สุดยอดโค้งปราบเซียน 1864 โค้ง สู่เส้นทางปาย – แม่ฮ่องสอน เป็นเส้นทางการทดสอบคนขับรถที่ยอดเยี่ยม ทดสอบผู้โดยสารว่าทรหดไหม? จะผ่านการเมารถได้หรือเปล่า? จนมีสโลแกนว่า “ เมา-อ๊วก-หลับ = ปาย” อ.ปายเป็นเส้นทางยอดฮิตที่สุดในรอบวันหยุดที่ผ่านมา มีผู้คนมากมายหลั่งไหลไปเยือนพร้อมชื่นชมบรรยากาศที่หนาว..(มากๆๆ...) บนยอดเขาจุดชมวิวของอุทยานห้วยน้ำดังและปางอุ๋ง ชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่จุดชมวิว บรรยากาศดูคึกคัก เสื้อกันหนาว ถุงมือ หมวก ผ้าพันคอหลากสีสัน มีให้ชมสารพัดรูปแบบดูแปลกตาและมีขายตลอดเส้นทางที่จุดชมวิว คนกทม.หนีร้อนไปเอาบรรยากาศที่หนาวได้สมใจ...รู้สึกสดชื่น มีความสุข หน้าตาทุกคนมีแต่รอยยิ้ม...นี่แหละหนา...ที่เขาว่า...ธรรมชาติ...มักเยี่ยวยาชีวิต...ให้ผ่อนคลายและทำให้รู้สึกสงบ สบายใจ สัมผัสได้เช่นนั้นจริงๆ.... การเดินทาง...ทำให้เราได้ศึกษาประวัติศาสตร์ของสถานที่นั้นๆไปในตัว เช่นสะพานประวัติศาสตร์ เป็นสะพานข้ามแม่น้ำปายซึ่งเป็นสัญลักษณ์อำเภอปาย ที่สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นเส้นทางที่เชื่อมกับสะพานข้ามแม่น้ำแคว จ.กาญจนบุรี แต่ยังคงเหลือให้ชมไม่มากนักที่ยังอนุรักษ์ไว้ให้เป็นอนุสรณ์ให้คนรุ่นหลังได้ดูระยะทางประมาณ 200 เมตร พื้นสะพานจะทำด้วยไม้ทั้งหมด บางช่วงก็เริ่มผุบ้างแล้ว Coffee In Love และหลักกิโลยักษ์ก็เป็นเป้าหมายหนึ่งที่ทุกคนมาปายต้องแวะไปเยือนและก็ถ่ายรูป (เป็นดารานำของอ.ปายเลยทีเดียว) จนกลายเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของปายไปซะแล้ว (...ห้ามปิดร้านหรือย้ายร้านหนีไปไหนเชียวนะ...เดี๋ยวคนแวะมาจะผิดหวัง) พอเข้าเมืองปายก็ต้องไปนมัสการพระอุ่นเมืองที่วัดน้ำฮู ซึ่งสามารถเปิดเศียรและมีน้ำมนต์ซึมอยู่ตลอดเวลา แล้วก็เลยไปศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนานหรือหมู่บ้านสันติชน ทานอาหารจีนยูนาน (อยู่นานหรือเปล่าหนอ....) มีบ้านดิน ชิมชา หมอจีนโบราณฝังเข็ม และได้โล้ชิงช้าไม้ โดยใช้แรงคนช่วยหมุน แล้วก็ไปแวะไหว้พระธาตุแม่เย็นและถ่ายรูปที่จุดชมวิวทะเลหมอกลุกข้าวหลาม ถนนคนเดินที่ปาย...สนุกมาก แต่คนเยอะมากมีหลายเส้นทางให้ได้เดิน พอหกโมงเย็นก็จะปิดถนนขายของ มีของที่ระลึกของอ.ปายสารพัดไอเดียและมีอาหารพื้นเมืองมากมายให้ได้ชิมและชมตามอัธยาศรัย บรรยากาศเหมือนหาดป่าตองยามค่ำคืนมีชาวต่างชาติก็เยอะ(ป้ายภาษาอังกฤษเต็มไปหมด)และคนไทยก็เยอะเหมือนกัน และสถานที่ต้องแวะคือร้านมิตรไทย เลือกซื้อโปสการ์ดที่ชอบแล้วส่งให้เพื่อนๆคนที่ไม่ได้มา...ให้อิจฉาเล่น...หรือส่งให้คนถูกใจ..ถ้าใครไม่มีก็ส่งให้ตัวเองก็ได้....555….อ่านแล้วรู้สึกประทับใจดีเหมือนกัน... ร้านขายโปสการ์ดน่ารักๆทั้งนั้น ของที่ระลึกมากมาย เดินไปเดินมา...กลับที่พักไม่ถูก...หลงทาง...ต้องโทร.ถามไกด์ว่าที่พักไปทางไหหน? เพราะตอนนี้อยู่ตรงสี่แยกพอดีข้างธนาคารออมสิน สุดท้ายก็หาทางกลับที่พักเจอ ได้ของฝากแตกต่างกันไปตามชอบใจ ตอนเช้าได้ออกมาตักบาตรที่หน้าวัดหลวงและแวะชมบรรยากาศของตลาดยามเช้า ที่นี่โจ๊กขึ้นชื่อกับปลาท่องโก๋ซึ่งตัวนิดเดียวแต่อร่อยมากใส่งาด้วยกินพร้อมกาแฟสด ข้าวเหนียวซี่โครงหมูทอดก็อร่อยดี ออกจากอ.ปายมุ่งสู่แม่ฮ่องสอน แวะถ้ำลอดโดยนั่งแพไม้ไผ่ ชมความงามของถ้ำซึ่งมีอยู่ติดกันสามถ้ำ ซึ่งที่นี่มีการบริหารจัดการให้คนในพื้นที่มาบริการนักท่องเที่ยวได้อย่างมีระบบดีมาก มีคนถือตะเกียงเจ้าพายุ 1 คนต่อ1 แพคอยบรรยายให้ฟังมีจำนวนถึงเกือบสองร้อยคนซึ่งผ่านการอบรมมาทุกคนมาคอยบริการนักท่องเที่ยวยังไม่นับรวมถึงคนที่ช่วยพยุงแพเข้าออกถ้ำอีกจำนวนหนึ่ง ที่บ้านห้วยเสือเฒ่า แวะไปหมู่บ้านกระเหรี่ยงคอยาว ชมวิถีชีวิตของชาวเขาเผ่ากระเหรี่ยง ซึ่งคนที่อายุมากที่สุดนั้นในหมู่บ้านมี 2 คนจะใส่ห่วงถึง 24 ห่วง นอกนั้นก็มากน้อยต่างกันไป ตอนแรกคิดว่าจะไม่ถ่ายรูปกับเขาเพราะเคยได้ยินมาว่ากระเหรี่ยงตัดพ้อว่าม่แต่คนมาดูเขาเหมือนของแปลกอะไรสักอย่างหนึ่ง ไม่ให้เกียรติเคารพศักดิ์ศรีของความเป็นคนในตัวเขาเลย....แต่เมื่อมาพบก็รู้สึกว่าทุกคนก็ให้เกียรติและขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึก พูดจาถ้อยทีถ้อยอาศัย ดูน่ารักทั้งสองฝ่ายและเขาก็รู้สึกดีเต็มอกเต็มใจในมิตรไมตรีที่ให้แก่กัน จนมีภาพประทับใจกลับมาให้ระลึกถึง ถึงแม่ฮ่องสอนได้แวะพระธาตุดอยกองมู ซึ่งเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองแม่ฮ่องสอน แต่ไปถึงก็ทุ่มกว่าแล้ว ก็ได้อีกบรรยากาศหนึ่งมีคนมาเยอะพอสมควรร่วมกันเวียนเทียนพระธาตุและจุดโคมลอยเป็นพุทธบูชา ได้ชมวิวเมืองแม่ฮ่องสอนซึ่งระยิบระยับไปด้วยแสงไฟและที่วัดนี่เองเป็นจุดเริ่มต้นของกิโลเมตร 0 ของแม่ฮ่องสอน มืดพอดีเลยได้มีโอกาสเที่ยวถนนคนเดินแม่ฮ่องสอน ซึ่งรู้สึกว่าไม่คึกคักเท่าที่ถนนคนเดินอ.ปาย มีสินค้าพื้นเมืองส่วนมากจะเป็นของชาวเขาเป็นกระเป๋าสารพัดขนาด สีสรรสวยงามและมีไม้แกะสลักตกแต่งบ้าน ผ้าพื้นเมือง เดินไปถึงวัดจองคำ-จองกลาง ซึ่งสวยงามมากในยามค่ำคืน วันนี้ออกแต่เช้าตีห้า ต้องตื่นตีสี่ (ขอบอกว่า...หนาวที่สุดเลย....ควันออกปากเป็นสาย...) เพื่อไปชมบรรยากาศของปางอุ๋ง ซึ่งได้ชื่อว่าสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย ซึ่งเมื่อมาถึงบ้านนาป่าแปกต้องเปลี่ยนจากรถตู้เป็นรถสองแถวท้องถิ่นเพื่อขึ้นไปบนปางอุ๋ง ชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่ปางอุ๋ง วิถีชีวิตของชาวบ้านดูเปลี่ยนไปจากเดิมมาก กลายเป็นเศรษฐกิจมีการค้าขายของให้นักท่องเที่ยวและทำเป็นโฮมสเตย์เกือบทุกบ้าน มีน้ำชา กาแฟใส่แก้วกระดาษพร้อมดื่มตั้งโชว์หน้าร้าน หนาวๆกินกาแฟร้อน เดินชมหมู่บ้านได้บรรยากาศดีมาก ของอำนวยสะดวกมีทุกอย่าง แต่โชคดีที่ยังหลงเหลือบรรยากาศของหมู่บ้านให้ได้เห็น เป็นการผสมผสานกัน มีการนำถั่วเหลืองมาทำขนม(ยอดฮิต)ซึ่งเรียกว่าขนมถั่วเหลือง จะทอดเหมือนมันฝรั่งเฟรนฟราย์ แต่เดิมทำเป็นรูปสามเหลี่ยม ซึ่งรสชาติดีทีเดียว กินมันเผา อากาศหนาวๆรู้สึกดี มีข้าวจี่น้ำมันงาเคลือบไข่ ขายตลอดเส้นทาง บรรยากาศปางอุ๋งคนเยอะมากเช่นกัน ที่เห็นเป็นเส้นๆบนทิวเขานั้นคนทั้งนั้น แต่บรรยากาศสวยงามสุดบรรยาย ออกจากปางอุ๋งก็แวะไปภูโคลน ทดลองพอกโคลนซึ่งเป็นunseenทั่วโลกมีเพียง 3 แห่งเท่านั้น พอพอกโคลนเสร็จก็ออกมานั้งเรียงแถวรอแห้ง ดูตลกมาก..จำหน้ากันไม่ได้สักคนต้องสังเกตดูเสื้อที่ใส่...แต่มีข้อห้ามคือห้ามยิ้มหรือหัวเราะจะทำให้หน้าย่น...ได้...ขอบอก...ได้แต่หัวเราะอยู่ในคอ...ทุกคนดูแล้วตลกพอๆกัน พอล้างหน้าโคลนออกก็ดูหน้าใสปิ้งๆๆ... (...ก็ชม...กันไป...ซะงั้น...) แวะถ้ำแก้วโกมลหรือถ้ำน้ำแข็ง ซึ่งมีความยาวประมาณ 120 เมตรในโลกมีเพียง 2 แห่งเท่านั้นคือไทยและจีน ซึ่งชมความงามของผลึกแคลไซต์ สีขาวลักษณะคล้ายเกล็ดน้ำแข็งและเหมือนเพชรระยิบระยับไปทั้งถ้ำ แต่ลงไปลึกในแนวดิ่ง อากาศชื้นและบางหายใจเหนื่อย จึงไม่เหมาะสำหรับคนแก่หรือมีโรคประจำตัว เหนื่อยมากตอนขึ้นมาจากถ้ำ แต่ก็สวยงามเช่นกัน กลับมาแวะสวนสนและอุทยานแห่งชาติออบหลวง เป็นการปิดท้ายการมาทริปนี้ ซึ่งออบหลวงนั้นเป็นปฏิมากรรมอันน่าอัศจรรย์จากธรรมชาติ มีลักษณะเหมือนเขาจูบกัน เป็นผาแคบที่ถูกลำน้ำแม่แจ่มกัดเซาะและมีสะพานเชื่อมระหว่างกลางดูงดงามแปลกตา การมาเที่ยวปาย-แม่ฮ่องสอนครั้งนี้ แสนประทับใจและเพื่อนๆก็แสนสุขใจกันทั่วหน้า เป็นการเชื่อมความสัมพันธที่ดีในกลุ่มงานที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน เนื่องจากการเดินทางครั้งนี้เราได้ร่วมเดินทาง 1864 โค้ง....เมา – อ๊วก- หลับ....ถึงปายพอดี...HAPPY ..เอย.
ชื่อปายมีมนต์เสน่ห์ อยากไปมากแต่ยังไม่มีโอกาส
หนาวหน้าตั้งใจไปอยู่สักครึ่งเดือน
เมื่อมาได้อ่านตรงนี้ จึงอยากไปให้ได้หลังปีใหม่
ขอบคุณครับสำหรับบันทึกที่น่าสนใจมากบันทึกนี้
สวัสดีครับ
โฮ่ะๆๆๆ เที่ยวคุ้มมากๆเลยครับ แทบจะครบแลนด์มาร์คของแม่ฮ่องสอนเลยนะเนี่ย ^^
ขอบพระคุณมากนะครับ หนาวจัง อิอิ
สวัสดีค่ะคุณสันติ หมื่นไวย
มาร่วมรำลึก "ปาย" ค่ะ...ตอนไปเดินเที่ยวที่ถนนคนเดินถกใจคำกลอนเสื้อตัวนี้มาก...นำมาฝากค่ะ
ปล.กรุณาลบข้อความ 2 ด้วยนะค่ะ..ใช้รูปผิดงานค่ะ (*-*) ขอบคุณค่ะ
อยากไปเที่ยว ปาย ค่ะ ถ้ามีโอกาส ขอบคุณบันทึกดี ๆ ที่ ทำให้รู้สึกว่าได้ไปเที่ยวปาย จริงๆ ขาไปคงเมารถน่าดูใช่มั้ยคะแต่ก็ท้าทายดีนะ
สวัสดีค่ะคุณadayday
สวัสดีค่ะคุณnoktalay
สวัสดีค่ะคุณติ๋ม
บันทึกได้น่าอ่าน ภาพประกอบงดงามมากค่ะ
สวัสดีปีใหม่ค่ะ
สวัสดีค่ะคุณธรรมทิพย์
สวัสดีค่ะธนิตย์ สุวรรณเจริญ
..........เด็กๆก็น่ารักค่ะ..........
>>>>>แต่การเดินทางก็ทรหด...ผ่านโค้ง...และ...โค้ง....>>>>
""""""""""" ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมค่ะ....และสวัสดีปีใหม่เช่นกันค่ะ""""""
HAVE A GREAT YEAR ahead..ค่ะ
อยากไป ปายยยยยย
สวัสดีปีใหม่ค่ะ
>>>>>> ของฝากจากปายค่ะ>>>>>>
>>>>>> ของเล่น....ย้อนอดีตกันค่ะ....>>>>>>
>>>>>>>สวัสดีปีใหม่ทุกท่านค่ะ....มีความสุขมากๆจากผึ้งงานค่ะ....>>>>