ถามตัวเองว่าเหนื่อยไหม...กับการที่ต้องดิ้นๆๆๆๆ รน(...)ในชีวิต

ย้อนมองวันเวลาที่ผ่านมา แล้วให้รู้สึก เหนื่อยข้างใน หัวใจ

หนึ่งนาทีจากจุดเริ่ม  หลายนาทีที่เดินผ่าน  หนึ่งวัน หนึ่งเดือนและอีกปีกำลังผ่านไป

ย้อนมองตัวตนของตนเองแล้วให้สะท้อนข้างใน หัวใจ

โหยหา และร่ำไห้ น้ำตาตกย้อนกลับเข้าไปสู่ข้างใน

ควบคู่เกาะเกี่ยวไปกับความรู้สึกตรงกันข้าม

 

เดินทางผ่านวินาที นาที วัน เดือน และกำลังจะครบอีกหนึ่งปี

พบสิ่งดีมากๆ ดีมาก ดีพอดีๆ และดีน้อยกว่าที่คิดว่าพอดี

ชีวิตนี้ก็มีเพียงเท่านี้ คิดแล้วปลดลง ไม่ใช่ปลงตก

ขอบคุณการเดินทางใน 365 วัน 12 เดือน และกำลังครบเวลาแห่งปี

ทำ ได้ทำ ได้พบผ่านสิ่งดีงามอะไรมาบ้าง ตอบว่า มากมาย

ขอบคุณความรู้สึกดีดีที่เราต่างมีให้กันและกัน

 

วันนี้กับคำเชิญร่วมบันทึกเล่าเรื่องราว

กิจกรรมวันปีใหม่ 2553 : เชิญชวนสมาชิกร่วมเขียนบันทึกในหัวข้อ “คุณจะเปลี่ยนแปลงอะไร 5-10 อย่าง เพื่อชีวิต ครอบครัว สังคม หรือชุมชนมีความสุขตลอดปี 2553"

ทำให้เราและใคร ๆ เลย จะอดใจไว้

เปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิต คงคิดเปลี่ยนได้ ไม่ง่าย แต่ไม่ยากหากมีความตั้งใจ

หลังจากเก็บไปคิดๆ ดูแล้ว สำหรับฉัน...คิดว่าพอมีความคิดดีๆอยากทำอยู่บ้าง แม้ไม่ถึง 10 อย่าง เมื่อเป็นเช่นนั้นฉันคิดและขอทำในห้าอย่างนี้ก็แล้วกันค่ะ

คิด...คิดว่า สองทำ สามธรรม สำหรับฉันในปีต่อนี้ไป คือ

ทำที่หนึ่งคือ (ทำการ)ทบทวน

ทำที่สองคือ ทำงานเพื่องาน

ธรรมที่หนึ่งคือ ธรรมดา

ธรรมที่สองคือ ธรรมชาติ

ธรรมที่สามคือ ธรรมะ

ทบทวนตัวเราเองว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ทำชีวิตตัวเองดีพอเพียงหรือยังก่อนจะทบทวนตัวเองที่มีกระทบไปถึงบุคคลรอบข้าง ว่าเราทำดีทำถูกต้องควรที่กับชีวิตผู้คนและสังคม และส่วนรวมดีพอหรือยัง อะไรควรปรับปรุงแก้ไข อะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ แล้วค่อยพัฒนาปรับปรุงตัวเองต่อไปโดยไม่ฝึกฝืน

ทำงานเพื่องาน  ณ จุดนี้ ที่ฉันคิด ว่าเป็นหลักการที่ถูกต้องที่สุดแล้วในฐานะสมาชิกหนึ่งของสังคมและระบบ การทำงานเพื่องานไม่ใช่เรื่องราวในอุดมคติที่จะเป็นได้ยาก หากคิดนึกดูดีๆ สิ่งที่ได้จากการเอาใจปักเข้าไปในงาน ไม่ว่า งาน ณ ขณะปัจจุบันจะเป็นงานอะไรก็ตาม งานของมนุษย์เงินเดือน งานส่วนตัวที่รักและปรารถนาหวังในวันหนึ่งจะไปยืนตรงจุดนั้น การทำงานเพื่องาน ณ ขณะปัจจุบัน ผลท้ายสุดก็คือตัวของเราเองได้ เมื่อเราได้ คนรอบข้างได้ สังคมก็ได้ ประเทศชาติก็คงเป็นสุข แม้ว่าเราจะเป็นเพียงคนตัวเล็ก หรือไม่ได้เป็นอะไรใครพิเศษ แต่ให้รู้อยู่กับตัวเองว่าตัวเองสำคัญสำหรับตัวเองก็(คง)พอแล้ว (พยายามเข้านะ สู้ไว้บอกตัวเอง ^^ ปีหน้าเริ่มต้นคิดทำให้ได้ ที่ได้แล้วก็ให้ได้ดียิ่งๆ ขึ้น)

ธรรมดา คือทำตัวธรรมดา ในความรู้สึกของฉัน คือการทำชีวิตระหว่างเวลาให้เป็นปกติธรรมดา ไม่ดิ้นไม่วิ่งก็จะไม่เหนื่อยแต่ใช่ว่าจะไปเรื่อยๆ ไร้จุดมุ่งหมาย ฉันคิดว่าการทำตัวเองเป็นคนธรรมดา ไม่บวกสิบและไม่ลบสิบ ไม่ถือไม่แบกก็ไม่ยึดติด เราจะอยู่ในสังคมอย่างสงบสันติ คิดและเพียงหันมองดูที่ตัวเองและใจเราเองก่อนจะคิดขยับขยายออกไป (ถ้าหากทำได้ก็คงไม่มีการขยับออกไปไกลจากตัวเรา ^^)

ธรรมชาติ คือทำความรู้สึกเบาๆ นิ่งๆ คือความรู้สึกเย็นสบายแม้จะไม่มีลมพัด ไม่มีอากาศหนาวร้อน สิ่งที่ฉันคิดว่าฉันรู้และรับสัมผัสนั้นได้ จากการทบทวนตัวเองทั้งกายและใจ เหมือนฉันจะได้รู้พลังบางอย่างที่บอกกับตัวเองข้างในว่า ความเป็นธรรมชาติคือความธรรมดาที่พอเพียง ที่จะไม่รู้สึกอยากดิ้น แสวงหาอะไรอีกมากมายในวิถีทางเดินของชีวิตนับจากนี้ ปล่อยวาง ปลดลง ไม่ใช่ ปลง

ธรรมะ คือ...อะไรกันนะ แต่เดิมฉันไม่เคยรู้สึกว่าจะเข้าถึงได้ง่ายดาย ต่อเมื่อระหว่างการเดินทางในวันเดือนปีที่กำลังจะผันผ่าน โดยการมีผู้ชี้นำทาง กลับเป็นความง่ายที่ได้สัมผัสเรียนรู้และฝึกฝนใจของตัวฉันเอง ซึ่งเป็นเพียงคนธรรมดาทั่วไป ทบทวนและฉันขอน้อมรับด้วยความยินดีและจะไม่ละทิ้งซึ่งธรรมะที่เป็นธรรมดาและเป็นธรรมชาติที่ได้รู้สึกรู้จักในระหว่างวันเดือนปีที่กำลังจะล่วงผ่านนี้

ก็คงเป็นเพียง 2 ทำ 3 ธรรม ที่ฉันทบทวนแล้วสรุปว่าตัวเองเพิ่งจะค้นพบ ขณะที่หลายคนอาจได้ผ่านสัมผัส ทำและธรรม กันมานานแล้ว เพราะฉันเป็นเพียงแค่คนธรรมดาคนหนึ่งนี่นา.