ผู้ชายเป็นสาเหตุสำคัญในการตัดสินใจทำแท้ง
แม้โดยส่วนใหญ่ คนเวียดนามจะอยากมีลูก แต่ก็ใช่ว่าคนทุกคนจะมีลูกเมื่อต้องการจะมี ชีวิตมีเรื่องผิดพลาดที่คาดไม่ถึงเสมอ และชะตากรรมก็ชอบเล่นตลกกับชีวิตผู้คน โดยเห็นเป็นเรื่องสนุก
บางคนอยากมีลูกแทบเป็นแทบตาย มีความพร้อมทุกอย่างก็ไม่เห็นมีลูกสักที แต่บางคนไม่อยากมีลูกเลยสักนิดเดียว เผลอไผลไปนิดหน่อย กลับท้องซะงั้น บางคนก็มีลูกมากเกินไปแล้ว ยังมีวิญญาณเด็ก ๆ ชักแถวมาเกิดด้วยอีกเป็นจำนวนมาก ทั้งที่จนแสนจน
บางคนโชคร้ายถูกข่มขืน และบางคนก็มีสาเหตุอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ทำให้คิดเรื่องการทำแท้ง
ฉันคาดเดาหรือจินตนาการไม่ออกหรอกว่า คนท้องคิดอย่างไรบ้าง จึงตัดสินใจไปทำแท้ง เพราะไม่มีประสบการณ์ทั้งสองอย่าง เอาเป็นว่าเขาก็ต้องมีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถท้องต่อไปได้ก็แล้วกัน
บ้านเรา คนแก้ไขปัญหาการตั้งท้องไม่พึงประสงค์ของตนเองไปตามยถากรรม ถ้าไม่ทำแท้งกับหมอเถื่อน ก็พยายามทำให้แท้งเอง ซึ่งทั้งสองวิธีเป็นอันตรายต่อชีวิตอย่างน่าสยดสยอง ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์จำนวนมาก ต้องเสียชีวิตไปในแต่ละปีมากมายอย่างน่าเสียดาย โดยที่ไม่มีใครแก้ไขหรือจัดการอะไรได้
ที่เวียดนาม ถือการทำแท้งเป็นสิทธิส่วนบุคคลของเจ้าของท้อง ซึ่งก็คือผู้หญิง เพราะคนท้องเท่านั้นจะรู้ดีว่า เธอควรจะทำอย่างไรกับชีวิตและท้องของเธอ หากมองเห็นว่าการท้องครั้งนี้ทำความเสียหายทั้งต่อตนเอง และอนาคตของเด็กที่จะเกิดมา พวกเธอมีสิทธิ์ทำแท้งอย่างปลอดภัยในโรงพยาบาล
วิธีการของเขา ไม่ทำให้หมอรู้สึกผิดในฐานะคนทำแท้ง แต่เป็นการตัดสินใจร่วมกันของคนท้องและคนทำให้ท้อง ด้วยการไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล มีการพูดคุยให้คำปรึกษา หาทางออกในชีวิตกัน
โดยส่วนใหญ่หมอมักจะไกล่เกลี่ยให้คนรักษาลูกไว้ แต่ถ้ากลับบ้านไปคิดแล้ว ยังยืนยันคำตอบเดิม ก็เป็นเรื่องของคนไข้
ก่อนกลับบ้านหมอจะสั่งยาให้ 1 เม็ด ถ้าต้องการทำแท้งจริง ๆ ก็ให้กินยานี้ก่อนนอน แล้ววันรุ่งขึ้นก็มาโรงพยาบาล เพื่อขูดทำความสะอาดมดลูก แต่ถ้าเปลี่ยนใจไม่ทำแท้งก็ไม้ต้องกินยาเม็ดนั้น
สถิติส่วนใหญ่ เมื่อคนเป็นแม่ได้มีเวลาครุ่นคิด ก็มักจะไม่ทำแท้ง แต่ก็มีบ้างที่ยังยืนยันคำตอบเดิม ในกรณีที่ไม่มีคนรับผิดชอบเป็นพ่อเด็กในท้อง หรือมีปัญหาทำให้ไม่สามารถเก็บลูกไว้ได้จริง ๆ
แต่ในกรณีที่ผู้ชายแสดงความรับผิดชอบร่วมกัน โอกาสในการตัดสินใจทำแท้งเกือบจะไม่มีเลย
นี่ไง .. ประเด็นสำคัญในการตัดสินใจทำแท้งของผู้หญิง ผู้ชายคือตัวผลักดันที่สำคัญ
ฉันไม่รู้ว่าจะคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เพียงแต่รู้มาก็เลยเล่าสู่กันฟัง ว่าประเทศเพื่อนบ้านเขามีวิธีการจัดการปัญหาโลกแตกนี้อย่างไร
แม้ฉันจะรู้สึกอิจฉาผู้หญิงเวียดนามที่มีความปลอดภัย เมื่อต้องการทำแท้ง แต่ลึก ๆ ฉันไม่รู้ว่าสุขภาพจิตหลังจากการทำแท้งของพวกเธอแตกต่างจากผู้หญิงในประเทศ ที่ถือว่าการทำแท้งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และเป็นบาป หรือเปล่า ...
สำหรับฉันการไม่ท้องกับใคร ถือเป็นการแก้ปัญหาการทำแท้งที่ดีที่สุด ...
ในเมืองไทย เรื่องสิทธิการทำแท้งคงต้องคุยกันอีกนานและเถียงกันอย่างรุนแรง ใจผมส่วนหนึ่งสนับสนุนให้เป็นเหมือนเวียดนาม
แต่ไม่รู้ทำไม ในใจลึกๆ รู้สึกหวั่นๆ กับการอนุญาต หากเกิดขึ้นจริง
สวัสดีค่ะคุณบีเวอร์
ในเมืองไทยการอนุญาตหรือไม่มีค่าเท่ากันค่ะ
ถ้าพูดถึงความน่ากลัวปัจจุบันที่ห้ามๆ นี่ล่ะค่ะน่ากลัวกว่าเยอะ
ทุกปีมีคนตายเป็นจำนวนมากจากการทำแท้ง
เป็นตัวเลขที่ไม่มีใครเปิดเผย
นี่ยังไม่นับพวกที่มีปัญหาสุขภาพอย่างอื่นๆ
เพราะได้รับการรักษาไม่ถูกต้องอีกค่ะ
สรุปว่าเป็นปัญหาที่ไม่มีใครกล้าแตะ
แต่ปัญหานับวันจะโตขึ้น
บทสรุปของเรื่องนี้คือใครมีลูกมีหลานก็ให้การศึกษากันเองละกัน
จะได้ดูแลตัวเองเป็น
ทั้งผู้หญิงผู้ชายจะได้ไม่ไปสร้างปัญหาให้ตัวเองและคนอื่น