ในแง่หลักการและความเข้าทั่วไป ผมขออนุญาตลิ๊งค์ให้ไปดูข้อเขียน Blened Learning ของ ดร.รุจโรจน์ แก้วอุไร ก็แล้วกันนะครับ ส่วนผมจะขอแลกเปลี่ยนด้วยในด้านที่มีมิติความเป็นชุมชนและการขับเคลื่อนการพัฒนาที่มีคนและชุมชนเป็นแกนก็แล้วกันนะครับ ซึ่งอาจจะช่วยขยายกรอบแนวคิดและทรรศนะต่อการพิจารณาเรื่องการศึกษาเรียนรู้กับการพัฒนาด้านอื่นของสังคมได้มากขึ้น
ผมไม่ค่อยได้ติดตามพัฒนาการเรื่องนี้ในด้านทางการศึกษามากนัก ทว่า ติดตามดูในเรื่องที่เป็นความเชื่อมโยงกับมิติทางสังคม วัฒนธรรม และความเป็นชุมชนในบริบทใหม่ของโลก แต่ว่าผมเคยศึกษาเรื่องนี้อย่างเจาะจงเมื่อตอนเรียนปริญญาโท คิดว่าดูได้ทั่วในระดับพื้นฐานพอสมควร เลยขอใช้ความรู้เก่าๆมาแลกเปลี่ยนก็แล้วกันครับ
การผสมผสานการเรียนรู้ Blended Learning
แนวคิดเรื่องการจัดการเรียนรู้อย่างผสมผสานนั้น วางอยู่บนฐานคิดและแนวทฤษฎีที่สำคัญ ๓ เรื่อง โดยมีแนวคิดอื่นๆมาช่วยเป็นภาคขยายในกรอบหลักจากฐานคิดนี้ คือ
(๑) การบูรณาการประสบการณ์ทางการเรียนรู้และการสร้างความเข้มข้นทางประสบการณ์ ซึ่งขอให้นึกถึงกรวยประสบการณ์ของ เอดการ์ เดล (Edgar Dale's Cone of experiences)นะครับ หรือเข้าไปดูผมพูดถึงอย่างละเอียดพอสมควรในบทความเกี่ยวกับโรงมโหรสพทางวิญญาณของสวนโมกข์นะครับ ซึ่งให้ข้อเสนอแนะหรือให้ทฤษฎีพื้นฐานเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ ที่นำเอามาใช้ประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษาในแนวผสมผสานและบูรณาการช่องทางกับโอกาสการเกิดประสบการณ์หลายๆทางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้อย่างสูงสุด
(๒) การแก้ปัญหาการศึกษาและกระบวนการจัดการเรียนการสอนในระบบโรงเรียน (Schoolling and School-Based Education System ) ซึ่งมีปัจจัยที่เป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกด้วยวิธีการที่ดีอย่างอื่น เช่น ขาดกำลังคน ขาดครูทั้งในแง่จำนวนที่พอเพียงและความสามารถของครูที่ตรงกับวิชาที่ต้องสอน เด็กและคุณลักษณะผู้เรียนมีขอจำกัด ขาดทรัพยากรทางการศึกษา ขาดงบประมาณ และอีกจิปาถะ ซึ่งทำให้ดำเนินการเรียนการสอนและจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างเดียว ไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาทางการศึกษาหลายอย่าง เช่น เด็กเรียนไม่ทัน ครูไม่พอสอน การศึกษาเพิ่มเติมเพื่อแนะแนวและเตรียมอนาคตให้เด็กไม่พอ คุณภาพการเรียนการสอนไม่พอต้องสอนซ่อมเสริมแต่ไม่มีกำลังทำ ดังนั้น เทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษาที่มุ่งผสมผสานการเรียนรู้และการเรียนการสอน จึงให้ทางออกและเป็นคำตอบที่ดีอย่างหนึ่ง
(๓) การเพิ่มศักยภาพและขยายขีดความสามารถของกระบวนการทางการศึกษาให้บรรลุผลสำเร็จมากยิ่นขึ้นอย่างสูงสุดด้วยการพัฒนาด้านวิทยาการและเทคโนโลยีแล้วประยุกต์ใช้เพื่อการศึกษา (Eduational Technology for Education Reform) ซึ่งแนวทางนี้เป็นแนวทางที่ต่อยอดแนวคิด IECT : Information,Education,Communication Technology ในยุคการพัฒนาการศึกษาพื้นฐานให้ทั่วถึงเมื่อ ๕๐-๖๐ ปีก่อนของโลกการศึกษา เหมือนกับที่มีกลยุทธเรื่อง IEC Program : Information,Education, Communication Intervention Program ในด้านการพัฒนาประชากรศึกษาร่วมสมัยในยุคเดียวกันเช่นกัน
ในอดีตนั้น การจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานและการจัดกระบวนการเรียนรู้จากสื่อประสม ก็เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมากว่ามีนัยะต่อความแตกต่างในเชิงระเบียบวิธีกันอย่างไรหรือไม่ระหว่างการใช้คำว่า ผสมผสาน กับ การประสม เพราะบางครั้งก็เรียกและให้นิยามปฏิบัติการกันว่า Mixed-Method Learning, Mixed-Media for Learning Development และในการออกแบบกิจกรรมตามแนวคิดกรวยประสบการณ์ของเอดการ์เดลที่นักการศึกษาและนักเทคโนโลยีการศึกษารู้จักแพร่หลายกันดีทั่วโลกนั้น เขาก็ใช้คำว่า Integration มากกว่า Mixed-Method และผมไม่เคยเห็นว่าเขาเคยใช้ว่า Blended Learning เลย หรือผมจะจำไม่ได้ก็ไม่รู้
อย่างไรก็ตาม คำว่า Integration Development และ Integration Learning for Change ในวงการอื่นที่นำเอามิติการศึกษาเข้าไปขับเคลื่อนการพัฒนาในสาขานั้นๆ ก็มีครับ ทว่า แตกต่างทั้งวิธีคิดและแตกต่างในเรื่องลักษณะของเนื้องานมากเลยทีเดียว เช่น ในสาขาวิศวกรรมนั้น คำว่าผสมผสานและบูรณาการ ก็จะหมายถึงการรวมเอาบทบาทหน้าทีเชิงระบบและกลไกให้มาทำงานผสมผสานกันโดยหลักๆเลยก็เพื่อสนองตอบวัตถุประสงค์สำคัญคือ การทำให้เกิดผลการทำงานด้วยระบบที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบซึ่งทำให้เกิดผลผลิตสิ่งใหม่ขึ้น เช่น รถยนต์เกิดการการเชื่อมโยงผสมผสานจากหลายระบบย่อย
อีกวัตถุประสงค์หนึ่งคือ เพื่อวัตถุประสงค์การใช้สอยปัจจัยร่วมกันแต่ทำได้หลายหน้าที่ Multi-Functional delivered เช่น Integrated Amplify และ Multi-Media ในยุคต่างๆ ก็มีที่มาจากการบูรณาการวงจรการทำงาน ซึ่งทำให้ได้ระบบที่ไม่ซับซ้อนแต่ทำหน้าที่ได้หลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น
หรือในด้านการวิจัยและการพัฒนา ก็มีการใช้ว่าการพัฒนาแนวผสมผสานบ้าง การพัฒนาอย่างบูรณาการบ้าง การวิจัยแบบบูรณาการบ้าง อีกทั้งในปัจจุบัน มีการพัฒนาระเบียบวิธีการวิจัยแบบผสมผสาน และการวิจัยแบบบูรณาการขึ้นมาเป็นระเบียบวิธีวิจัยขั้นก้าวหน้าของวงวิชาการอีกด้วย ในด้านการพัฒนาการสาธารณสุขมูลฐานซึ่งทำในประเทศไทยและทั่วโลกมากว่า ๒๐-๓๐ ปีแล้ว บางครั้งก็จะเห็นนักพัฒนานิยามว่าการพัฒนาแนวผสมผสานและการพัฒนาสุขภาพอย่างบูรณาการ
ตัวอย่างที่ผมเอ่ยมาเหล่านี้ เมื่อเห็นแล้วก็จะเข้าใจว่าน่าจะคล้ายและเหมือนกับวงการเทคโนโลยีการศึกษานะครับ ทว่า หากเข้าไปศึกษาในรายละเอียดแล้วก็จะเป็นคนละเรื่องเลย ไม่เหมือนครับ ไม่เหมือน เหตุที่ไม่เหมือนก็เพราะฐานคิดในเชิงทฤษฎีไม่เหมือนกันและมองกันคนละระดับ หรือมีบริบทและหน่วยในการวิเคราะห์ไม่เท่ากันนั่นเองครับ
อย่างการบูรณาการทางการศึกษาในสาขาประชากรศึกษาและการพัฒนาสุขภาพ รวมไปจนถึงการพัฒนาในสาขาต่างๆที่ไม่ใช่การพัฒนาการศึกษาในห้องเรียนนั้น การผสมผสานและการบูรณาการ ก็จะหมายถึงการดำเนินการที่ขยายกรอบจาก ปฏิบัติการที่เป็น Singularity Goal and Objective หรือมุ่งบรรลุผลสูงสุดต่อจุดหมายเดี่ยว เป็นการมุ่งบรรลุผลสูงสุดหลายด้านในหลายวัตถุประสงค์ Multiples-Objectives and Complicated Goals ให้บังเกิดได้ในเวลาเดียวกัน เช่น ต้องบูรณาการเพื่อมุ่งสู่ทั้งเป้าหมายทางการศึกษา สุขภาพ สิ่งแวดล้อม การพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ การเมืองภาคทางการ การเมืองภาคประชาชน และอื่นๆ วัตถุประสงค์ของส่วนรวม วัตถุประสงค์ของปัจเจก วัตุประสงค์เชิงนโยบายของภาครัฐ วัตถุประสงค์ของเอกชนและประชาชน เหล่านี้เป็นต้น
ในขณะที่การผสมผสานการเรียนรู้ในนิยามและทรรศนะของนักการศึกษาและนักเทคโน ที่มักใช้ว่า Blended Learning นั้น หมายถึงการลดทอนวัตถุประสงค์จำเพาะเพื่อการพัฒนาการศึกษาเรียนรู้ ทว่า มุ่งบูรณาการเชิงประสบการณ์เพื่อเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพโดยมีวัตถุประสงค์เชิงเดี่ยวและไม่ซับซ้อนมากนักเป็นเกณฑ์ ดังนั้น จึงเหมาะกว่าที่จะใช้ Blended Learning มากกว่า Integration Learning อย่างวงการอื่นๆที่มีกรอบแนวคิดและให้ทรรศนะต่อมิติการศึกษาเรียนรู้กว้างกว่าการศึกษาในห้องเรียนและการศึกษาในระบบโรงเรียน
ส่วนในเรื่องการวิจัยและพัฒนานั้น ก็มีการใช้ปนกันทั้งการผสมผสาน การผสมระเบียบวิธี การวิจัยแย่างบูรณาการ แต่ถ้าหากเข้าใจหลักการแล้วก็ไม่สับสนหรอกครับ เข้าใจได้และมีแนวพิจารณาได้ชัดเจนพอสมควร โดยตรวจสอบดูในเรื่อง วัตถุประสงค์ กับระเบียบวิธีในขั้นตอนต่างๆ ที่ออกแบบกับปฏิติัการวิจัย
หากเด่นออกไปในเรื่องการขยายกรอบเกี่ยวกับจุดหมายและวัตถุประสงค์ เช่น มุ่งบรรลุผลหลายอย่างไปด้วยกัน (Area-Based Pluralitized objectives and goals and Multi-Functionals ) ทั้งในแง่การพัฒนาคน พัฒนาสังคมประชากรในพื้นที่ พัฒนาสิ่งแวดล้อม พัฒนาการศึกษาและการสื่อสารเรียนรู้ พัฒนาสุขภาพและสุขภาวะ พร้อมกับมุ่งได้คามรู้และการสร้างสิ่งใหม่ทั้งในเชิงทฤษฎี วิชาการ และนวัตกรรมทางการศึกษา อย่างนี้ก็เห็นเรียกการวิจัยและพัฒนาแนวผมผสานก็มี การวิจัยและพัฒนาแบบบูรณาการก็มี ในทรรศนะผมแล้ว เห็นว่าควรเรียกว่า Integration Research and Development ครับ
แต่ถ้าหากดำเนินการคล้ายกัน ทว่า เน้นการใช้ระเบียบวิธี(Methodology and Methods)หลายอย่าง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในแง่การแก้ปัญหาและวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาหลายอย่างเหมือนกัน แต่ให้ความสำคัญต่อการสร้างความรู้และบริหารจัดการด้วยระเบียบวิธีที่อิงการใช้ระเบียบวิธีทางความรู้ การใช้วิชาการ (Knowledge-Based and Promblem-Based Learning Oriented) และวิธีวิทยาในการสร้างความรู้ที่เชื่อมโยงใกล้ชิดกับภาคปฏิบัติการมากกว่า อย่างนี้ก็เห็นเรียกการวิจัยและพัฒนาแนวผมผสานก็มี การวิจัยและพัฒนาแบบบูรณาการก็มีเช่นกัน ซึ่งผมเห็นว่าควรเรียกว่า Mixed-Method ซึ่งใกล้เคียงกับ Blended Learning มากเมื่อใช้ว่า ผสมผสาน แต่ต้องมองภายใต้บริบทและกรอบทฤษฎีที่ผมกล่าวถึงในข้างต้นครับ แล้วจะเห็นว่ามันไม่ได้หมายถึงลักษณะดำเนินการที่เหมือนกัน หรือเกือบจะคนละเรื่องเลย เพราะ Blended-Learning มีวัตถุประสงค์จำเพาะเป็นตัวตั้ง แล้วมุ่งผสมผสานเชิงวิธีการและกระบวนการ เพื่อบูรณาการเชิงประสบการณ์ทางการเรียนรู้(หลายๆช่องทางของการรับประสบการณ์ แต่อิงอยู่กับจุดหมายหลักจุดหมายเดียว เท่านั้น)นั่นเอง
เรื่องนี้เป็นแง่มุมเล็กน้อย แต่ในทรรศนะผมแล้วเป็นเรื่องสำคัญมากครับ เพราะมันทำให้คนต่างวงการพูดอย่างเดียวกันแต่ไม่เข้าใจกันและทำงานแบบทวีคูณพลังแบบข้ามศาสตร์ไม่ได้ เช่น คนวงการอื่นคุยกับนักเทคโนโลยีการศึกษาไม่รู้เรื่อง และคนในวงการเทคโนโลยีการศึกษาคุยกับคนในวงการอื่นก็ไม่รู้เรื่อง ทำให้สังคมมีการพัฒนาอย่างแยกส่วนเพราะวิธีการทางความรู้กับงานทางปัญญามันแยกส่วนกันตั้งแต่วิถีคิดและวิธีการทางวิชาการนั่นแล้ว (ขอแยกกรอบนะครับ)