GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เรื่องเล่าบนรถไฟฟ้า BTS

เมื่อก่อนประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการจราจรติดขัดมากๆ จนถึงปัจจุบันก็ยังมีการจราจรติดขัดอยู่ แม้ทางรัฐบาลจะพยายามหาทางแก้ปัญหานี้แล้วก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ รัฐบาลจึงได้มีการนำรถไฟฟ้ามาใช้เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัด ซึ่งการนำรถไฟฟ้ามาใช้ในประเทศไทยถือว่าช่วยลดปัญหาการจราจรไปได้เยอะมาก

ปัจจุบันโลกของเราได้มีการคิดค้นและนำเทคโนโลยีใหม่ๆ  มาประยุกต์ใช้กันอย่างแพร่หลายมาก   และประเทศไทยของเราก็ได้นำเทคโนโลยีนั้นๆ  มาประยุกต์ใช้เหมือนกันไม่ว่าจะเป็น  การคมนาคม  อุตสาหกรรม  ขนส่ง ฯลฯ  เป็นต้น   เทคโนโลยีที่ประเทศไทยของเรานำมาใช้ในปัจจุบันก็คือการจัดให้มี  รถไฟฟ้าใต้ดิน  รถไฟฟ้า BTS  เพื่อความสะดวกในการเดินทางไปทำงานหรือไปติดต่อธุระอื่นๆ  และอีกอย่างก็คือเพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดด้วย

เมื่อก่อนประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการจราจรติดขัดมากๆ  จนถึงปัจจุบันก็ยังมีการจราจรติดขัดอยู่  แม้ทางรัฐบาลจะพยายามหาทางแก้ปัญหานี้แล้วก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้  รัฐบาลจึงได้มีการนำรถไฟฟ้ามาใช้เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัด  ซึ่งการนำรถไฟฟ้ามาใช้ในประเทศไทยถือว่าช่วยลดปัญหาการจราจรไปได้เยอะมาก 

ในการเดินทางมาทำงานในแต่ละวันนั้นค่อนข้างที่จะลำบากพอสมควร  เนื่องจากบ้านพักอยู่ไกลที่ทำงานมากๆ ต้องนั่งรถเมล์ประมาณชั่วโมงกว่าๆมาลงที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิแล้วก็ต้องเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าต่อมาที่ทำงานอีก  ซึ่งเป็นอย่างนี้ประจำทุกวันเวลาเลิกงานก็ต้องขึ้นรถไฟฟ้าไปลงที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิแล้วก็ต่อรถเมล์กลับบ้าน  เพราะถ้าไม่ขึ้นรถไฟฟ้าก็คงกลับถึงบ้านดึกเนื่องจากแถวสาทรช่วงเย็นรถติดมากๆ  จึงต้องเดินทางกลับบ้านด้วยรถไฟฟ้า  การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเป็นการเดินทางที่สะดวกมาก ถึงแม้จะค่อนข้างที่จะแพงไปหน่อยแต่ก็คุ้มสำหรับคนที่ชอบความสะดวกสบายแล้วก็เหมาะสำหรับคนทำงานที่ชอบความเร่งรีบในการติดต่อประสานงานต่างๆ  เพราะการนั่งรถไฟฟ้าไปติดต่อประสานงานสามารถประหยัดเวลาไปได้เยอะมากๆ  ดีกว่านั่งรถเมล์เยอะเลย  สังเกตจากการที่ขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้านทุกวัน  ผู้โดยสารส่วนใหญ่จะเป็นคนวัยทำงานมากกว่าคนในวัยอื่นๆ  รองลงมาก็จะเป็นเด็กนักเรียนคนทั่วๆไป   แล้วก็นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ  บรรยากาศในการเดินทางในแต่ละวันนั้นสังเกตคนในวัยทำงานเป็นไปด้วยความเคร่งเครียด  เนื่องจากดูสีหน้าของแต่ละคนแล้วบางคนมีสีหน้าที่เคร่งเครียดกับงานมากเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่างจนต้องนำแฟ้มเอกสารต่างๆ  ออกมาเปิดดู  บางคนก็เหมือนไม่ได้รู้สึกเครียดกับงานของตัวเองเท่าไหร่เพราะดูจากสีหน้าแล้วดูเขาจะมีความสุขกับงานที่ได้ทำมากกว่า  ส่วนเด็กนักเรียนก็สังเกตดูแล้วเขาจะมีความสุขกับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้ามากกว่า  เพราะเท่าที่ดูแล้วเด็กนักเรียนไม่มีเรื่องที่ให้เครียดอะไรมากส่วนมากก็มีแต่พูดคุยกันด้วยความสนุกสนานเกี่ยวกับเรื่องที่ตนเองได้พบได้ประสบมาในแต่ละวันมากกว่า  แตกต่างจากเด็กนักเรียนที่เดินทางด้วยรถเมล์มากๆ  เพราะเด็กนักเรียนที่เดินทางด้วยรถเมล์ส่วนใหญ่สีหน้าของแต่ละคนล้วนแล้วแต่เหมือนมีเรื่องอะไรทุกข์ใจอยู่ในใจ  ทุกคนมีสีหน้าที่เคร่งเครียดมากเหมือนกับว่าในชีวิตของเขามีอะไรให้ต้องคิดหนักยังไงยังงั้นแหละ  บางคนอาจจะรู้สึกเบื่อที่ต้องนั่งรถเมล์คราวละนานๆ  แถมรถยังติดอีก  ซึ่งตรงนี้เราก็เข้าใจว่ามันเป็นช่วงเวลาที่น่าเบื่อมากๆ  เพราะว่าเวลาเราจะไปติดต่อทำธุระอะไรที่ไหนแล้วเกิดรถติดเนี่ยมันเป็นช่วงเวลาที่น่าเบื่อจริงๆ  แต่บางคนก็ไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น  บางคนก็ดูแล้วเหมือนเขามีความรู้สึกที่ดีกับการเดินทางคือในระหว่างที่เขาเดินทางนั้นเขาได้มี

เพื่อนนักเรียนที่รู้จักกันได้พูดคุยกันอย่างสนุกสนานระหว่างนั่งรถเมล์อยู่จึงทำให้พวกเขา ไม่ค่อยสนใจบรรยากาศรอบตัวเท่าไหร่ จึงทำให้ไม่รู้สึกเครียดกับบรรยากาศการเดินทางดังนั้นบรรยากาศการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจึงแตกต่างจากการเดินทางด้วยรถเมล์มากๆ เลย  เพราะการเดินทางด้วยรถไฟฟ้านั้นนอกจากสะดวกแล้วยังช่วยเราประหยัดเวลาได้ด้วย  แล้วอีกอย่างเราก็ยังได้ดู บรรยากาศ ทิวทัศน์ต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเราอีกด้วย จากการที่นั่งรถไฟฟ้ากลับทุกวันสังเกตได้ว่า ประเทศของเรามีสิ่งก่อสร้างที่กำลังต่อเติมเพิ่มขึ้นเยอะมาก  เนื่องจากประเทศไทยเราได้มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้จึงทำให้ประเทศไทยของเราเจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วคงจะดีมากๆ ถ้ารัฐบาลของเราจัดให้มีรถไฟฟ้า  BTS  ทั่วทั้งกรุงเทพมหานครในเร็วๆ  วันนี้  เพราะคงจะช่วยลดปัญหาการจราจรไปได้เยอะมากๆ เลย  แล้วอีกอย่างคือสะดวกในการเดินทางไปในที่ต่างๆ อีกด้วย    เพราะถ้ารัฐบาลจัดให้มีรถไฟฟ้าทั่วทั้งกรุงเทพฯ ในเร็วๆนี้ก็คงจะทำให้ประเทศของเราลดมลภาวะลงไปได้เยอะ  แล้วก็ยังทำให้คนทำงานส่วนใหญ่หันมาใช้รถไฟฟ้าแทนรถส่วนตัว

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 32238
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)