พอใจในสิ่งที่มื มีความสุขแล้ว ไม่อยากให้ชีวิตมีอะไรเปลี่ยนแปลง

เกือบหกเดือนแล้วที่ผู้เขียนห่างหายไปหลังจากเข้ามาเขียนครั้งล่าสุดเมื่อไปร่วมเข้าค่ายภาษาอังกฤษกับอาจารย์ขจิตและคุณครูที่สุพรรณบุรี อย่างไรก็ตามยังคิดถึงบ้านโกทูโนว์หลังนี้เสมอ วันนี้ตั้งใจจะเข้ามาอวยพรปีใหม่ค่ะ แต่มาเจอให้เขียนร่วมสนุกในหัวข้อ ” คุณจะเปลี่ยนแปลงอะไร เพื่อชีวิต ครอบครัว สังคม หรือ ชุมชนมีความสุขตลอดปี ๒๕๕๓” ก็เลยขอถือโอกาสนี้ทบทวนดูว่าตัวเองต้องการเปลี่ยนแปลงอะไร

 

 จริง ๆ แล้วชีวิตผู้เขียนเรียบง่ายและสงบมาก ทำงานแปล ติดต่องานทางอินเตอร์เน็ต ไม่มีปัญหาเพื่อนร่วมงาน ครอบครัวก็มีสมาชิกน้อย ที่แคนาดาก็มีกันแค่สามคนพี่น้องและลูก ๆ หลาน ๆ พวกเราจึงค่อนข้างถ้อยทีถ้อยอาศัย เมื่อมีปัญหาขัดแย้งก็พยายามไกล่เกลี่ยกัน......ชีวิตทุกวันนี้มีความสุขดีอยู่แล้วไม่อยากให้มีอะไรมาเปลี่ยนแปลง....

ยกเว้นเรื่องราวต่อไปนี้ที่อยากจะเปลี่ยนแปลงเพื่อตัวเอง สังคม และคนรอบข้าง..................

๑.   เขียนให้มากขึ้น การเขียนมีประโยชน์กับตัวเองมากเพราะทำให้ได้คิด ได้ทบทวน แต่ทำไมน๊าจึงไม่ยอมเขียนให้มาก ๆ ทั้งที่มีเวลา มีโอกาสเดินทาง ได้พบได้เห็นสิ่งต่าง ๆ มากมาย มีวัตถุดิบให้ได้นำมาเขียนไม่จบไม่สิ้น อย่างที่ผ่านมาย้ายที่อยู่จากเม็กซิโกกลับมาอยู่ที่แคนาดา ช่วงที่ย้ายของก็ใช้วิธีขับรถกันมาสามคนจากบ้านที่เม็กซิโก ขับผ่านทางตอนใต้ของอเมริกา ขึ้นมาเรื่อยๆจนถึงแคนาดา ใช้เวลาทั้งหมดห้าวันห้าคืน

                            Go to fullsize image

๒.   จะพยายามไม่ย้ายที่อยู่บ่อย ๆ ตัวผู้เขียนเป็นคนเบื่ออะไรง่าย และชอบการเปลี่ยนแปลง แต่ทุกครั้งที่เปลี่ยนก็มักกระทบคนข้างเคียงเสมอ โดยเฉพาะการย้ายที่อยู่มีผลกระทบในทางลบต่อลูกสาวมาก เขาต้องย้ายโรงเรียน ต้องปรับตัวเข้ากับเพื่อนใหม่ โรงเรียนใหม่ สภาพแวดล้อมใหม่ ตอนที่เอาเขาย้ายกลับมาแคนาดาครั้งนี้ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเขาจะมีปัญหาในการปรับตัวเข้ากับโรงเรียนที่นี่เพราะคิดว่าเขาไม่มีปัญหาเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษ แต่เอาเข้าจริงแล้วเขาต้องใช้เวลาถึงสี่เดือนในการปรับตัวเข้ากับโรงเรียนใหม่ที่แคนาดา... ก่อนหน้าก็นี้วางแผนไว้อีกว่าปีหน้าจะพาเขาย้ายไปเรียนที่เมืองไทยสักปีเพื่อให้เขาได้เรียนภาษาและวัฒนธรรมไทย แต่ตอนนี้ต้องเริ่มคิดใหม่ให้รอบคอบแล้วว่าการทำอย่างนี้จะมีผลดีหรือผลเสียกับเขา ไม่ใช่คิดเอาแต่ใจตัวเองคนเดียวและทึกทักเอาว่าการทำอย่างนี้จะเป็นผลดีกับเขาเท่านั้น

๓.   หมั่นฝึกฝนการออกเสียงภาษาอังกฤษอย่างจริงจัง อยู่เมืองนอกมานานเกือบยี่สิบปีก็จริงแต่บางครั้งก็ยังมีปัญหาเรื่องออกเสียงภาษาอังกฤษที่พูดไปแล้วฝรั่งยังงงอยู่ โดยเฉพาะตอนนี้ผู้เขียนย้ายมาอยู่เมืองเล็ก ๆ ชื่อเคโลน่า ที่อยู่ห่างจากแวนคูเวอร์ (เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของแคนาดาไปประมาณสี่ร้อยกิโลเมตร) ที่เคโลน่าไม่ค่อยมีคนต่างชาติย้ายมาอยู่ ที่โรงเรียนที่ลูกสาวเรียนมีนักเรียนสี่ร้อยกว่าคน มอง ๆ ดูแล้วมีเด็กหัวดำชาวอินเดียอยู่สักสิบคนมั้ง ฝรั่งเมืองนี้ไม่ค่อยคุ้นเคยกับคนต่างชาติที่มีสำเนียงแปลก ๆ ไม่เหมือนที่แวนคูเวอร์ ที่เต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายสัญชาติพูดภาษาอังกฤษด้วยสำเนียงที่แตกต่างกันไป

         เมืองเคโลน่า Go to fullsize image   Go to fullsize image  The Grand Okanagan Resort in Kelowna, British Columbia, Canada

 

 

๔.  ตั้งใจฝึกฝนการใช้ Photoshop อย่างจริงจัง เคยหัดอยู่พักนึงค่ะเมื่อหกเจ็ดเดือนที่แล้ว แต่พอไม่ได้เข้าไปใช้บ่อย ๆก็ลืมเหมือนกัน พอจะเข้ามาใช้อีกก็ต้องรื้อฟื้นกันใหม่อีก     

๕.  มีความมั่นใจในการที่จะทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม สมัยที่อยู่แวนคูเวอร์ผู้เขียนชอบที่จะอาสาเข้าไปช่วยครูที่โรงเรียนที่หลานชายและลูกสาวเคยเรียนเวลาโรงเรียนพานักเรียนไปทำกิจกรรมนอกสถานที่ เช่นอาสาสมัครขับรถพานักเรียนไปเล่นสเก็ตน้ำแข็ง หรืออาสาช่วยดูแลนักเรียนเวลาไปงานวิทยาศาสตร์ ไปเก็บลูกฟักทองวันฮัลโลวีน...เมื่อย้ายไปอยู่เม็กซิโกก็เข้าไปช่วยครูที่โรงเรียนเล่นเกมกับเด็ก ๆ เม็กซิกันที่โรงเรียนที่ลูกสาวเรียนอยู่... แต่พอย้ายมาอยู่เมืองเคโลน่าครั้งนี้ รู้สึกว่าตัวเองขาดความมั่นใจที่จะเข้าไปช่วยทำกิจกรรมที่โรงเรียน รู้สึกตัวเองเป็นกะเหรื่ยงเพราะทั้งโรงเรียนไม่มีผู้ปกครองคนหัวดำอย่างเราเลย (ไม่เหมือนสมัยอยู่แวนคูเวอร์ที่ทั้งโรงเรียนแทบจะหาเด็กฝรั่งแท้ ๆ ที่พูดภาษาอังกฤษได้ภาษาเดียวไม่พูดภาษาอื่นที่บ้านไม่ได้เลย) อยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้มีความกล้า กล้าที่จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือและทำประโยชน์ต่อชุมชน ไม่ต้องอายที่จะทำความดี

 

                

                 Image Preview

 

ท้ายนี้ขอให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ชาวโกทูโนว์มีความสุขกันมาก ๆ นะคะ อย่าให้ความสำคัญกับการเรียนการทำงานกันมากจนลืมที่จะให้เวลากับคนในครอบครัว ครอบครัวสำคัญที่สุดค่ะ