ชีวิตที่ไม่มีใครตีกรอบ...
เป็นเรื่องราวของบุคคลคนหนึ่งที่ไม่สามารถจะเอ่ยนามได้...เขาผู้นั้นได้ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวอย่างอิสระเสรี มีความสุขไปวันๆๆ ไม่ติดอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ไม่ต้องดิ้นรนอะไรมากมาย ไม่มีสิ่งผูกมัด ไม่แต่งงาน ไม่มีบุตร ...ไม่ต้องห่วงหาใคร ไม่ต้องรับผิดชอบสิ่งใด ไม่ต้องมีกรอบใดๆๆ มาครอบ
ดังนั้น...คนส่วนใหญ่หรือตัวเขาเอง อาจจะมองว่า เขาเป็นบุคคลที่คิดว่า...น่าจะมีความสุขที่สุดแล้ว
แต่จริงๆๆแล้ว การที่ไม่มีใครมาตีกรอบ ก็ไม่มีความสุขเสมอไป ยังต้องการที่จะมีคนมาตีกรอบชีวิต...ถึงจะเพิ่มภาระขึ้นมาอีกสักนิด หากเรารู้จักที่จะแบ่งปัน ก็น่าที่จะทำให้เกิดความสุขในชีวิตได้
แล้วคุณหละ...ถ้าเลือกได้ระหว่างมีคนมาตีกรอบและไม่ตีกรอบให้กับชีวิต คุณจะเลือกสิ่งใด....ดีคะ ถ้าคุณเข้ามาอ่านแล้ว คุณจะเลือกชีวิตแบบใด ช่วยกรุณา comments ที
น้องนนท์..ไม่อยากให้ใครมาตีกรอบชีวิตครับ อยากตีกรอบเอง...เอพี่เจี๊ยบคนไหนเอ่ย...เฉลยทีครับ....สงสัยคนที่สวยที่สุดครับ
จำเราได้ไหม...สมัยเรียนมัธยม เดี๋ยวนี้เราไปเป็นตำรวจที่สกลนคร เราจำเธอได้นะ
คนที่สามขวามือ แถวหลัง มีเข็มกลัดทองตืดอกเสื้อ แต่ก่อนเธอผอม ขาว น่ารัก แต่เดี๋ยวนี้ดูเป็นผู้ใหญ่ อายุเยอะแล้วนะ ก็อย่างว่า วันหลังกลับอำเภอ จะไปเล่นด้วยนะ เออ...ลืมไป ตอนนี้เรามีคนมาตีกรอบแล้ว มีลูกสองคน กำลังน่ารัก จำเอ๋ได้ไหม อย่าลืมนะครับ
สวัสดีปีใหม่นะครับ..................
ถ้าให้เลือก ผมคงเลือกที่จะตีกรอบชีวิตตัวเองดีกว่าครับ
เพราะมันจะมีความสุขได้ก็ต่อเมื่อเราเข้าใจ
ตัวของเราเอง
ผมเองก็เลือกที่จะตีกรอบชีวิตให้กับตัวเองเช่นกัน
เพราะไม่ชอบให้ใครมาบงการชีวิต....
สวัสดีครับ เป็นเรื่องที่น่าคิดมากเลยครับ
แต่ตอบยากเช่นกันนะ
ตัวผมเองก็ยังไม่รุใจตัวเอง
แวะมาทักทายค่ะ
ร่ำๆรวยๆปีใหม่คร้า
-แนะนำเรื่องที่ดีมากเลยค่ะ
ขอบคุณมากนะค่ะ
ทักทายนะค่ะ
ถามว่าการมีชีวิตที่อิสระ
กับการที่ต้องถูกบังคับให้ทำโน้นทำนี้อยู่ตลอดเวลา...ละก้อ
ดิฉันขอเลือกที่จะใส่กริอบให้ตัวเองดีที่สุดค่ะ
ขอบคุณนะค่ะ
ชีวิตผมก็มีคนมาตีกรอบครับ...ตีแล้ว ตีอีก ซํ้าแล้วซํ้าเล่า อิอิ
*ธรรมชาติของมนุษย์ชนเผ่าแต่เดิมมีอิสระเสรีกว่าปัจจุบันนี้มาก เพราะสังคมเล็กๆ ..ครั้นเมื่อชุมชนใหญ่ขึ้นเป็นประเทศ..และโลกาภิวัฒน์..คนหมู่มากจึงแย่งกันกินกันใช้บนทรัพยากรที่จำกัดลงเรื่อยๆ..กฏกติกามารยาทจึงถูกสร้างขึ้นมาตีกรอบชีวิตมากขึ้นไปด้วย..เขาว่ากันว่า..ก็เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการเคารพสิทธิและหน้าที่ของผู้คนในสังคม..
*ถ้าเราอึดอัดที่จะอยู่ในกรอบเหล่านี้..ก็ควรปลีกวิเวกถอยห่างออกจากสังคมไปไกลๆ..จะรู้สึกเป็นสุขเหมือนถูกปลดปล่อย..ดั่งที่พี่ใหญ่เป็นอยู่ในปัจฉิมวัยนี้ค่ะ..
การตีกรอบ...บางทีก็เหมาะกับคนที่ไม่มีระเบียบ
ดิฉันเชื่อว่า...คนทุกคนโดนตีกรอบหมดแล้ว อย่างน้อยๆๆก็กรอบสังคม เช่น มารยาทในการเข้าห้องนํ้า หญิง ชาย หญิงจะกล้าเข้าห้องชายอยู่เหรอคะ
นี่แหละกรอบ
จริงของนุ่น
ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาทัก...และคอมเมนต์ค่ะ เชิญนะคะ
อยากมีคนที่เข้าใจมาตีกรอบครับ
ตอนนี้ยุ่งเรื่องคนตีกรอบนี่แหละ....เฮ้อ...คิดแล้วกลุ้มใจค่ะ
กรอบของเรา...คือระเบียบทางสังคมค่ะ