ผมมีนิสัยเสียที่แก้ไม่หาย ที่ชอบท้าทายกฎกติกา ชอบทำหน้าที่ตรวจสอบความเหมาะสมของกติกาต่างๆ โดยมีคำถามว่า กติกานั้นมันเอียงไปทางอำนวยประโยชน์แก่คนบางกลุ่ม ไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของสังคมส่วนรวมหรือไม่
นิสัยนี้ คงจะมีส่วนเสริมและชลอความก้าวหน้าในชีวิตทางโลกของผมไม่ใช่น้อย
แล้ววันที่ ๓ ธ.ค. ๕๒ ผมก็เจอประเด็นนี้อย่างจัง ในการประชุม กกอ. ที่เห็นได้ชัดว่า กกอ./สกอ. ทำงานกำกับดูแลวิทยฐานะเพื่อสอนปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยเอกชน ภายใต้กติกาที่ผิด
กติกาที่ผิดนี้คือ กติกาที่กำหนดให้มหาวิทยาลัยเอกชนต้องยื่นแสดงความพร้อมต่อ สกอ./กกอ. ว่าพร้อมเปิดสอนปริญญาเอกในสาขาใดก็ได้ ๑ สาขา แล้วหลังจากนั้นก็สามารถเปิดสอนปริญญาเอกในสาขาใดก็ได้โดยไม่ต้องขออนุมัติจาก สกอ./กกอ. อีก
ความพร้อมในสาขาวิชาหนึ่ง ไม่ได้รับประกันความพร้อมในอีกสาขาวิชาหนึ่ง
กติกาที่ผิดอีกอย่างหนึ่งคือดูความพร้อมที่โครงสร้างหลักสูตร และคุณวุฒิของอาจารย์ประจำหลักสูตร และแค่ดูจากเอกสารที่มหาวิทยาลัยนั้นส่งมา
ในการประชุม กกอ. วันนั้น ท่านอาจารย์คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ ได้ชี้ให้เห็นว่า การสั่งสมความพร้อมเชิงสถาบันมีความสำคัญมาก มหาวิทยาลัย ก ที่ขอรับรองวิทยฐานะเพื่อสอนระดับปริญญาเอกสาขา ข ไม่เคยสอนสาขา ข ไม่ว่าในระดับปริญญาตรี หรือระดับปริญญาโท ดังนั้น จึงยังไม่มีประสบการณ์ด้านการเตรียมความพร้อมในการสอนสาขา ข เลย
หน่วยงานที่มีอำนาจ ทำหน้าที่กำกับดูแล นอกจากเสี่ยงต่อหลุมพรางกติกาที่ผิดแล้ว หลุมพรางที่ใหญ่และลึกกว่านั้น คือหลุมอำนาจ ถือว่าตนมีอำนาจที่จะชี้เป็นชี้ตาย ไม่เรียนรู้ ไม่ถ่อมตัว ไม่รับฟัง ไม่ยอมรับการโต้แย้ง นี่คือกระบวนทัศน์ที่ผิด เป็นความผิดที่รุนแรงยิ่งกว่ากติกาที่ผิด
วันนี้ทำผิดกติกาเสียเอง คือเขียนบันทึกผิดกติกาการเขียน บล็อก แทนที่จะเขียนเรื่องเชิงบวก กลับเขียนเรื่องเชิงลบ ขออภัย ขออภัย ขออภัย
วิจารณ์ พานิช
๔ ธ.ค. ๕๒
เห็นด้วยค่ะ KM สอนให้คิดเชิงบวก
สวัสดีปีใหม่นะคะ อาจารย์
เรียนอ.หมอที่เคารพรัก สิ่งที่อ.ยกมาหรือชี้ให้เห็นว่า "นี่เป็นกติกาที่ผิด" ไม่ใช่การมองในแง่ลบหรือเขียนในเรื่องเชิงลบหรอกครับ อ.ได้วิจารณ์ด้วยท่าทีที่เป็นกลาง ชี้(จากการกำหนดรู้)ตัวสภาวะปัญหาของระบบ ว่าได้มีกติกาที่ผิดหรือเป็นโทษต่อตัวระบบมาตรฐานการศึกษาเอกชน แต่การชี้หรือกำหนดรู้ตัวปัญหาแล้วจบอยู่แค่นั้น ก็จะน่าเสียดายคุณค่าของความรู้หรือความตระหนักรู้ที่เกิดขึ้น ขั้นตอนที่ควรเป็นต่อไปคือการตั้งโจทย์ว่า แล้วกติกาที่ผิด(รวมทั้งที่น่าจะมีอีกมาก)มีรากสาเหตุที่มาอย่างไร (ซึ่งถ้าจะให้เดา คงร่างและพิจารณาโดยอนุกรรมการชุดใดชุดหนึ่ง แล้วสุดท้ายผ่านการเห็นชอบและอนุมัติโดยกกอ.ในอดีต) แล้วก็ต้องตามไปแก้ที่ระดับนั้นๆ มีข้อน่าสังเกตุอย่างหนึ่งที่เป็นคนละเรื่องเดียวกัน นั่นคือ ในวาระการประชุมของกกอ. น่าจะทุกครั้งจะถูกFLOODไปด้วยเรื่องของอุดมศึกษาเอกชน ที่เป็นปัญหาในระดับปฏิบัติ ที่ทางสกอ.พึ่งหรือใช้กกอ.เหมือนเป็นตุลาการ จนผมมองเห็นว่าการประชุมเดือนละครั้ง(ครั้งละครึ่งวัน) ก็คงหวังให้กกอ.ปั้นงานเชิงนโยบาย งานชี้นำทิศทาง และฯลฯที่เราหวังให้สมกับการมี Higher Education Commission ก็คงต้องได้แต่หวังเหวิด ผมว่านี่น่าจะเป็นการ "กำหนดรู้ตัวสภาวะปัญหา"ที่ชัดเจนของที่ประชุมกกอ. ที่น่าจะได้ไล่หาสาเหตุและรีบวางแนวทางแก้ไขเสีย เรื่องนี้ไม่ต้องหาหรือตั้งโจทย์วิจัยแล้วไปนั่งวิจัยกระมังครับ คงต้องการการทบทวนตัวเองของกกอ. แล้วแก้ไขครับ แต่ทั้งนี้ กกอ.ต้องมีBold Action ครับ นี่ก็ผ่านไป1ปีแล้วครับ พอหมดวาระทุกท่านก็คงจะเสียดายเวลาที่ได้ใช้ไปอย่างไม่ถูกหรือไม่ตรงกับบทบาทที่ควรจะเป็น กราบสวัสดีปีใหม่ครับ/ดำรง