เก็บเอามาเล่าหลังมีโอกาสไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและดินถล่ม
จังหวัดอุตรดิตถ์ ๒๔-๒๖ พฤษภาคม ๒๕๔๙
เวลาประมาณ 22.00 น.
นั่งติดตามข่าวสารบ้านเมืองทางโทรทัศน์เห็นความเดือดร้อนของชาวบ้านอุตรดิตถ์
ได้รับโทรศัพท์หัวหน้าฝ่ายการพยาบาลนึกว่ามี diarrhea ระบาดรอบสอง
แต่คำสั่งด่วนบอกให้เราเก็บข้าวของด่วนเตรียมทีมไปช่วยงานที่อุตรดิตถ์
เย้!!!!
อยากจะร้องเย้ด้วยความดีใจที่มีโอกาสมากกว่าดูข่าว
คำสั่งต่อมาอุปกรณ์เดินป่าทั้งหลายแหล่ที่มีอยู่ให้จัดเตรียมให้พร้อมเก็บข้าวของลงพกลงห่อเรียบร้อยก็มาเจอกันที่โรงพยาบาลเลย
อีกคำสั่งมีเงินก็เอาติดตัวไปด้วยเด้อ
อารามดีใจจะได้ไปเป็นผู้บำเพ็ญประโยชน์ปลุกพ่อมาบอกว่าในชีวิตนี้มีโอกาสได้มีราชการด่วนแล้วพร้อมขอเงินสนับสนุนการทำงานจากพ่อ
มาถึงโรงพยาบาลเวรก็กำลังยุ่งมีอุบัติเหตุ
กินยาฆ่าแมลงและผู้ป่วยโรคหัวใจเจ็บหน้าอก
เรียกเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งมาช่วยกันจัดของเตรียมไปช่วยผู้ประสบภัยเต็มที่
วางแผนทั้งยาฉุกเฉิน-จำเป็น
ตลอดจนอุปกรณ์การแพทย์ที่คาดว่าจะได้ใช้
เราเตรียมอุปกรณ์ในช่วงระยะอันสั้นดังนี้
· กระเป๋าเล็กใส่ยา
·
กระเป๋าใหญ่ใส่อุปกรณ์การแพทย์ เช่น เครื่องวัดความดัน ปรอท
อุปกรณ์ทำแผล เครื่องมือปฐมพยาบาล
· กล่องใหญ่ใส่ยาและเวชภัณฑ์
ตลอดจน ถุงมือ เอี๊ยมพลาสติก ถุงดำ ซองยา ฯลฯ
· กระเป๋า ambubag เอาติดไปเป็นยันต์กันคนไข้หยุดหายใจ
· เต้นท์และถุงนอน
· อาหารกึ่งสำเร็จรูป
อาหารกระป๋อง ลูกอมรวมถึงน้ำดื่มสะอาดสำหรับ 5 คน 3 วัน
· อุปการสื่อสาร มือถือ วิทยุ
และ walky
talky
เอาเป็นว่าพวกเราพร้อมจะทำงานทุกสถานการณ์และนอนได้ทุกที่
ทีมที่ทางโรงพยาบาลจัดให้ 5 คน มีแพทย์ พยาบาล
พนักงานขับรถและเปล
ตระเตรียมข้าวของพร้อมพรักก็ไปหลับนอนสักหนึ่งตื่นเริ่มออกเดินทางเช้าๆ
ของวันที่ 24 ด้วยรถกระบะ 4 ประตู
ระหว่างเดินทางก็จิตนาการความเสียหายของภัยธรรมชาติ
วางแผนทำงานและปลุกใจทีมให้ฮึกเหิมพร้อมทำงาน
เข้ารายงานตัวที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์
เขามีศูนย์อำนวยการแจกงานให้กับทีมที่เข้าไปช่วยเหลือ
ทีมของเราได้รับคำสั่งให้ไปช่วยโรงพยาบาลท่าปลาซึ่งมีพื้นที่ ต.น้ำต๊ะ
และ ต.น้ำลี ที่ประสบภัย
ก่อนหน้านี้โรงพยาบาลอ่างทองได้จัดทีมผ่าตัดล่วงหน้าไปโรงพยาบาลท่าปลาแล้ว
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลท่าปลาและเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งก็เป็นผู้ประสบภัยเช่นกัน
โรงพยาบาลท่าปลาจัดทีมเข้าไปในพื้นที่ ต.น้ำต๊ะ แล้ว
โรงพยาบาลอ่างทองไปจัดตั้งหน่วยที่ใกล้พื้นที่เกิดเหตุมากที่สุดเท่าที่รถจะเข้าไปได้
ทีมโรงพยาบาลแสวงหาได้รับคำสั่งให้ standby
ที่โรงพยาบาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลท่าปลาให้เตรียมใบชัณสูตรศพ
ให้ออกใบรับรองการตายเมื่อสามารถ identify
ผู้ตายได้เท่านั้น หากไม่สามารถ identify
ทีมแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์จะเข้ามาดำเนินการต่อ
ทางอำเภอจัดให้ศพที่ไม่มีญาติมารับรวมไว้ที่วัดเดียวกันมีการรวบรวมโลงเย็นมาจากหลายๆวัดเพื่อใช้ในการณ์นี้
สถานการณ์ในพื้นที่เกิดเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด เนื่องจากทางขาด สะพานขาด
มือถือใช้ไม่ได้ การติดต่อทางวิทยุกับในพื้นที่เกิดเหตุใช้ไม่ได้
ต่อมามีหน่วยกู้ชีพนเรนทรจากจังหวัดสุโขทัยและโรงพยาบาลบ้านโคกก็ส่งทีมเข้ามาอีก
เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเดินเท้าเข้าไปในพื้นที่ต้องลุยโคลนประมาณใต้เข่า
ข้ามเขาสูง เพื่อเข้าบ้านน้ำต๊ะ
ส่วนบ้านน้ำลีสะพานขาดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งซ่อมแซมคอสะพานที่ขาดเข้าไปใกล้ที่เกิดเหตุที่เสียหายได้ระดับหนึ่ง
แต่มีสะพานที่ขาดแบบว่าถูกน้ำพัดไปทั้งตอหม้อและตัวสะพานยากเกินกว่าจะซ่อมแซมในระยะเวลาอันสั้น
ช่วงเย็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลเข้าไปดูพื้นที่ทีมเราก็ขอตามติดเข้าไปด้วยเนื่องจากที่โรงพยาบาลไม่มีเหตุการณ์ฉุกเฉิน
พบโรงพยาบาลอ่างทองที่ตั้งหน่วยอยู่มีผู้รับบริการเป็นชาวบ้านละแวกนั้นจำนวนหนึ่งยังไม่ใช่ผู้ประสบเหตุตัวจริงแต่อย่างไรก็ตามเราพร้อมให้บริการอยู่แล้ว
มีการลำเลียงอาหารและน้ำสะอาดข้ามลำห้วยที่น้ำลดระดับจนสามารถเดินข้ามได้แล้ว
ชาวบ้านก็เอารถอีแต๊กมารับเข้าหมู่บ้านน้ำลี
วันนี้ยังไม่เห็นความเสียหายเท่าไร กลับมานอนที่โรงพยาบาลท่าปลา
เขามีข้าวกล่องและให้พักที่แฟลตพยาบาลว่างเอาเป็นว่าวันนี้ผ่านไปแบบไม่ลำบากลำบนเท่าไรนัก
ทีมโรงพยาบาลอ่างทองพักที่เขื่อนดินของการไฟฟ้าโทรศัพท์มาให้เราประสานงานกับโรงพยาบาลท่าปลาเพื่อให้เตรียม
เพื่อเข้าพื้นที่พรุ่งนี้
เนื่องจากวันนี้มีแต่การแจกยาและทำแผลเท่านั้น
เพื่อไม่ให้มาม่าที่เตรียมมาไม่เป็นหมันก็จัดการเสียส่วนหนึ่ง
เต้นท์กับถุงนอนที่เตรียมมาเก็บไว้ก่อน อาบน้ำอาบท่า
รายงานสถานการณ์ให้ชาวแสวงหารับทราบก็เข้านอนแต่หัวค่ำหวังว่าวันพรุ่งนี้จะมีอะไรให้ทำเต็มที่
เช้าวันที่ 25 พ.ค. 49 โรงพยาบาลท่าปลาเตรียมข้าวต้มและกาแฟให้ แต่ด้วยความเสียดายมาม่าพวกเราก็ยังยืนยันจะใช้เสบียงที่เตรียมมา วันนี้มีการแบ่งงานคร่าวๆ กับเจ้าภาพโดย ทีมหน่วยกู้ชีพนเรนทรโรงพยาบาลสุโขทัยจะเข้าบ้านน้ำต๊ะ โรงพยาบาลอ่างทองจะเข้าบ้านน้ำลี ส่วนโรงพยาบาลแสวงหาให้ตั้งหน่วยอยู่ตรงสะพานขาดกับรถพยาบาล ขัดความตั้งใจอยากลงพื้นที่และความพร้อมของพวกเราจริงๆ แต่หมอหน่อยบอกว่าเราต้องหัดทำงานเป็นทีม เอ้าให้อยู่เราก็จะอยู่ ทีมหน่วยกู้ชีพนเรนทรโรงพยาบาลสุโขทัยและโรงพยาบาลอ่างทองไปหาซื้อรองเท้าและกางเกงใหม่เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ ทีมแสวงหาไม่ต้องเตรียมอะไรเพิ่มเราจึงตลุยเข้าไปพื้นที่ทันที เราเริ่มรู้สึกว่ามีรถผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่จำนวนไม่น้อยทางจะเป็นปัญหาจราจรในอนาคตอันใกล้ จอดรถเสร็จเราก็ขนข้าวของอุปกรณ์มาให้บริการชาวบ้านที่ศาลาแถวๆ นั้นทันที มีชาวบ้านรับการรักษาจำนวนหนึ่ง เราส่งพขร.ไปตีสนิทรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่พยายามข้ามห้วยเอาอาหารและน้ำดื่มเข้าบ้านน้ำลีเพื่อขอติดรถเข้าหมู่บ้านด้วย เขายินดีให้เราไปด้วย ถ้าอ่างทองมาไม่ทันเราจะสวมรอยเข้าพื้นที่แทนทันที ขณะนั้นรถ
OBช่องเจ็ดสีทีวีเพื่อคุณก็เข้ามาถึงจุดนั้นพอดี นักข่าวไอ้หนุ่มหน้าใส(หมอหน่อยตั้งให้) คงจะเล็งแล้วว่าพวกเราหน้าตาดีเข้ามาสอบถามข้อมูลว่าทีมเรามาจากไหน เป็นโอกาสที่เราจะได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวไทยรู้จักชาวแสวงหาก็ตอบไปอย่างเสียดังฟังชัดก็ไม่วายเหมือนรายอื่นถามกับมาว่า ฮ้ะ? โรงพยาบาลอะไรนะ ถ้าใครดูข่าวคงได้ยินชื่อโรงพยาบาลแสวงหาชัดๆ (ภูมิใจนะจะบอกให้) และแล้วทีมโรงพยาบาลอ่างทองก็มาถึงเราจำใจต้องบอกว่าติดต่อรถขับเคลื่อน 4 ล้อไว้ให้แล้ว ผ่านไปสัก 2 ชั่วโมงก็ไม่มีใครให้เราช่วยแล้ว พอดีกับน้องจาก สอ.ข้ามมาขอยาเพิ่มเติมเราจึงเสนอตัวข้ามไปช่วยด้วย เดินข้ามสะพานไม้ไผ่ชั่วคราวไปเดินไปอีกประมาณ 1 กม. ก็เจอสะพานขาดอีกหนึ่งแห่ง ต้องเดินข้ามสะพานชั่วคราวและเดินไปอีก 1 กม. ถึงหมู่บ้าน คราวนี้เราเห็นสถาพความเสียหายชัดเจน บ้านบางส่วนพังเสียหายเข้าไปอยู่ไม่ได้เลย บางบ้านไม่เหลือแม้แต่เสา สถานีอนามัยถึงน้ำท่วมสูงประมาณ 1.5 เมตรแต่ลดลงไปแล้วเหลือแต่โคลนมากกว่า15 เซนติเมตร เดินต่อไปที่วัดน้ำลีชาวบ้านตั้งเป็นศูนย์รับบริจาค และทีมโรงพยาบาลอ่างทองตั้งหน่วยอยู่ เราจะเดินเข้าหมู่บ้านกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เชื่อไหมมีคนมาบริจาคเพื่อเอาหน้า แต่งตัวสวยงาม แจกของแล้วถือป้ายถ่ายรูป โอ้…..อนาถหนอคน แต่ก็เอาเถอะอย่างน้อยชาวบ้านก็ยังพอได้ประโยชน์ แต่สิ่งที่เราเห็นเหนือจากนั้นคือ มีคนหลั่งไหลมาจากไหนไม่รู้เดินมาเพื่อดูความฉิบหายของชาวบ้านและพร้อมรับของแจกกับเขาด้วย นอกจากนั้นยังมีการเวียนเทียนรับของ หากเจ้าหน้าที่ถามจะบอกทันทีว่ายังไม่ได้อะไรเลย ช่างมันเถอะกับมาเดินทางเข้าหมู่บ้านกันดีกว่า เราเอายาตำราหลวงไปแจกให้ชาวบ้านเพื่อใช้ในยามจำเป็น มีสะพานขาดอีกแห่งเดินข้ามสะพานไม่ไผ่ชั่วคราว ตรงนี้เห็นความเสียหายจำนวนมากบ้านมากกว่า 15 หลังคาเรือนหายไปกับสายน้ำสีโคลน เราเริ่มแจกจ่ายยาและเสนอบริการถึงบ้านพร้อมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่สำรวจความเสียหาย เราตะกายข้ามเขาหนึ่งลูกไปถึงบ้านน้ำต๊ะใต้ มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งนั่งดูทหารทำงานทีมเราก็แจกยาและซักถามข้อมูลแล้วเดินเข้าไปในหมู่บ้านที่เหลืออยู่ผ่านซากทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า มอเตอร์ไซค์ เจอชาวบ้านมีแผลที่ทำแผลแล้วมียาแล้วยังไม่ได้ฉีด T.T. ก็จัดการฉีดยาให้พร้อมคำแนะนำอีกกระบุงโกย ขากลับเจอ นพ.สสจ. ที่เดินเท้าเข้ามาดูพื้นที่มีโอกาสพูดคุยแสดงความคิดเห็นกันพอประมาณท่านให้น้องที่อยู่สอ.น้ำลีเอาข้อมูลจาก
family folderมาใช้ประโยชน์ในการสำรวจผู้สูญหาย การเจ็บป่วยและใช้อ้างอิงกับหน่วยงานอื่น ระหว่างทางมีการค้นหาศพโดยสุนัข ยังไม่รู้ว่าศพอยู่ลึกแค่ไหน นพ.สสจ.บอกว่าอย่าลืมให้ใช้วิธีการจุดธูปและถามหมอผีชาวบ้านด้วย ขณะที่จะข้ามสะพานกลับมีหมาตัวหนึ่งพยายามจะเดินข้ามสะพานแต่มันทำท่ากลัวๆ กล้าๆ ท่านบอกว่าท่าทางมันจะเจ็บขาจึงอุ้มมันข้ามสะพานพอวางลงเท่านั้นเองมันก็วิ่งป๋อ เจ้าหน้าที่สำนักควบคุมโรคระบาดก็เข้ามาในพื้นที่แจกถุงเท้ายางป้องกันโรคระบาดที่มากับน้ำให้ชาวบ้านด้วย เราเดินเท้ากลับมีชาวบ้านที่ตากแดดทั้งวันเพื่อกู้ความเสียหายมีอาการคล้ายตะคริว หน้าซีดและมือจีบ แพทย์ที่เดินทางไปด้วยคาดว่าน่าจะเป็น Hit stork ทาถูนวดก็ยังไม่ดีขึ้น ใช้กรวยกระดาษครอบจมูก เตรียมเคลื่อนย้ายไปโรงพยาบาล เริ่มเป็นจุดสนใจของหลายคน ทหารเสนอจะเรียกเฮลิคอปเตอร์ให้ แต่เราว่าไม่คุ้ม เพราะว่าเรามีรถ
ambulanceจอดอยู่ฝั่งตรงข้ามมีอุปกรณ์และยาครบ ตกลงเอาคนไข้ขึ้นรถ
อุ้มข้ามสะพาน ไอ้ walky talky
ที่เราเตรียมมาได้ใช้ประโยชน์แล้ว สั่งให้เตรียมรถพยาบาลออกมาที่ถนน
เอา hard broad และ emergency
bag ออกมาเลย เรากลับไปที่จุดนัดพบ
ทีมสุโขทัยกลับมาจากบ้านน้ำต๊ะแล้ว
กลับถึงโรงพยาบาลท่าปลาเจ้าภาพเตรียมอาหารและเครื่องไว้ให้
หายเหนื่อยแล้วค่ะ ก่อนนอนคือนพวกเราอัด brufen และ mydoclam
ตามแบบคนรู้ดี
เอาละพรุ่งนี้อีกหนึ่งวันเพราะได้รับคำสั่งว่ากลับแน่เนื่องจากมีทีมเสริมจากหน่วยงานอื่นมาแล้ว
ป.ล. มีใครบางคนคับแค้นอะไรบางอย่างอยู่หรือเปล่าไม่รู้เอาสีเขียนที่หมาขาวว่า
“ที่นี่ไม่ต้อนรับคนตอแหลจ้ะ”
เราแอบถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานเสียดายภาพที่ถ่ายได้ไม่ชัดเจนไม่งั้นจะฟ้องด้วยภาพ
วันที่ 26 พ.ค. 49 เช้านี้ท้องฟ้าแจ่มใส อ่างทองจะเข้าบ้านน้ำลีเหมือนเดิมเพราะทีมสุโขทัยจะเข้าน้ำต๊ะเขาทิ้งของไว้แล้ว ทีมแสวงหาจะเข้าน้ำต๊ะด้วยเนื่องจากความเสียหายทางด้านนี้มากกว่า เราถึงจุดนัดก่อนใครอีกแล้วเจอรถ GMC ของทหารเตรียมขนของขึ้นไป เราก็ไปขออาศัยเขาตามฟอร์ม ทหารยินดีให้เราไปด้วย เราเตรียมเสบียงใส่กระเป๋าเล็ก ส่วนกระเป๋าใหญ่ใส่ทุกอย่างที่คาดว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้เดือดร้อน ทางที่ไป ลื่น ชันและไกล พอถึงบ้านน้ำต๊ะเจอทีมสุโขทัยเขาขึ้นมากับเฮลิคอปเตอร์ก่อนเรา เราเสนอตัวเดินเข้าไปหมู่บ้านอีกแล้ว เริ่มมีชาวบ้านตาแดงแล้ว ด้วยความพร้อมของทีมเรามียาหยอดตามาด้วยแบ่งให้ทีมสุโขทัยไว้แจกผู้ป่วยบ้าง เดินต่อเข้าไปพบว่าชาวบ้านเขารวมกันอยู่ที่ศาลา(อดีตเป็นบ้านที่เหลือแต่หลังคา) มีหน่วยแพทย์ทหารจากค่ายนเรศวรมาตั้งอยู่แล้วเราก็เข้าไปร่วมแจมทันที หมอหน่อยช่วยตรวจ เรารับหน้าที่ screen และช่วยทำแผล วันนี้ ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ นักการเมืองท้องถิ่นก็มาเตรียมต้อนรับ ไม่วายหาเสียงด้วยการบอกชาวบ้านว่าเขาขอบ้านจากกองทัพให้แล้ว หากพอใจให้ปรบมือดังๆ โอ้…อนาถจิตอีกแล้ว ชาวบ้านเขาทุกข์โศกยังจะให้เขาปรบมือกันอีก ไม่ใช่เฉพาะเรานะที่รู้สึกแบบนี้ชาวบ้านที่กำลังตรวจกับหมอก็บอกว่าวันๆ ไม่ได้ทำอะไรได้แต่ปรบมือ เท่านั้นยังไม่พอยังหามุขตลกมาพูดอีกแน่ไหม บ้านน้ำต๊ะเข้ามายากกว่าบ้านน้ำลีก็ยังมีหลั่งไหลมาจากไหนไม่รู้ทั้งเดินมาจากบ้านน้ำลีเหมือนเราเมือวานนี้และขับมอเตอร์ไซค์มาทางที่เรามากับรถ
GMCเพื่อดูความฉิบหายของชาวบ้าน
เหนื่อยไม่มีน้ำก็มาขอแบ่งน้ำที่ทหารอุตส่าห์ขนส่งทางเครื่องบินมาให้ชาวบ้าน
สภาพความเสียหายที่นี่หากจะให้คำว่าราบเป็นหน้ากลองคงจะเห็นภาพพจน์
การค้นหาศพยังยากลำบาก ลำพังอาศัยกลิ่นก็สับสนกับกลิ่นซากสัตว์
สุนัขดมกลิ่นก็ลำบากเพราะส่วนใหญ่จะถูกฝังลึกต้องอาศัยเครื่องจักรช่วยรื้อ
นอกจากคนไข้แล้วยังมีสุนัขไข้ด้วยมันขาหัก
ก็เลยมีใครบางคนใจดีใส่เผือกให้มันด้วย
เราก็เลนมีภาพสุนัขไข้กลับมาด้วย
สิ่งที่เราไม่คาดคิดคือว่ามีชาวบ้านถามหายาคุมกำเนิด
ใครละจะไปคาดคิดว่าจะมีคนถามหาแถมบางคนยังคิดดังๆในใจว่า
เฮ้ย!
หน้าสิ่วหน้าขวานยังนี้ยังคิดจะมีอะไรกันอีกเหรอ
แต่เราคิดดีนะเราคิดแค่ว่าชาวบ้านเขาเคยกินประจำหากมีให้ก็จะได้ไม่ต้องคิดต่อว่าจะเริ่มกินเมื่อไรดี
อย่าเอาประสบการณ์ของตนเองมาตัดสินคนอื่นแบบนั้นสิ
มีชาวบ้านหลายคนที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันสูง เบาหวาน
ยาหายไปกับน้ำแล้วการเตรียมยาโรคเรื้อรังไปบ้างก็ดี
เราวัดความดันเจอผู้ป่วยความดันสูงแม่อาการทั่วไปปกติก็ได้แต่แนะนำว่าให้พักผ่อนอย่าเครียดกับเหตุการณ์ทีเกิดมากนัก(พูดง่ายแต่ทำยากเนอะ)
เปิดบริการสักพักไม่มีคนไข้หน่วยทหารเตรียมกลับฐานทางเฮลิคอปเตอร์
เขาก็ถามตามมารยาทว่าเรากลับอย่างไร
เราก็ตีหน้าเศร้าบอกว่าคงจะโบกรถลงไปเหมือนขามาและวันนี้ต้องกลับอ่างทองแล้ว
เขาก็คงชวนตามมารยาทว่ากลับกับผมไหม เข้าทางทันทีขอโดยสารกลับด้วย 5
คนเด้อ
เราเลยมีภาพถ่ายมุมสูงมาฝากญาติพี่น้องจะเห็นภาพความเสียหายชัดเจนขึ้น
กลับถึงโรงพยาบาลท่าปลาอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายก็ไปร่ำลาเจ้าของบ้านพร้อมกับทีมสุโขทัยที่น้ำกำลังปริ่มหลังโรงพยาบาลเหมือนกัน
บอกตรงๆ
ว่าภารกิจครั้งนี้ไปช่วยด้วยความเต็มใจอย่างยิ่งแต่ก็หวังไม่อยากให้มีความเสียหายแบบนี้อีก