การใส่บาตร การใส่บาตรถือเป็นกุศลที่ดีอย่างหนึ่ง จัดเป็นทานมัย คือบุญสำเร็จด้วยการให้ทานและจัดเป็นปาฏิปุคลิกทาน คือ เป็นทานส่วนบุคคล เราถวายไปก็เป็นส่วนตัวของท่านไม่ใช่ของสงฆ์ แม้จะใส่บาตรครบ ๔ องค์ก็ไม่จัดเป็นสังฆทาน การใส่บาตรนอกจากจะเป็นทานแล้วยังถือว่าเป็นการสงเคราะห์แก่พระภิกษุในพระพุทธศาสนาด้วย เนื่องจากพระประกอบอาชีพ หุงหาอาหารรับประทานเองไม่ได้ มีวินัยห้ามอยู่ ขืนทำก็ต้องเป็นอาบัติ เกิดโทษเป็นบาป หน้าทีของพระก็คือบิณฑบาตเลี้ยงชีพ ศึกษาพระธรรมวินัยให้รู้แจ้งแตกฉาน เรียกว่า "คันถธุระ" และปฏิบัติธรรมคือเจริญวิปีสสนากรรมฐาน เพื่อลด ละ กิเลส ทำลายกิเลส เรียกว่า "วิปัสสนาธุระ" เมื่อเรียนรู้แตกฉานแล้วก็แสดงธรรมแก่พุทธบริษัทให้รู้ตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า นี่คือหน้าที่ของพระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า เมื่อเราได้ใส่บาตรแก่พระสงฆ์จึงเท่ากับเป็นผู้ทำให้พระสงฆ์ได้ทำหน้าที่และปฏิบัติธรรมตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ไม่อดอยาก ไม่ได้รับความเดือดร้อนเรื่องอาหาร อานิสงส์ที่ได้รับจากการใส่บาตร คือ จะไม่ได้รับความอดอยากในเรื่องอาหาร จะเป็นผู้ที่มีทรัพย์สินมาก มีสมบัติมาก จะเป็นผู้ที่สมบูรณ์ด้วยผิวพรรณผ่องใส มีพละกำลังมาก มีมิตรบริวารมากในชาติภพต่อไป การเตรียมใส่บาตร ควรเริ่มที่ตัวเราก่อน คือถ้าจะให้ดีมีผลบุญมากควรสมาทานศีล ๕ ทุกเช้าก่อนใส่บาตร เมื่อเวลาใส่บาตรจะได้เป็นกุศลทานที่ประกอบด้วยศีล ซึ่งจะได้บุญมากกว่าให้ทานเพียงอย่างเดียว การอธิษฐานก่อนใส่บาตร ควรอธิษฐานว่า ขอถวายข้าวและอาหารมื้อนี้แก่พระสงฆ์สาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วนำอาหารใส่ลงในบาตร เมื่อใส่บาตรเสร็จแล้วจงอธิษฐานว่า ขอกุศลนี้จงมีผลสำเร็จแก่บิดา มารดา และญาติทั้งหลายด้วยเถิด เท่านี้เป็นอันเสร็จสมบูรณ์ และไม่ประกอบด้วยกิเลส เราตั้งใจทำบุญใส่บาตรแก่พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าไม่ว่าพระรูปนั้นจะเป็นพระภิกษุ สามเณร หรือพระปลอม ขอให้ตั้งใจอย่างนี้จะได้บุญเท่ากัน ส่วนท่านจะปฏิบัติสมกับเป็นสาวกของพระพุทธเจ้าหรือไม่ ขอให้เป็นเรื่องส่วนตัวของท่าน ไม่ต้องไปคิดถึงส่วนนี้ เพื่อไม่ให้อกุศลเกิดแก่เรา เราทำบุญควรคิดแต่เรื่องบุญเท่านั้น จากบทความของ คุณขรรค์ชัย พรหมฤๅษี ประธานกรรมการผู้ใฝ่ในธรรม
สวัสดีค่ะคุณวศิน ขอบคุณมากนะคะที่เข้ามาเยี่ยมชมและให้ข้อเสนอแนะ แล้วคุณวศินมีโอกาสได้ทำบุญบ้างหรือเปล่าคะ