ผมวิเคราะห์เพลงช้าน้องสักเพลง

       

 

    โลกสาวบ้านหัวนอน 

 

                         โลกสาวเหอ                                       โลกสาวบ้านหัวนอน 

           สั่งให้แกงบอน                                               ตั้งแต่เช้าคุมเท่าเที่ยง 

           สั่งให้แกงปลาดุก                                          มันจุกลงทั้งเงี่ยง 

           ทั้งแต่เช้าคุมเท่าเที่ยง                                   น้ำหน้าอี้เลี้ยงผัว เหอ 

   นกเขาโทน 

                                     

                    นกเขาโทนเหอ                               ปานี้ยังไม่โยนกุก 

         เกาะอยู่ปลายไม้พุก                                    ขันยั่วพี่ชายไม่เว้นวัน 

         วันนี้นกเขากระไรเลย                                  ปานี้ไม่ได้ยินเสียงขัน 

         ขันยั่วพี่ชายไม่เว้นวัน                                  คำแล้วหารังนอน เหอ 

 พี่ชาย 

                            พี่ชายรักน้องเหอ                 อย่ารักให้ว่องให้ไว 

            ค่อยรักค่อยไป                                    เหมือนไฟหมุ้นแกลบ 

            ถ้าพี่ชายรักนอง                                   อย่าเอาเพื่อนสองเข้ามาแอบ 

            เหมือนไฟหมุ้นแกลบ                             ค่อยกินค่อยลามไปเหอ

วิเคราะห์เพลง                  โปลกหัวมัน

                            ไปใหนเหอ                          พาน้องไปกัน

             ถางไร่โปลกมัน                                   มันเหอหมั้นไม่ลงหัว

             แผ่นดินหมั้นดี                                     แต่มันหมั้นชั่ว

             สามเดือนไม่ลงหัว                                สาวย่านให้วัวกินเหอ

 

ใครตีความได้ช่วยหน่อยขออนุญาตไปรับ...คนแค่เรินก่อน

สำหรับกิ่งโลกใภ้

สาวนาไม้ไผ่

            สาวนาไม้ไผ่เหอ   โร้การโร้งานมั่งหม้าย

    ปานี้หวันช้าย               ยังไม่ได้กอไฟ

    คิดอี้หาผัว                   เพล้งในครัวหม้ายไหร

    ยังไม่ได้กอไฟ              สารเคยไม่มีอี้เลี้ยงผัว  

แลรูปแม่ยาย
 



กล่อม..

*"โอ้.ว่าเอย. เอ๋ยเจ้า.กาเหว่า"
*"เอาไข่ไปฝากรังเขา.แล้วเจ้าก็บินหนีมา"
คือเพลงห่ม..กล่อมเห่..เหนือเปลผ้า
เถอะ!หลับตา.นอนนิ่ง.นะมิ่งขวัญ
โน่น!ดารา.มากระเซ้า.ยั่วเย้าจันทร์
หมายจะปั้น.หนาวสู่..ฤดูกาล
สิ!ห่มผวย.ด้วยรัก.เหมือนดักแด้
จากมือแม่.ปั่นฝ้าย.ทอด้ายสาน
อุ่นในนวม.อ่อนนิ่ม.ให้อิ่มนาน
กับเปลแก้ว.อลังการ.ดาลฤดี
ให้ฝันถึง.นางฟ้า.เพลารุ่ง
มาประปรุง.แป้ง,ประคิ่น.ปักปิ่นสี
และร่ายพร้อง.ร้อง-เห่.เยี่ยงเมธี
ท่ามหมู่มวล.กินรี.คีตกานต์
และฝันถึง.ผีเสื้อ.เอื้อปีกสวย
เร้า.ระรวย.ลมริ้ว.เหมือนปลิวม่าน
และฝันถึง.ดอกไม้.สยายบาน
จะเบียดกอด.ยอดก้าน.กรุ่นลานใจ

หมายมือเจ้า.เขย่าโยน.ดั่งโหนรุ้ง
จากทิวทุ่ง.พุ่งละลิ่ว.วะหวิวไสว
คว้ากลีบหมอก.ระลอกนวล.มวลละไม
มาคลุมรอบ.ครอบหทัย.ในจินตนา
และสัมผัส.รสน้ำค้าง.พร่างเกร็ดเผาะ
ที่หยาดเหยาะ.หยดเย็น.เหนือเส้นหญ้า
ดั่งอิ่มปลื้ม..ดื่มสม.นมมารดา
เสมอทิพย์.สารท.กระยา.เทวาลัย
เพื่อตื่นรู้.ตรู่รุ่ง.แห่งทุ่งท่าม
สิ!ฟังเสียง.เลื่อนลาม.ร่องน้ำไหล
และฟังเสียง.โบกพลิก.ริกริกใบ
ของหม่นไม้.คายไคล.ให้คบคา
ครั้นเติบใหญ่.จงใฝ่ธรรม.ประจำจิต
เถอะ!.สถิตย์.กับความนิ่ง.อหิงสา
ครั้นเติบใหญ่.อย่าริเด่น.เป็นโจรา
ให้ตระหนัก.ศักดิ์วงศ์ศา.จะอ่างาม
ให้รู้ค่า.แห่งคน.แห่งชนเชื้อ
ให้เจ้าเอื้อ.กับแอก.ที่แบกหาม
ให้ศีลธรรม.ย้ำโยง.ทุกโมงยาม
ให้ต่อเติม.เสริมตาม.คุณความดี..ฯ๚ะ๛
-------------------------
คือเสียงคลอ.ห่อคลุม.ส่งมุมผ้า
ในนามบุตร.กุมารี.ที่กองฟอน..ฯ๚ะ๛
( กล่อมร่างหนึ่ง.ณ.สถาน.ลานพิธี )
( ให้ล่วงสู่.สุขาวดี.ที่กองฟอน..ฯ๚ะ๛)
-------------------------------------------
คือคน...เขียนคำ........โดย..."ปางสีฝุ่น"
ใครกล่อม.เรา.กล่อมใคร
ด้วยเพลงใด.กันเล่า.เจ้าเอย.กับบทสวด.บูชา.พระชินสีห์
กล่อมร่างหนึ่ง.ซึ่งลาลับ.ดับชีวี