เมื่อวันที่ ๒๑ ธ.ค.๕๒ ทางสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ได้มีจดหมายเชิญให้โรงเรียนทางเลือก (การศึกษาทางเลือกที่อิงกับระบบรัฐ) ที่ยังไม่เคยรับการประเมินคุณภาพ หรือ กำลังจะต้องรับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสอง ได้แก่ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์  โรงเรียนเพลินพัฒนา  โรงเรียนจิตตเมตต์(ปฐมวัย)  โรงเรียนดรุณสิกขาลัย  โรงเรียนแสนสนุกไตรทักษะ  และโรงเรียนปัญโญทัย ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ณ ห้องประชุมสันถวมิตร เพื่อเป็นการส่งเสริมให้โรงเรียนที่จัดการศึกษาทางเลือก ได้มีรูปแบบการประเมินที่สอดคล้องกับวิธีการ และ ผลของการจัดการศึกษาของแต่ละโรงที่สุด

 

ทาง สมศ. จึงได้จัดหาคณะผู้ประเมินฯ ที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านการศึกษาทางเลือกจากคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มาเป็นผู้ประเมินคุณภาพภายนอกโรงเรียนกลุ่มนี้ แทนการประเมินด้วยคณะผู้ประเมินที่ได้รับใบอนุญาตจาก สมศ. ดังเช่นปกติ

 

ในการเปิดประชุมครั้งนี้ ศ.กิตติคุณ สมหวัง พิธิยานุวัฒน์  รักษาการณ์ผู้อำนวยการ สมศ. กล่าวว่า “การประเมินของ สมศ.จะ fit in กับปรัชญาของโรงเรียนทางเลือกทุกโรง ผู้ประเมินต้องเข้าใจหลักปรัชญาที่ใช้ ดังนั้นจึงใช้บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตจาก สมศ. มาเป็นผู้ประเมินไม่ได้ หากผู้ประเมินไม่เข้าใจแนวทางการจัดการศึกษาในแบบของท่าน ผู้รับการประเมินต้องติติง การประเมินจะต้องไม่เป็นอุปสรรค แต่จะเป็นตัวช่วยของสถานศึกษา ดังนั้นกระบวนการในการจัดการศึกษาจึงขึ้นอยู่กับแต่ละโรงเรียน ทั้งการจัดการเรียนการสอน และการวัดผลก็เป็นเรื่องเฉพาะ เพราะต้องตอบสนองต่อปรัชญาการศึกษาที่แต่ละโรงเรียนใช้

 

โรงเรียนกระแสหลักไม่มีปรัชญาของตน หรือหากมีก็มีไว้เขียน แต่ไม่สะท้อนลงไปที่หลักสูตร การเรียนการสอน การวัดผล เมื่อโรงเรียนไม่มีปรั๙ญาของตน จึงต้องทำตามกระทรวงฯ

 

การประเมินที่ใช้ต้องเป็นการประเมินแบบมีส่วนร่วม เมื่อมีปรัชญา และทำตามปรัชญา เด็กจะรู้จักถาม รู้จักคิด มีทักษะการคิดวิเคราะห์สูง มาตรฐานที่ต้องยึดเป็นหลักไว้ก็คือมาตรฐานด้านผู้เรียนเท่านั้น นอกนั้นต้องดูเป็นการเฉพาะ เช่น กรณีของโฮมสกูล จะดูที่กิจกรรมการเรียนรู้ แทนที่จะดูผลของ O-NET ถ้าผู้ประเมินมาทำการประเมินแบบยึดคู่มือในการประเมินโรงเรียนกระแสหลักก็ต้องคุยกันให้เข้าใจ และผู้รับการประเมินก็ต้องแจ้งกลับมาให้ สมศ.ทราบ”

 

ดร.คมศร  วงษ์รักษา รองผู้อำนวยการ สมศ. ในการประเมินคุณลักษณะของผู้เรียนก็ต้องสะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาการศึกษาที่โรงเรียนแต่ละโรงใช้กันอยู่ และสอดคล้องกันกับมาตรฐานการศึกษาชาติ

 

  • มฐ. ๑ คุณลักษณะของคนไทยที่พึงประสงค์ ทั้งในฐานะพลเมือง และพลโลก
  • มฐ. ๒ แนวการจัดการศึกษา
  • มฐ. ๓ แนวการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ / สังคมแห่งความรู้

 

หลักการสำคัญของการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน

 

๑.    หลักการพัฒนาผู้เรียนอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ ความรู้ และคุณธรรม เป็นผู้ที่มีจริยธรรมในการดำเนินชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข และเผชิญความเปลี่ยนแปลงได้อย่างเท่าทัน และชาญฉลาด

 

๒.    หลักการจัดการศึกษาเพื่อความเป็นไทย  มีความรักและความภาคภูมิใจในท้องถิ่นและประเทศชาติ มีทักษะพื้นฐานสำหรับการประกอบอาชีพสุจริต ใฝ่รู้ มีทักษะของการแสวงหาความรู้ มีลักษณะนิสัยและทัศนคติที่พึงประสงค์ในการเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคมไทย และสังคมโลก

 

๓.    หลักแห่งความเสมอภาค การจัดการศึกษาให้คนไทยทั้งปวงมีสิทธิ์เสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า ๑๒ ปี อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเปี่ยมคุณภาพ โดยไม่เลือกชั้นวรรณะ หรือความแตกต่างทางสังคมวัฒนธรรม

 

๔.    หลักการมีส่วนร่วม กระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาไปยังคณะกรรมการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา เพื่อเสริมสร้างเอกลักษณ์ ศักดิ์ศรี และการตอบสนองความต้องการท้องถิ่น

 

๕.    หลักแห่งความสอดคล้อง กับรัฐธรรมนูญ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรฐานการศึกษาของชาติ และสัมพันธ์เชื่อมโยงกับมาตรฐานการอาชีวศึกษา และมาตรฐานการอุดมศึกษา