สวัสดีครับ พ.ต.ท.สุพจน์ มัจฉา รายงานตัวเข้าเวรรับใช้ครับผม
วันนี้วันอังคารที่ 22 ธันวาคม 2552 วันทำงานอีกวันหนึ่งที่หลายๆ คนบอกว่า แหม รู้สึกไม่ค่อยกระปรี้กระเปร่าซักเท่าไรเพราะใจอยู่โน่นวันฉลองปีใหม่อยากจะให้ถึงเร็วๆ เหลือเกิน แต่วันนั้นยังมาไม่ถึงนะครับ รอก่อน ทำงานวันนี้และวันอื่นๆ ให้ดีที่สุด เคลียร์งานให้เรียบร้อยจะได้เที่ยวฉลองปีใหม่กันอย่างไม่ต้องกังวล
วันนี้ขอนำเรื่อง “สารวัตรใหญ่” มาเล่าให้ฟังกันครับเพราะหลายๆ ท่านบอกว่าอยากรู้เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยได้ยินรวมถึงได้พบตัวเป็นๆ ของสารวัตรใหญ่ที่โรงพักหรือที่ไหนก็ตาม ตอนหลังๆ เห็นหายไปไม่มีสารวัตรใหญ่อีก แต่ทำไมเดี๋ยวนี้กลับมีสารวัตรใหญ่ที่โรงพักขึ้นอีกล่ะ แล้วสารวัตรใหญ่ตอนหลังนี่ใช่ตำแหน่งเดียวกับสารวัตรใหญ่เมื่อก่อนหรือเปล่า น่าสนใจดีนะครับเนี่ย เอ้า ใครอยากรู้ตามผมมา
สมัยก่อนนู้น (แสดงว่านานมาแล้ว) วงการตำรวจกำหนดตำแหน่งต่างๆ ของสถานีตำรวจหรือโรงพักอย่างน้อยดังนี้
1. ผู้บังคับกอง (เป็นหัวหน้าสถานี)
2. ผู้บังคับหมวด (ระดับยศร้อยตำรวจตรีถึงร้อยตำรวจโท)
3. ผู้บังคับหมู่ (ระดับยศดาบตำรวจ,จ่าสิบตำรวจ,สิบตำรวจเอก,สิบตำรวจโท,สิบตำรวจตรี)
4. ลูกแถว (ยศพลตำรวจ)

ตำแหน่งต่างๆ นี้เราใช้กันเรื่อยมาจนกระทั่งถึงปี พ.ศ.2518 จึงได้ปรับตำแหน่งต่างๆ ที่โรงพักใหม่เป็น
1. สารวัตรใหญ่ (เป็นหัวหน้าสถานีตำรวจที่มีปริมาณงานมาก แต่หากระดับรองๆ ลงมาก็จะเป็นตำแหน่งสารวัตร หรือรองสารวัตร และบางแห่งที่เป็นโรงพักเล็กๆ ไม่มีอำนาจสอบสวนก็จะแต่งตั้งตำรวจชั้นประทวนยศดาบตำรวจหรือจ่าสิบตำรวจทำหน้าที่หัวหน้าสถานี)
2. สารวัตร ซึ่งก็จะมีสารวัตรสืบสวนสอบสวน (สวส.), สารวัตรป้องกันปราบปราม (สวป.) บางแห่งอาจจะมีสารวัตรจราจร (สว.จร.) ด้วย
3. รองสารวัตร
4. ผู้บังคับหมู่
5. ลูกแถว
เราใช้ตำแหน่งใหม่นี้ตลอดเรื่อยมาจนกระทั่งถึงปี พ.ศ.2535 วงการตำรวจมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งที่โรงพักใหม่อีกครั้งโดยโรงพักใหญ่ๆ ที่มีปริมาณงานมากกำหนดให้หัวหน้าสถานีเป็นผู้กำกับการมียศพันตำรวจเอก ส่วนระดับรองๆ ลงไปที่สำคัญ (ขอพูดเฉพาะชั้นสัญญาบัตรครับ) จะมีดังนี้
1. รองผู้กำกับการ (ป้องกันและปราบปราม)
2. รองผู้กำกับการ (สืบสวนสอบสวน)
3. สารวัตรป้องกันปราบปราม
4. สารวัตรสืบสวน
5. พนักงานสอบสวน
ซึ่งจะเห็นว่าตำแหน่งสารวัตรใหญ่นั้นไม่มีแล้ว
สำหรับตำแหน่งที่พูดข้างต้นนี้ไม่เหมือนกันหมดทุกโรงพักนะครับถ้าเป็นโรงพักใหญ่ๆ ที่มีปริมาณงานมากก็จะมีตำแหน่งที่พูดถึงครบ แต่หากเป็นโรงพักรองๆ ลงมาหัวหน้าสถานีอาจจะเป็นตำแหน่งรองผู้กำกับการ,สารวัตร,หรือรองสารวัตร

เอ้า แล้วไฉนตอนนี้จึงได้ยินคำว่า “สารวัตรใหญ่” ที่โรงพักหลายๆ แห่งอีกล่ะ หรือว่ามีการกำหนดตำแหน่งขึ้นมาใหม่ หลายท่านอาจจะฉงน ขอเฉลยครับ
สำหรับเหตุที่มีคำว่า “สารวัตรใหญ่” ขึ้นมาอีกนั้นมาจากกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ยุคพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธิ์ เตมียาเวส เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ) มีคำสั่งที่ 530/2550 ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2550 ให้เปลี่ยนชื่อตำแหน่งรองผู้กำกับการที่ทำหน้าที่หัวหน้าสถานีตำรวจซึ่งมี 253 แห่งเป็นสารวัตรใหญ่ทั้งหมด และยังมีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 655/2550 ลงวันที่ 17 ตุลาคม กำหนดหัวหน้าสถานีตำรวจมี 3 ระดับคือมีผู้กำกับการ (ผกก.) เป็นหัวหน้าสถานี มีสารวัตรใหญ่ (สวญ.) เป็นหัวหน้าสถานี และสารวัตร (สว.) เป็นหัวหน้าสถานี
นี่แหละครับคือที่มาของคำว่า “สารวัตรใหญ่” แต่คำว่า “สารวัตรใหญ่” ตามคำสั่งนี้ไม่ใช่ตำแหน่ง “สารวัตรใหญ่” เหมือนยุคก่อนนะครับ ตำแหน่งจริงๆ คือ “รองผู้กำกับการ” ที่เป็นหัวหน้าสถานีตำรวจเพราะตำแหน่ง “สารวัตรใหญ่” ไม่มีในระเบียบตำรวจแล้วตั้งแต่ปี 2535 เป็นต้นมา พูดง่ายๆ ก็คือการเป็นเรียกชื่อตำแหน่งเฉพาะตำแหน่งนั่นเอง
อีกเรื่องหนึ่งที่จะเล่าให้ฟังวันนี้ก็คือมีหลายคนสอบถามเพราะสงสัยว่า เอ๊ สมัยก่อนเวลาไปติดต่อราชการที่สถานีตำรวจภูธรจะเห็นคำว่า “สถานีตำรวจภูธรอำเภอ......กิ่งอำเภอ..........ตำบล” ประมาณนี้ แต่ตอนนี้เห็นเพียงแค่คำว่า “สถานีตำรวจ” แล้วตามด้วยชื่ออำเภอหรือชื่อโรงพักนั้นเท่านั้นไม่มีคำว่า “อำเภอ,กิ่งอำเภอ,ตำบล” อีก มาจากไหนกัน เรื่องนี้มีที่มาดังนี้ครับ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีประกาศลงวันที่ 10 กันยายน 2550 เรื่อง การกำหนดหน่วยงานและเขตอำนาจความรับผิดชอบหรือเขตพื้นที่การปกครองของส่วนราชการในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาลและตำรวจภูธรภาค 1 ถึง 9 มีสาระสำคัญดังนี้
“เพื่อให้การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนซึ่งเป็นภารกิจหลักที่สำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนการให้บริการด้านต่าง ๆ ของสถานีตำรวจในพื้นที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอแก้ไขเขตอำนาจความรับผิดชอบหรือเขตพื้นที่การปกครองของสถานีตำรวจนครบาลและสถานีตำรวจภูธรให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและอำนวยความสะดวกในการใช้บริการของประชาชน รวมทั้งเพื่อให้สถานีตำรวจภูธรมีชื่อเรียกเป็นไปในลักษณะเดียวกันทั่วประเทศ จึงสมควรเปลี่ยนชื่อสถานีตำรวจภูธรอำเภอ สถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอ และสถานีตำรวจภูธรตำบลเป็นสถานีตำรวจภูธรแล้วตามด้วยชื่อของอำเภอ กิ่งอำเภอ หรือตำบล ตามที่ใช้เป็นชื่อสถานีตำรวจอยู่ในปัจจุบัน ยกเว้น สถานีตำรวจภูธรตำบลพัทยา ให้เปลี่ยนชื่อเป็นสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยาตามชื่อเขตปกครองพิเศษเมืองพัทยา” ซึ่งประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2550 รายละเอียดเรื่องนี้ท่านสามารถเปิดดูได้ที่นี่ครับ
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2550/E/139/1.PDF
สำหรับการเปลี่ยนแปลงชื่อสถานีตำรวจครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงเฉพาะสถานีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1-9 จำนวน 1,361 สถานี โดยใช้ชื่อเรียกในลักษณะเดียวกันทั้งหมดเหมือนตำรวจนครบาลเพื่อไม่ให้ประชาชนสับสนในการเรียกชื่อสถานีตำรวจ เช่น สถานีตำรวจภูธรอำเภอพาน (สภ.อ.) เปลี่ยนเป็น สถานีตำรวจภูธรพาน สถานีตำรวจภูธรกิ่งอำเภอภูกามยาว เป็นสถานีตำรวจภูธรภูกามยาว สถานีตำรวจภูธรตำบลแม่อ้อ เป็นสถานีตำรวจภูธรแม่อ้อ เป็นต้น โดยใช้ชื่อย่อว่า “สภ.”
หวังว่าข้อเขียนในวันนี้คงสร้างความกระจ่างให้แก่ท่านพอสมควรนะครับ
รักตำรวจ เกลียดตำรวจ มีปัญหาอย่าลืมเรียกใช้ตำรวจนะครับ
สวัสดีครับผม
************************
ติดตามการทำงานทั้งหมดของผมได้ที่



นี่เป็นภาพของ สภอ.ปาย ในอดีต หรือเปล่าครับ??
คลาสิกมากๆครับ
สวัสดีครับอาจารย์
ขอบคุณมากที่เข้ามาติดตามเยี่ยมเยียน สำหรับภาพแรกเป็นภาพของสถานีตำรวจภูธรอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
เรื่องภาพเก่าๆ นี้ผมกำลังรวบรวมอยู่หากได้ปริมาณพอสมควรแล้วจะนำมาเล่าให้ฟังถึงประวัติศาสตร์หรือที่มาที่ไปของภาพและเรื่องเหล่านั้นครับผม
มีน้องชายเป็นตำรวจ
แต่ก็ไม่รู้ว่าตำแหน่งอะไรเลย
สวัสดีค่ะ
รบกวน คุณตำรวจ ช่วยลงบันทึก การระวังภัย 10 แก็ง ช่วงเทศกาลปีใหม่
ให้สมาชิกgotoknow ทราบได้ไหมค่ะ ได้ฟังวิทยุค่ะขณะฟังขับรถอยู่จึงจดและจำได้ไม่หมด ฝากลงบันทึกให้ทุกคนทราบด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ
ทุกหน่วยงานของรัฐต่างถูกเปลี่ยนแปลงสภาพ ตามนโยบายของรัฐบาลแต่ละช่วง ดั่งเช่น หน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการระดับอำเภอ จังหวัด เดิมที่มี หัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอ , ผู้อำนวยการประถมศึกษาจังหวัด ศึกษาธิการอำเภอ ,ศึกษาธิการจังหวัด และสามัญศึกษาจังหวัด ต้องถูกหลอมรวมเป็นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา แต่ละจังหวัดจะมีจำนวนเขตพื้นที่การศึกษาไม่เท่ากัน โดยขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรและสภาพทางภูมิประเทศที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2546 เป็นต้นมา มีผู้บังคับบัญชาสูงสุด คือ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในขณะที่ตำแหน่งผู้บริหารอื่น ๆ กลายเป็นรองผู้อำนวยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ส่วนผู้ปฏิบัติการอื่นถูกแยกย้ายไปตามเขตพื้นที่การศึกษาต่าง ๆ นอกจากนี้ยังแตกหน่วยงานเป็นสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัด , สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด โดยอาศัยบุคลากรของสำนักงานศึกษาธิการอำเภอหรือจังหวัดแล้วแต่กรณี
ในอนาคตมีแนวโน้มว่าจะมีหน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเพิ่มเติมอีกครับ เป็นหน่วยงานที่กำกับโรงเรียนที่จัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (หรือจะให้เข้าใจง่าย ๆ มีการแบ่งแยกหน่วยงานกำกับการศึกษาออกเป็นระดับประถมศึกษา (มีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ดูแล) และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (มีหน่วยงานที่จะมีชื่อเรียกตามที่จะกำหนด เป็นหน่วยงานดูแล) ทำไปทำมา วัฎจักรการทำงานจะหมุนวนกลับไปที่เดิมอีกแล้ว
สวัสดีค่ะ...
เพิ่งได้เป็นสมาชิกgotoknow แล้วเจอบันทึกของคุณรู้สึกน่าสนใจมากเลย เพราะที่ผ่านไม่เคยรู้ตำแหน่งตำรวจเท่าไหร่เลย
บางครั้งก็ได้ยินคนเรียกถูกเรียกผิด...แต่อ่านแล้วก็รู้สึกเข้ายากเหมือนกัน..ทำไมมีตำแหน่งที่เป็นระดับมากมายจนแยกแยะไม่ถูกเลย...และไม่ทราบว่าตำแหน่งหน้าที่กับระบบการทำงานเป็นอย่างไรคะ..
ในระบบการบริหารของโรงพักเป็นอย่างไรคะ..จริงๆก็ไม่เคยเข้าไปเท่าไหร่หรอกคะ..(ถ้าไม่ถูกจับจริงๆหรือเกิดอุบัติเหตุนะคะ.. ) แต่ก็อยากจะขอความรู้บ้างละคะ..ว่าในการบริหารงานในแต่ละโรงพักแบ่งเป็นกี่ฝ่าย และ..คนที่เข้าไปติดต่อจะต้องเริ่มจากจุดไหน..
ก็หวังว่าคงจะรับความรู้เรื่องนี้ด้วยนะคะ...
อย่างไรก็ตามก็จะติดตามอ่านต่อไปนะคะ...
ขอบคุณคะ...
สวัสดีครับ
สำหรับคำถามของคุณ"ภวจิตธรรม" นั้นผมได้เขียนลงใน G2K เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 52 เรียบร้อยแล้ว ลองเปิดอ่านดูนะครับ
ขอบคุณครับผม
เพิ่งเข้ามาอ่านคงไม่ว่ากันนะคะขอบคุณที่ท่านใส่รูปท่านฯเสรีพิศุทธิ์คนที่หนูปลื้มมากๆมาให้ชมด้วยขออนุญาตนำภาพแต่งกายธรรมดาของท่านมาฝากค่ะ