ปีใหม่โรงเรียนนกฮูก 2553

       วันนี้เป็นวันที่ 30 ธันวาคม 2552 เป็นวันที่โรงเรียนนกฮูกทั้งใหญ่และเล็กต้องมาจัดกิจกรรมร่วมกันอีกหนหนึ่ง นั่นก็คือกิจกรรมงานปีใหม่นั่นเอง

       นับย้อนหลังไปราว 2 สัปดาห์ น้องจ้าเล่าให้ผมฟังว่า เขาได้เต้นรำเพลงปีใหม่ “สวัสดีปีใหม่แล้ว....” ผมเองฟังไปก็รู้สึกเฉยๆ เพราะคิดว่าเป็นกิจกรรมการเรียนตามปกติของเขา ซึ่งลูกสาวจะต้องมารายงานให้ฟังทุกวันที่ไปรับกลับบ้าน “พ่อรู้มั้ยว่าวันนี้จ้าทำอะไร” เอาล่ะสิ ถามมาแบบนี้จะให้พ่อตอบยังไงดีล่ะ “ไม่รู้สิลูก วันนี้วันพุธ ลูกเรียนกับพี่ฝนใช่ไหม” (ในวงเล็บทำให้รู้ว่า พี่ฝนหรือครูฝนเป็นครูสอนวิชาศิลปะที่เด็กๆคลั่งไคล้เป็นที่สุด) “ทำนก” ผมตอบไปงั้นๆ “ผิด” เธอสวนทันควัน “ทำกบ” “ผิด” เธอสวนพร้อมทำหน้าที่รู้สึกว่าตัวเองเหนือพ่ออยู่ 100% “เอ..เอาไงดี ยังไงพ่อก็ไม่รู้อยู่ดีนั่นแหละลูก ลูกช่วยใบ้ให้พ่อหน่อยได้ไหม” คุณจ้าทำท่าคิดอยู่พักหนึ่งก็บอกผมว่า “วันศุกร์นี้วันอะไรล่ะพ่อ” (เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันพุธที่ 23 ธันวาคม) “วันคริสมาสต์” พ่อมันก็รีบตอบไป “พ่อทายได้รึยัง” จ้ายังคงไม่ลดราวาศอก พ่อเลยตอบไปว่า “ต้นคริสมาสต์” “ถูกต้อง” ว่าแล้วพ่อมันก็ตื้นตันจนแทบน้ำตาร่วง คงรู้นะครับว่าพ่อมันตื้นตันด้วยเรื่องอะไร หนำซ้ำเมื่อกลับบ้าน เธอก็ถามคำถามเดียวกันกับป้าเขียด พี่เลี้ยงส่วนตัว เธอใบ้ไปว่า “ซานตาคลอส” แค่นั้น ป้าเขียดก็ตอบคำถามเธอได้ เก่งจริงๆ

       วันจันทร์และอังคารที่ผ่านมา น้องจ้าไม่ได้ไปโรงเรียน เพราะติดเชื้อไวรัสในช่องปาก เธอเป็น Herpangina ซึ่งเป็นการติดเชื้อที่ทำให้เกิดแผลในปากมากมาย เชื้อโรคที่เป็นสาเหตุตัวนี้มีชื่อว่า Coxsackie virus เป็นตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคมือเท้าปาก ผมจึงให้หยุดเรียน เพราะกลัวว่าเธอจะเอาเชื้อไปเผื่อเพื่อนๆพี่น้องนกฮูก เลยได้รับรู้ว่า น้องจ้าพลาดการซ้อมเต้นรำไปอีก 2 วัน และก็ได้รู้อีกว่า เธอจะต้องเต้นรำจริงๆในวันที่ 30 ธันวาคมนี้ ในงานวันปีใหม่ของโรงเรียน โถ..ก็พ่อไม่รู้จริงๆนี่นา ว่าลูกต้องเต้นโชว์

       งานของครอบครัวมี 2 อย่างที่ต้องทำก่อนงานปีใหม่ อย่างแรกก็คือการหาของขวัญไปจับฉลากกัน โดยมีโจทย์อยู่ที่ว่า ของขวัญต้องมีมูลค่าไม่เกิน 100 บาท ซึ่งผมเองมีข้อแม้กับลูกๆว่า ของขวัญในปีนี้ ต้องไม่เกิดภาระกับสิ่งแวดล้อม (กวนดีไหมครับ) นั่นคือ การห่อของขวัญปีนี้ต้องห่อด้วยใบตองและใช้เชือกกล้วยแทนริบบิ้น ซึ่งทั้งสองสาวบอกว่า “OK ค่ะพ่อ” คราวนี้ก็มาถึงเรื่องหาของขวัญ ผมก็คิดว่า เราไม่ควรซื้อของที่คนอื่นไม่ได้ใช้ประโยชน์ แล้วเราจะเอาอะไรดีล่ะ มาสรุปตรงกันก็คือ ซื้อต้นไม้กันดีกว่า เพราะไม่เป็นภาระกับสิ่งแวดล้อมแน่ๆ ไม่ใช่พลาสติก ไม่ใช่ของเล่น มันปลูกได้ รดน้ำได้ และเติบโตได้ ว่าแล้ว คุณแม่สุดที่รักของทั้งสองสาวก็ไปหาซื้อต้นกุหลาบหินและกระบองเพชร มาอย่างละต้น เป็นอันว่า ไม่จำเป็นต้องห่อของขวัญเพิ่มเติมอีกเลย ถูกใจพ่อและลูกเป็นอย่างยิ่ง

       มาจนถึงเช้าวันนี้ ผมขออนุญาตเจ๊จิน (อาจารย์จิตเกษม) เพื่อลางานในช่วงเช้าไปร่วมงานปีใหม่ของโรงเรียนนกฮูก เพราะอยากดูลูกสาวเต้นรำใจแทบขาด

       ความเรียบง่ายดูเป็นเรื่องที่แสนจะธรรมดาของโรงเรียนนี้ เด็กๆเป็นผู้บริหารจัดงานเอง คุณครูเป็นผู้ช่วยอำนวยความสะดวกเท่านั้น ภาพแรกที่เห็นก็คือ เขาจัดงานกันในสนามหน้าเสาธง มีรั้วของเวทีเป็นฟิวเจอร์บอร์ด วางง่ายๆแต่ดูดี พี่แป้งบอกว่า เด็กๆจัดกันเมื่อวานนี้นี่เอง มีการวางเก้าอี้เอาไว้ให้ผู้ปกครองนั่ง เด็กๆเขานั่งกันบนพื้น

       เริ่มด้วยการเข้าแถวเคารพธงชาติ จากนั้นคุณพรีมนำสวดมนต์เสียงใสไพเราะจับใจ แล้วก็เริ่มด้วยการอวยพรปีใหม่ด้วยการเต้นรำของน้องอนุบาล น้องจ้าก็เลยไปยืนหน้าแถวในทันที เธอยืนคู่น้องมิว เด็กเตรียมอนุบาล ว่าแล้วก็เต้นๆๆๆ เล่นเอาพ่อรัวกล้องไม่ยั้งเลยเชียวครับ

 

       ตามด้วยการเล่นไวโอลินของบรรดาเหล่าเซียนทั้งหลาย เม่น มาร์ค เข็ม ขิง บุ๊ค เตย และน้องชนม์ ซึ่งผมยกให้เป็น amazing ของวันนี้ เพราะว่าเธออายุเพียง 4 ขวบเท่านั้นเองนะครับ

                                                    เม่น

                                  เม่น มาร์ค


                                     เข็ม ต้นข้าว


                                    บุ๊ค เตย


                                    มาร์ค


                                    รวมพลพรรคเซียน


                                      น้องชนม์

 

       จากนั้นก็ต่อด้วยการมอบรางวัลแห่งปี ซึ่งเกิดจากการโหวตบ้าง ทำกิจกรรมพิเศษบ้าง ผมพอจะสรุปดังนี้นะครับ

       Popular vote ฝ่ายหญิงคือเข็มและหนุน ฝ่ายชายคือแฮมและขาล

                                      แฮม

                                     ขาล

                                    เข็ม

                                       หนุน

       มนุษย์สังคม รางวัลนี้มีความพิเศษ เพราะว่าเขาเริ่มจากการทำ sociogram โดยการเขียนชื่อนักเรียนทุกคนลงในกระดาษ จากนั้นก็ให้เด็กมาโยงชื่อตัวเองไปหาเพื่อนคนที่อยากทำงานด้วย ซึ่งคนที่ได้คะแนนสูงมีอยู่ 4 คน คือ ปอนด์ นนท์ ขาล และน้องขิม

                              ปอนด์

                                 น้องขิม

                                               นนท์

       Mister brain tank คือคนที่มีความรู้มาเล่าให้เพื่อนๆฟังหน้าชั้นตลอดเวลา นั่นก็คือ แฮม คนต่อมาคือแทน คนนี้เป็นอัจฉริยะเรื่องปลา เด็ก ป. 1 ที่คลั่งไคล้ปลาอย่างรุนแรง เขาเกิดมาเพื่อเป็นนักมีนวิทยา ผมเชื่อว่าอย่างนั้นนะครับ และทุกครั้งที่เขาไปเที่ยวมา ก็จะหยิบเอาต้นไม้บ้าง ปลาบ้าง มาบรรยายสรรพคุณหน้าเสาธงทุกครั้งไป ซูฮกจริงๆ

                                              แทน

 

       Mister clean ได้แก่ ฮานีฟ ป. 4 คนนี้จะเป็นบุรุษนักทำความสะอาดครับ สกปรกที่ไหน เธอเก็บเกลี้ยง จนเพื่อนๆและคุณครูต้องมอบรางวัลเพื่อเป็นการขอบคุณ

                                  ฮานีฟ

 

       เมื่อมอบรางวัลกันเสร็จเรียบร้อยก็เป็นการแสดงของพี่ๆชั้นต่างๆ และการเล่นเกม เล่นกันสนุกจนตัวโยน ลืมกติกาบ้าง มั่วบ้าง ก็น่าจะเป็นธรรมชาติของเด็กๆ ซึ่งก็ไม่มีใครร้องเรียนเหมือนเวลาที่พวกผู้ใหญ่เล่นเกมกัน

       ผมต้องกลับก่อนในช่วงเที่ยง ปล่อยให้สองสาวกินข้างเที่ยงที่โรงเรียน แล้วฝากเพื่อนพาเธอกลับบ้าน สวัสดีปีใหม่ครับ