เหตุใดการนับถือพุทธศาสนา จึงไม่ช่วยให้คนไทยมีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์ โดยเฉพาะผู้ที่ทุกข์ยาก การทำบุญไม่ช่วยให้คนไทยมีเมตตากรุณาต่อผู้อื่นเลยหรือ

                 บุญที่ถูกลืม โดยพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

คุณนายแก้ว” เป็นเจ้าของโรงเรียนที่ชอบทำบุญมาก  เป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าทอดกฐินอยู่เนือง ๆ

           

ใครมาบอกบุญสร้างโบสถ์วิหารที่ไหน ไม่เคยปฏิเสธ เธอปลื้มปิติมากที่ถวาย

เงินนับแสนสร้างหอระฆังถวายวัดข้างโรงเรียน

                  

แต่เมื่อได้ทราบว่านักเรียนคนหนึ่งไม่มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียนค้างชำระมา

สองเทอมแล้ว เธอตัดสินใจไล่นักเรียนคนนั้นออกจากโรงเรียนทันที

                                                

                  

“สายใจ”พาป้าวัย ๗๐ และเพื่อนซึ่งมีขาพิการไปถวายภัตตาหารเช้า

ที่วัดแห่งหนึ่งซึ่งมีเจ้าอาวาสเป็นที่ศรัทธานับถือของประชาชนทั่วประเทศ

 

เช้าวันนั้นมีคนมาทำบุญคับคั่ง จนลานวัดแน่นขนัดไปด้วยรถ เมื่อได้เวลา

พระฉัน  ญาติโยมก็พากันกลับ

                     

สายใจพาหญิงชราและเพื่อนผู้พิการเดินกะย่องกะแย่งฝ่าแดดกล้า

ไปยังถนนใหญ่ เพื่อขึ้นรถประจำทางกลับบ้าน ระหว่างนั้นมีรถเก๋ง

หลายสิบคันแล่นผ่าน ไปแต่ตลอดเส้นทางเกือบ ๓ กิโลเมตร

ไม่มีผู้ใจบุญคนใดรับผู้เฒ่าและคนพิการขึ้นรถเพื่อไปส่งถนนใหญ่เลย

 

เหตุการณ์ทำนองนี้มิใช่เป็นเรื่องแปลกประหลาดในสังคมไทย


“ชอบทำบุญแต่ไร้น้ำใจ” เป็นพฤติกรรมที่พบเห็นได้ทั่วไปในหมู่ชาวพุทธ

                   

ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า คนไทยนับถือพุทธศาสนากันอย่างไร

จึงมีพฤติกรรมแบบนี้กันมาก เหตุใดการนับถือพุทธศาสนา

จึงไม่ช่วยให้คนไทยมีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์ โดยเฉพาะผู้ที่ทุกข์ยาก

การทำบุญไม่ช่วยให้คนไทยมีเมตตากรุณาต่อผู้อื่นเลยหรือ

                    

หากสังเกตจะพบว่าการทำบุญของคนไทยมักจะกระทำต่อสิ่งที่อยู่

สูงกว่าตน เช่น พระภิกษุสงฆ์ วัดวาอาราม พระพุทธเจ้า เป็นต้น

 

แต่กับสิ่งที่ถือว่าอยู่ต่ำกว่าตน เช่น คนยากจน หรือสัตว์น้อยใหญ่

รากลับละเลยกันมาก

    (ยกเว้นคนหรือสัตว์ที่ถือว่าเป็น “พวกกู” หรือ “ของกู”)

 
แม้แต่เวลาไปทำบุญที่วัด เราก็มักละเลยสามเณรและแม่ชี แต่กุลีกุจอ

เต็มที่กับพระสงฆ์

           

นั่นแสดงว่าที่เราทำบุญกันมากมาย ก็เพราะหวังประโยชน์

ส่วนตัวเป็นสำคัญ   ดังนั้นยิ่งทำบุญด้วยท่าทีแบบนี้

ก็ยิ่งเห็นแก่ตัวมากขึ้น

 

ผลคือจิตใจยิ่งคับแคบ ความเมตตากรุณาต่อผู้ทุกข์ยากมีแต่

จะน้อยลง ไม่ต้องสงสัยเลยว่า การทำบุญแบบนี้กลับจะทำให้ได้

บุญน้อยลง

               

               

         แน่นอนว่าประโยชน์ย่อมเกิดแก่ผู้รับอยู่แล้ว เช่น

         หากถวายอาหาร อาหารนั้นย่อมทำให้พระสงฆ์มีกำลัง

         ในการศึกษาปฏิบัติธรรมได้มากขึ้น

                   

แต่อานิสงส์ที่จะเกิดแก่ผู้ถวายนั้นย่อมไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย

เพราะเจือด้วย   ความเห็นแก่ตัว

           

ยิ่งถ้าทำบุญ 100 บาท เพราะหวังจะได้เงินล้าน  บุญที่เกิดขึ้น

ย่อมน้อยลงไปอีก  เพราะใช่หรือไม่ว่านี่เป็นการ “ค้ากำไรเกินควร”
             

บุญที่ทำในรูปของการถวายทานนั้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือเงินก็ตาม             

        จุดหมายสูงสุดอยู่ที่การลดความยึดติดถือมั่นในตัวกูของกู 

    ยิ่งลดได้มากเท่าไรก็ยิ่งเข้าใกล้นิพพานอันเป็นประโยชน์สูงสุด

                 

แต่หากทำบุญเพราะหวังแต่ประโยชน์ส่วนตน อยากได้เข้าตัวมาก ๆ

แทนที่จะสละออกไปก็ยิ่งห่างไกลจากนิพพาน หรือกลายเป็นอุปสรรค

ขวางกั้นนิพพานด้วยซ้ำ

 

อันที่จริงถ้ามองให้กว้างกว่าการทำบุญ ก็จะพบปรากฏการณ์

ในทำนองเดียวกัน  นั่นคือคนไทยนิยมทำดีกับคนที่ถือว่าอยู่สูงกว่าตน 

แต่ไม่สนใจที่จะทำดีกับคนที่ถือว่าต่ำกว่าตน  เช่น ทำดี กับเจ้านาย

คนรวย ข้าราชการ ระดับสูง นักการเมือง

     
ทั้งนี้ก็เพราะเหตุผลเดียวกันคือคนเหล่านั้นให้ประโยชน์แก่เราได้

(หรือแม้เขาจะให้คุณได้ไม่มาก แต่ก็สามารถให้โทษได้ )

 

                                อันที่จริงอย่าว่าแต่นิพพานเลย 

                    แม้แต่ความสุขในปัจจุบันชาติก็อาจเกิดขึ้นได้ยาก

                  เพราะจิตที่คิดแต่จะเอานั้นเป็นบ่อเกิดแห่งความทุกข์

 

             ประโยชน์ในที่นี้ไม่จำต้องเป็นประโยชน์ทางวัตถุ

                       อาจเป็นประโยชน์ทางจิตใจก็ได้ 

                เช่น คำสรรเสริญ หรือการให้ความยอมรับ

               
          ประการหลังคือ เหตุผลสำคัญที่ทำให้คนไทยขวนขวาย

       ช่วยเหลือฝรั่งที่ตกทุกข์ได้ยากอย่างเต็มที่แต่กลับเมินเฉย

    หากคนที่เดือดร้อนนั้นเป็นพม่า มอญลาว เขมร หรือกะเหรี่ยง

 
     ใช่หรือไม่ว่าคำชื่นชมของพม่าหรือกะเหรี่ยง  ความหมายกับเรา

      น้อยกว่าคำสรรเสริญของฝรั่งบุคคลจะได้ชื่อว่าเป็นคนใจบุญ

              ไม่ใช่เพราะนิยมทำบุญกับสิ่งที่อยู่สูงกว่าตนเท่านั้น

             
หากยังยินดีที่จะทำบุญกับสิ่งที่เสมอกับตนหรืออยู่ต่ำกว่าตน

อีกด้วย  แม้เขาจะไม่สามารถให้คุณให้โทษแก่ตนได้

ก็ช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ ทั้งนี้เพราะมิได้หวังผลประโยชน์ใด ๆ 

นอกจากความปรารถนาให้เขาพ้นทุกข์นี้คือกรุณาที่แท้ในพุทธศาสนา

             
         การทำดีโดยหวังผลประโยชน์ หรือยังมีการแบ่งแยกและ

 เลือกปฏิบัติอยู่ ย่อมไม่อาจเรียกว่าทำด้วยเมตตากรุณาอย่างแท้จริง

          

          *******************************************

              การทำบุญกุศล ควรมาจากจิตที่เปี่ยมด้วยเมตตา