วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่มีภาระกิจในมหาวิทยาลัยครับ เป็นการชดใช้หนี้เก่าเหมือนกัน อันเนื่องจากรับปากทางโรงเรียนบ้านต้นสนไว้ครับว่าจะกิจกรรมพัฒนาครูทางด้านการวิจัยในชั้นเรียนให้ แล้วก็พลัดมาตลอดครับ จนกระทั่งมันจะสิ้นปีแล้ว ยังไม่ได้จัดอีก จึงตกลงกันว่าวันนี้กับพรุ่งนี้สองวันครับยกเวลาให้กับโรงเรียนไปเลย
แต่ก็มีความผิดพลาดจนได้ครับ เนื่องจากผมจำว่า จะไปจัดที่โรงเรียนครับ แต่สุดท้ายไม่ใช่ เพราะทางโรงเรียนต้องการพาครูมาที่มหาวิทยาลัย ความจริงสองสถาบันนี้ห่างกันไม่ถึงสอง กม.ครับ แต่อาจารย์หลายท่านยังไม่เคยได้เข้ามาเยี่ยมมหาวิทยาลัยเลย ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ห้องสำหรับการจัดอบรมครับ เพราะห้องไม่ว่างเอาเสียเลย ได้ห้องชัดๆ ก็วันแรก ส่วนวันที่สอง สงสัยต้องใช้ห้องเรียนปกติ ไม่มีแอร์แทน (ทนร้อนหน่อยนะครับ ต้องขออภัย)
(เปิดพิธีครับ)
ก่อนเริ่มกิจกรรมได้คุยกับผู้บริหารโรงเรียนนอกรอบ ท่านเอ๋ยปากชมผลงานของมหาวิทยาลัยครับ อันเนื่องจากเมื่อไม่กี่วันมานี้ ทางโรงเรียนเปิดรับสมัครครูใหม่ มาสมัครกันแปดคนจากแปดสถาบัน ปรากฏศิษย์เราได้ที่หนึ่ง ซึ่งทางโรงเรียนย้ำว่า เป็นคะแนนที่บริสุทธิ์จริงๆ ชนะด้วยคุณภาพจริงๆ ฝากชื่นชมการทำงานของอาจารย์ทุกท่านมาด้วยครับ (อัลฮัมดุลิลลาห์)
(เริ่มกิจกรรมการอบรมโดยผมเองครับ ไม่ได้ทำอะไรนอกจากบอกกติกากันเล็กน้อย กติกาสำคัญคือ หากวิทยากรบรรยายเกิน 10 นาทีให้ยกมือประท้วง ฮา)
งานอบรมวันนี้ผมทำหน้าที่แค่วางคอนเซปท์ครับ ส่วนรายละเอียด อ.มะแอน ระโอบ เป็นคนรับผิดชอบไป ซึ่งผ่านวันแรกได้อย่างประทับใจครับ โดยเริ่มกิจกรรมการชวนคุยครับ คุยกันเองก่อน แล้วออกมาเล่าเรื่อง (story telling) จากนั้นก็ใช้กระบวนการปรึกษาหารือในกลุ่มครับ เพื่อให้เกิดปัญหาสำหรับการวิจัยในชั้นเรียน ซึ่งได้ผลครับ ปัญหาปรากฏค่อนข้างชัด แต่เพื่อให้ชัดกว่านั้น ผมเลยเพิ่มอีกกิจกรรมหนึ่ง โดยให้อาจารย์เรียบเีรียงเรื่องใหม่เป็นความเรียงในกระดาษ จากนั้นเล่าสู่กันฟัง และจบด้วยการนำเสนอ แล้วก็พักเที่ยงพอดิบพอดีครับ
(ว่าที่ ดร.มะแอน เริ่มกระบวนการครับ งานนี้เห็นแววคนที่จะทำหน้าที่ออกแบบกิจกรรมอบรมแทนผมแล้ว)
ช่วงบ่าย ผมวางแผนผิดนิดหน่อยครับ (ความผิดนี้ ผมทำเองจริงๆ) กำหนดกิจกรรมให้ อ.มะยูตี ดือรามัน ชวนผู้เข้าร่วมอบรมตั้งชื่อวิจัย ซึ่งความจริงมันยังทำไม่ได้ เพราะนวัตกรรมยังไม่เกิด (อันนี้แผนเดิมที่ อ.มะแอนนำเสนอนั้นมันจะเกิดนวัตกรรมก่อนแล้วมาตั้งชื่อ) แต่กิจกรรมก็ราบรื่นครับ เพราะกระบวนการกลุ่มทำให้เกิดทางออกของมันเอง ฮิฮิ
(ออกมายืดเส้นยืดสายหน้าห้องกันบ้างครับ)
แต่สุดท้า่ยแผนก็ไม่ได้เป็นไปตามแผนครับ เนื่องจากไม่ทันเวลาจริงๆ บ่ายสามนิดๆ ก็ต้องเลิกการอบรม เพราะอาจารย์ต้องเดินทางกลับกันแล้ว อย่าสงสัยครับ ครูอาจารย์ในสามจังหวัดมีรถมารับมาส่งครับ มีการอารักขาเต็มที่ อย่างที่อาจารย์ในพื้นที่อื่นไม่เคยสัมผัส ฮิฮิ ดังนั้นกิจกรรมส่วนหนึ่งต้องมอบหมายเป็นการบ้านครับ ออ. แต่เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติครับ ไม่กระทบการดำเนินการตามแผนทั้งหมด
(คุยกันแล้วก็เขียน เขียนแล้วก็เล่า กิจกรรมง่ายๆ ที่สร้างสรรค์ความรู้ได้ครับ)
ตั้งแต่ดำเนินกิจกรรมวันนี้ ได้ยินแต่ฟีตแบ็คดีๆ ทั้งนั้นเลยครับ อาจารย์ประทับใจกับกิจกรรมจนรู้สึกว่า เวลามันผ่านไปเร็วมาก ที่สำคัญเป้าหมายของทีมงานก็บรรลุด้วยครับ หลายคนคุยว่า ไปอบรมวิจัยทีไร จะรู้สึกว่า การทำวิจัยมันยาก ต่างกับครั้งนี้ทุกอย่างเหมือนง่ายไปหมด ออ.อีกเสียงสะท้อนหนึ่งคือ พรุ่งนี้อยากเริ่มให้เช้าขึ้น จะได้เรียนรู้ได้เต็มที่มากกว่าวันนี้หน่อย ฮือ วิทยากรฟังแล้วชื่นใจครับ
(ว่าที่ ดร.มะยูตี กำลังชวนให้ทำงานครับ)
ออ. รอบนี้รู้สึกว่า อาจารย์หลายท่านเขาทำการบ้านเกี่ยวกับวิทยากรมาก่อนครับ หลายคนบอกว่า ได้ยินชื่อวิทยากรมานานแล้ว มีแต่คนชม วันนี้เลยได้มาเจอตัวจริงสักที ประมาณนี้ คนบ้ายออย่างผมเลยไปกันใหญ่ครับ แต่ตอนแนะนำวิทยากร ก็แจ้งไปว่า วันนี้วิทยากรที่จัดให้เป็นนักศึกษาทั้งน้านเลย ฮาฮา ไม่ต้องงงครับ นักศึกษาปริญญาเอกครับ
เสร็จจากงานนี้ ก็ยังพอมีเวลาเหลือครับ เลยไปที่ตึกคณะ เพื่อเคลียร์งาน โดยเฉพาะในตำแหน่ง ผช.เลขาฯ กพว. อันเนื่องจากวันนี้มีจม.จากกรรมการส่งกลับมาเรื่องรายงานการประชุม ฮือ ผิดพลาดจริงๆ ตำแหน่งวิชาการผมพิมพ์ผิดอย่างไม่น่าให้อภัยเลย อันเนื่องจากผมชอบใช้ระบบแก้ไขอัตโนมัติครับ เลยไม่ได้เช็คสุดท้าย แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แค่เสียความรู้สึก ตรวจทานสามสี่รอบยังผิดอีก เคลียร์เรื่องนี้เสร็จก็มีนักศึกษา ป.โท มาติดต่อขอให้เป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วม
ตอบไปว่า ไม่เอา ไม่เป็น แต่ดูเหมือนจะปฏิเสธยากครับ เลยคุยรายละเอียด ฮือ ยิ่งยากใหญ่ เพราะเป็นวิทยานิพนธ์ที่จะเขียนเป็นภาษาอาหรับครับ (ที่มหาวิทยาัลัย ยินยอมให้ทำวิทยานิพนธ์ได้ทั้งภาษาไทย อาหรับ อังกฤษ และมลายู ซึ่งได้ทั้งสองระบบเขียนคือ ยาวีและรูมาไนซ์ครับ)
นักศึกษาท่านนี้เพิ่งสอบเค้าโครงเสร็จครับ แต่ได้รับคำแนะนำจากกรรมการสอบให้แต่งตั้งที่ปรึกษาเพิ่มด้านสื่อการเรียนการสอน ปัญหามันอยู่ตรงภาษาอาหรับนี้แหละครับ แต่ปรากฏนักศึกษายืนยันว่า จะเขียนเป็นภาษาไทยก่อนแล้วค่อยแปลเป็นภาษาอาหรับ
คุยกันนานครับ เพื่อให้ชัดว่า ผมพอจะช่วยได้หรือเปล่า ฟังไปฟังมาเกิดประเด็นบางอย่างครับ ที่คิดว่า บัณฑิตวิทยาลัยต้องกำหนดนโยบายบางเรื่องให้ชัดเจนครับ ผมเลยบอกนักศึกษาไปว่า อย่าคิดว่าผมใจดีนะ ถ้าให้ผมร่วมเป็นที่ปรึกษาก็ต้องทำใจ ไม่ได้ตามเกณฑ์ผมๆ ไม่ยอมในทุกกรณี ปรากฏนักศึกษารับปาก ฮือ ขู่ขนาดนี้แล้วยังไม่ยอมเปลี่ยนใจอีก
เห็นภาพบรรยากาศแล้วอดภูมิใจแทนมหาวิทยาลัยไม่ได้ครับ (อัลฮัมดุลิลละฮฺ) คุณภาพคับแก้วกันจริงๆ
อ๋อ...ผมว่าหากเข้าใจคำขู่ของอาจารย์ก็ไม่มีใครปฏิเสธหรอกครับ เพราะมันคือการได้ทำงานกับคนคุณภาพจริงๆ อิอิ
ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอ ได้คุยกันเลยนะครับ
ดูแลสุขภาพด้วยครับ ด้วยสลาม และดุอาอฺ
ขอบคุณครับอาจารย์ เสียงเล็กๆ فؤاد
ไม่ได้ขู่เล่นๆ ครับ ผมดุจริงๆ ทำร้ายจิตใจนักศึกษาก็เก่งด้วยครับ ฮิฮิ
ออ.ลืมไปอีกเรื่องหนึ่งครับ ชื่อบันทึกที่ตั้งไว้ว่า "ดูที่ดาวเหนือไว้" มันคือ คำนิยามของการวิจัยในชั้นเรียนของ รอง ผอ.โรงเรียน ครับ ท่านบอกว่า มีวันหนึ่งมีคนถามท่านว่า ทำไมต้องวิจัยในชั้นเรียน วิจัยในชั้นเรียนมันคืออะไร บังเอิญเป็นยามค่ำคืน และท่านมองเห็นดาวเหนือ ท่านก็อุทานตอบไปว่า ดาวเหนือ แล้วท่านก็ลากเข้าเรื่องว่า ตั้งแต่อดีต นักเดินทางไม่เคยหลงทางในยามค่ำคืน หากนักเดินทางนั่นแหงนมองที่ดาวเหนือไว้ เปรียบเหมือนครูหากยึดการวิจัยไว้สำหรับการแก้ไขปัญหา เราก็จะพบว่า ปัญหาเหล่านั้นจะถูกแก้ไขอย่างถูกทางเช่นกัน
มาค้นหาดาวเหนือด้วยคน
-อัสสาลามมูอาลัยโกม
-เหนือคำบรรยาย
-มีความสุขวันปีใหม่ครับ
ขอบคุณครับ คนตานี
จะหาดาวเหนือจะเงยขึ้่นฟ้านะครับ
ขอบคุณครับครูคิม
มีความสุขในทุกๆ วันนะครับ
ขอบคุณครับ ฮาลีม มีความสุขในทุกๆ วันครับ