ปีผ่านไป สอนให้เราได้เรียนรู้อะไรมากมายจากกัลยาณมิตรที่ดี

วันนี้ก็มีเรื่องเล่าดีดีอีกเรื่อง ที่อยากนำมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

 

จัดการอย่างไรกับความโกรธ   

เป็นหัวเรื่องที่น่าสนใจเพราะช่วงเวลานี้ "ความโกรธ" มันรุมเร้าเข้ามาแทนที่การมีสติ ทำให้เราเสียความเป็นเราไป เพราะ "ความเขลาและเบาปัญญา" ที่ไม่สามารถขจัดมันไปได้            

.........

เรื่องราวเกี่ยวกับความขัดแย้ง การทะเลาะเบาะแว้งทำร้ายร่างกายทั้งผู้อื่นและตนเอง ไปจนถึงการมุ่งร้ายทำลายชีวิตกัน ในสังคมทุกวันนี้ มักจะมาจากสภาพอารมณ์ที่เรียกว่า “โทสะ” หรือ “อารมณ์โกรธ” ของมนุษย์เรานั่นเอง

ความโกรธเป็นหนึ่งในอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับทุกคนเป็นธรรมดา เราสามารถรู้สึกได้เมื่อเกิดอารมณ์โกรธจะมีการเปลี่ยนแปลงสภาวะในร่างกายหลายๆอย่าง เช่น หัวใจเต้นแรงและ เร็วขึ้น กล้ามเนื้อตึงเครียด เนื้อตัวสั่น ปั่นป่วนในท้อง ร่างกายเหมือนกับมีแรงส่งที่สูงขึ้น และพร้อมจะพุ่งพลังออกไป บางคนเปรียบว่า ความโกรธเสมือนหนึ่งเรากำไฟไว้ในมือ คนที่ “เจ้าโทสะ” มักจะทำให้คนอื่นรู้สึกร้อนไม่อยากอยู่ใกล้ เมื่อมีเรื่องไม่ถูกใจ ความโกรธก็มักเผาลนคำพูดให้เชือดเฉือนผู้อื่น หรือแสดงการกระทำที่ก้าวร้าวรุกรานทำให้มีปัญหา ความสัมพันธ์กับผู้อื่น เพราะความรู้สึกไม่เป็นมิตร มักขาดความระมัดระวังและตัดสินใจผิดพลาด ก่อให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ง่าย ความโกรธที่เรื้อรังยังเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพ อาทิ ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคกระเพาะ และอาการปวดศีรษะเป็นประจำ

 

สาเหตุของอารมณ์โกรธ ที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • ความคับข้องใจที่ไม่สามารถทำบางสิ่งบางอย่างได้ดังใจ
  • ความรำคาญ หงุดหงิด จากสิ่งแวดล้อมต่างๆ ความรู้สึกไม่สะดวกในการดำเนินชีวิตประจำวัน
  • การถูกรบกวนความเป็นส่วนตัว
  • ความเสียใจ ความกลัวที่แปรเปลี่ยนกายเป็นความโกรธ
  • ความผิดหวัง ความรู้สึกว่าตนเองโชคร้าย ประสบเคราะห์กรรม หรือเผชิญความสูญเสีย
  • การถูกคุกคาม รู้สึกถูกเหยียดยาม ดูหมิ่น
  • ความอิจฉาริษยาผู้อื่น ฯลฯ

ถ้าควบคุมอารมณ์ไม่ได้ก็อาจก่อพฤติกรรมรุนแรง โดยความโกรธนั้นอาจพุ่งเข้าหาตนเองด้วยการทำร้ายตนเองหรือพุ่งไปสู่คนอื่นก็ได้

 

วิธีหาทางออกให้กับอารมณ์โกรธ

ยอมรับว่ากำลังรู้สึกโกรธ พิจารณาว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดหรือละอายที่รู้สึกโกรธพิจารณาสาเหตุของความโกรธ ที่เกิดขึ้นโดยไม่เข้าข้างหรือตำหนิตนเองเกินเหตุพยายามเปิดความคิดให้กว้างและยืดหยุ่น ตัดสินใจทำการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์แล้วลองปฏิบัติ

 

ขั้นตอนที่ควรใช้เพื่อควบคุมอารมณ์

ตั้งสติให้มั่นคงทำใจให้สงบ ระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านก่อนทำความตกลง หรือลงมือทำอะไรเพราะอาจตัดสินไร ผิดพลาดหากเจรจาหรือแก้ปัญหาขณะที่กำลังมีอารมณ์ ถามตนเองว่า “กำลังต้องการเอาชนะ”  หรือ “ต้องการแก้ปัญหา” ถ้าคำตอบคือ การเอาชนะ ให้หยุดการเจรจา แล้วหาทางระงับอารมณ์ และความคิดเอาชนะให้ได้ก่อนเพราะไม่มีทางที่คุณจะเอาชนะได้อย่างสันติ แสดงความรู้สึกและความต้องการของตนเองด้วยท่าทีไม่ก้าวร้าง ไม่ข่มขู่ หรือ ละเมิดสิทธิของคนอื่นหาทางระบาย ความโกรธออก ถ้าหากคุณไม่สามารถจัดการกับความโกรธของตนเองได้ อย่าอายที่จะพูดคุยความรู้สึกของคุณกับ คนที่ใกล้ชิดและเข้าใจ หากทำใจเล่าให้คนอื่นฟังไม่ได้ อาจใช้วิธีเขียนถึงเรื่องที่คุณโกรธลงบนกระดาษ จะทำให้ความโกรธถูกระบาย ออกมาบ้าง อย่าเก็บความ ขุ่นมัวโกรธเคืองไว้เงียบๆตามลำพัง เพราจะทำให้คุณเป็นคนเครียดได้ง่าย และมีความอดทนกับเรื่องต่างๆ รอบตัวน้อยลงเรื่อยๆ

 

กิจกรรมที่จะช่วยระงับอารมณ์เมื่อคุณโกรธ

กีฬาที่ต้องออกแรง เช่น ตีแบดมินตัน เทนนิส เตะบอล วิ่ง ว่ายน้ำ และอย่าไปเน้นการแข่งขันกับคนอื่น เพราะจะยิ่งเครียดแทนที่จะสงบลง             

หางาน ให้ได้มีการออกแรงที่อัดแน่นออกไปอย่างเหมาะสม การถอนหญ้า ขุดดินปลูกต้นไม้ ซ่อมแซมสิ่งของ จะช่วยให้ได้ออกแรงระบายอารมณ์พร้อมกับได้ผลงานที่น่าชื่นชม ขึ้นมาแทน

ใช้เทคนิคการผ่อนคลายที่เหมาะสมกับตนเอง เช่น นับตัวเลขในใจ กำหนดลมหายใจ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หรือ อาจสวดมนต์ ท่องคาถาสั้นๆ ที่เป็นการช่วยคุณผ่อนคลายและ “ตั้งสติ” พึงระลึกไว้ว่า “ฉันตั้งใจ จะไม่ให้มีเรื่องรุนแรงเกิดขึ้น” หาทางปลดปล่อยอารมณ์อย่างสร้างสรรค์ไม่เป็นภัยทั้งกับตนเองและผู้อื่น ด้วยการเรียนรู้ที่จะจัดการกับความโกรธอย่างมีประสิทธิภาพ ฝึกตนให้มีสติ ระลึกถึงอารมณ์ของตนเอง และเป็นผู้ควบคุมอารมณ์เสียแต่วันนี้ จะดีกว่ามานั่งเสียใจภายหลัง

 

โอว....แม่เจ้า

ภาวะอารมณ์เช่นนี้ การดับความโกรธอีกทางคือ "ความไม่โกรธ"

กำลังพยายามอยู่ค่ะ

ขอให้ทุกท่านมีความสุขตลอดปี และตลอดไป ท่านที่อยู่ในภาวะแห่งความโกรธ ก็มาหาทางดับความโกรธร่วมกันกันคะ