงๆ น้องจะตายไปกับพี่หรือไม่ น้องยศก็ตอบเช่นเดียวกับน้องกายว่าไม่ หากพี่ตายจริงๆ ก็จะจัดการศพให้ตามพิธี

เศรษฐีผู้นี้รู้สึกเสียใจเป็นยิ่งนัก จึงมุ่งหน้าไปหาน้องมิตรภรรยาคนที่สามและเล่าเรื่องราวและถามคำถามเช่นเดิมอีก น้องมิตรก็บอกว่าไม่อีกเช่นกัน หากพี่ตายจริงก็จะไปร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลศพและไปร่วมฌาปนกิจ ณ ป่าสุสานเท่านั้น 

ทำให้เศรษฐีรู้สึกเศร้าโศกเสียใจเป็นยิ่งนัก จึงจำใจไปหาน้องบุญทิ้งภรรยาคนแรกที่ตนเองให้ความรักและเอาใจใส่น้อยที่สุดเมื่อไปถึงก็เล่าเรื่องการป่วยให้ฟังเช่นเดิมและถามว่าหากพี่ตายไปจริงๆ น้องบุญทิ้งจะตายตามพี่ไปด้วยไหม ด้วยความที่บุญทิ้งเป็นคนดี มีน้ำใจ มีความรักต่อเศรษฐีผู้นี้มาตลอด แม้เศรษฐีผู้นี้จะไปมีภรรยาคนอื่น ก็ไม่เคยถือโทษโกรธเคือง จึงบอกเศรษฐีผู้นี้ว่า ไม่ว่าพี่จะเป็นอะไรน้องจะคอยปรนนิบัติดูแล ขอเป็นคู่บุญคู่กรรมตลอดไป สร้างความปลื้มปิติให้กับเศรษฐีผู้นี้เป็นยิ่งนัก ทำให้เศรษฐีผู้นี้คิดได้ว่าที่ผ่านมาเขาได้ละเลยภรรยาที่ดีกับเขาคนนี้ไป จวบจนวาระสุดท้ายของชีวิตเพิ่งมารู้ว่าเขาคือคนสำคัญที่สุดสำหรับชีวิต

.......................................................

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

          น้องกาย หมายถึง ร่างกายเรา ที่เราสนใจดูแลเป็นอย่างดีตลอดเวลา เรามักดูแลสนใจแต่งกาย แต่งหน้า ทำงานหาเงินมาหล่อเลี้ยงร่างกาย หาอาหารมาเลี้ยงร่างกาย ออกกำลังกาย พักผ่อนร่างกาย เราทุ่มทุกสิ่งทุกอย่างไปกับร่างกาย ตายแล้วก็เอากายไปด้วยไม่ได้ต้องเผาทิ้ง กลายเป็นดิน เป็นฝุ่นไป       

          น้องทรัพย์ หรือยศวดี หมายถึง ยศฐาบันดาศักดิ์ เกียรติยศ ชื่อเสียง อำนาจ ทรัพย์สิน  เมื่อมีชีวิตอยู่ไปไหนเอาไปโอ้อวดคนอื่น เป็นทรัพย์สมบัติที่ติดอยู่กับตัว ทำให้เรามีอำนาจ อยากได้ อยากมี แต่พอตายไปก็ไม่สามารถนำติดตัวไปด้วย ตายไปก็เป็นของคนอื่นทันที

          น้องมิตร หมายถึง มิตร เพื่อนฝูง สังคม ทุกวันนี้พวกเรามีเพื่อนฝูงเป็นที่ตั้ง เราเอาเวลาไปหมดกับกับกิน เที่ยว สังสรรค์ ลืมพ่อลืมแม่ ลืมครอบครัว พอตายเพื่อนฝูงก็แค่ได้ไปส่งถึงเพียงป่าช้า

          บุญทิ้ง หมายถึง จิตใจ คุณงามความดีงาม ที่เราสร้างไว้ ให้เวลากับจิตใจของตนเอง ตายไปก็ยังคงอยู่ ตามเราไปทุกชาติภพ

          คนเราต้องหาโอกาสทำให้จิตใจของเราดี เข้มแข็ง หาแต่ความดีใส่ในจิตใจ อาคันตุกะที่จรมา คือ โลภ โกรธ หลง หากจรมาไม่ต้องยอมรับไว้ในใจเรา เราควรรับมิตรที่ดี ความสุข คุณงามความดี บารมีที่ดี จะทำให้จิตใจของเราสงบ เข้มแข็ง เป็นพลังให้เรากับ เราควรมีเวลาให้กับใจเราอย่างน้อยวันละชั่วโมง และฝึกจิตให้นิ่ง ตานอก ตาที่มองสิ่งภายนอก  ตาใน คือ ปัญญา ความฉลาด เอาชนะความทุกข์ ถ้าจิตนิ่งเราจะเห็น การให้เวลากับตัวเองด้วยการฝึกนับลมหายใจ

          ถ้าเราดูแลบุญทิ้ง เราก็สามารถรักษาน้องมิตร น้องทรัพย์ และน้องกายไว้ได้

          เป็นนิทานสอนเราได้เป็นอย่างดีว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องมาพัฒนาจิตใจ มาดูแลใจของตนเอง ให้มีสติยึดมั่นในคุณธรรม และไม่ไปละเมิดคุณธรรมของคนอื่น

 

พระครูพิทักษ์นันทคุณ.....เล่าเรื่อง

พ่อน้องซอมพอ....เก็บความ

ที่มา : หนังสือ “คืนความเข้มแข็งให้ครอบครัวน่าน”