รายงานสรุปผลการดำเนินงานฝึกอบรม
หลักสูตร การจัดการความขัดแย้งด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ระหว่างวันที่ 16 – 19 กุมภาพันธ์ 2552
ณ ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อม จังหวัดปทุมธานี
1. หลักการและเหตุผล
ปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัญหาหนึ่งที่พบบ่อย คือ กรณีข้อพิพาทด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเกิดขึ้นทั้ง ภาครัฐกับเอกชน ภาครัฐกับประชาชน ประชาชนกับเอกชน ซึ่งการแก้ไขข้อพิพาทดังกล่าวในขั้นต้น จะต้องอาศัยการเจรจาไกล่เกลี่ย เพื่อลดความขัดแย้งและปัญหาที่อาจจะบานปลายไปสู่กระบวนการชั้นศาล ซึ่งไม่เป็นผลดีกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ดังนั้น เพื่อเป็นการเสริมสร้างศักยภาพของข้าราชการในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยศูนย์วิจัยและฝึกอบรม ด้านสิ่งแวดล้อม จึงกำหนดจัดฝึกอบรมหลักสูตรการจัดการความขัดแย้งด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บุคลากรดังกล่าว มีความรู้ ความสามารถในการจัดการความขัดแย้งด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเข้าใจถึงเทคนิคและวิธีการไกล่เกลี่ยโดยสันติวิธีและการเจรจา ไกล่เกลี่ยโดยใช้กฎหมายว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ความสามารถในการจัดการความขัดแย้งด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
2.2 เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจเทคนิคและวิธีการเจรจาไกล่เกลี่ยโดยสันติวิธีและโดยใช้กฎหมายว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร
2.3 เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติงานได้
3. เนื้อหาวิชา
1. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสันติวิธี 2 ชั่วโมง
2. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับความขัดแย้ง และเครื่องมือในการจัดการความขัดแย้ง 3 ชั่วโมง
3. กรณีศึกษาประกอบ Workshop เกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องสิ่งแวดล้อม 3 ชั่วโมง
4. การจัดการความขัดแย้ง 9 ชั่วโม
5.เทคนิคและวิธีเจรจาไกล่เกลี่ยโดยใช้กฎหมาย 3 ชั่วโมง
6. การจัดการข้อพิพาทของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3 ชั่วโมง
รวม 26 ชั่วโมง
4. วิธีการฝึกอบรม
การบรรยาย
5. วิทยากร
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สถาบันพระปกเกล้า ศาลยุติธรรม กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการพระราชดำริ (กปร.)
6. คุณสมบัติของผู้เข้ารับการฝึกอบรม
บุคลากรของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีหน้าที่รับผิดชอบงานด้าน
การจัดการความขัดแย้งด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
7. จำนวนผู้ผ่านการฝึกอบรม 43 คน
8. ระยะเวลา 4 วัน ระหว่างวันที่ 16 – 19 กุมภาพันธ์ 2552
9.รูปแบบการดำเนินการจัดฝึกอบรม
การฝึกอบรมหลักสูตร การจัดการความขัดแย้งด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการจัดฝึกอบรมในรูปแบบของการบรรยาย หัวข้อ
- ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสันติวิธี
โดย พระมหาหรรษา ธมมหาโส ม.มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
- ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับความขัดแย้งและเครื่องมือในการจัดการความขัดแย้ง
โดย พระมหาหรรษา ธมมหาโส ม.มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
- การจัดการความขัดแย้ง
โดย ศ.นพ.วันชัย วัฒนศัพท์ สถาบันพระปกเกล้า
- กรณีศึกษาประกอบ Workshop เกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องสิ่งแวดล้อม
โดย พระมหาหรรษา ธมมหาโส ม.มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
- เทคนิคและวิธี เจรจาไกล่เกลี่ยโดยใช้กฎหมาย
โดย นายมนตรี ศิลป์มหาบัณฑิต ศาลยุติธรรม (ศาลจังหวัดชัยบาดาล)
- การจัดการข้อพิพาทของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
โดย นายฉัตรชัย ชูแก้ว อดีตที่ปรึกษา รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- โครงการพระราชดำริ(แนวคิดและการดำเนินงาน)
โดย นางสาวศรีนิตย์ บุญทอง สำนักงาน กปร.
10. สรุปผลการดำเนินการจัดฝึกอบรม
ผลการประเมินสรุปได้ว่า การฝึกอบรมครั้งนี้ประสบความสำเร็จดี ทั้งในส่วนของการดำเนินการฝึกอบรม วิทยากร เนื้อหาวิชา กล่าวคือ
11.1สรุปข้อมูลทั่วไปของผู้เข้ารับการฝึกอบรม
ผลการประเมินพบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 84.20 และเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 15.80 สำหรับวุฒิการศึกษาของผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับปริญญาโท คิดเป็นร้อยละ 50.00 ระดับปริญญาตรีคิดเป็นร้อยละ 42.10 และต่ำกว่าปริญญาตรีคิดเป็นร้อยละ 7.9 นอกจากนี้ยังพบว่าผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีอายุเฉลี่ย 43.92 ปี โดยมีอายุมากที่สุด 58 ปี และน้อยที่สุด 26 ปี ส่วนประสบการณ์ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมพบว่า มีประสบการณ์เฉลี่ย 17.05 ปี โดยมีประสบการณ์มากที่สุด 35 ปี และน้อยที่สุด 1 ปี
11.2 สรุปผลการประเมินเกี่ยวกับความพึงพอใจของผู้เข้ารับการฝึกอบรมต่อการดำเนินการฝึกอบรม ผลการประเมินโดยภาพรวมพบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อการดำเนินการฝึกอบรมอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.31 หรือคิดเป็นร้อยละ 86.20
11.3 สรุปผลการประเมินเกี่ยวกับความพึงพอใจของผู้เข้ารับการฝึกอบรมต่อวิทยากรในด้านต่างๆ มีดังต่อไปนี้
11.3.1 ความรอบรู้ในเนื้อหาวิชา
ผลการประเมินโดยภาพรวมพบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อความรอบรู้ในเนื้อหาวิชาของวิทยากรอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.32 หรือคิดเป็นร้อยละ 86.40
11.3.2 ความสามารถในการถ่ายทอดความรู้
ผลการประเมินโดยภาพรวมพบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ของวิทยากรอยู่ในระดับดี มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.08 หรือคิดเป็นร้อยละ 81.60
11.3.3 เทคนิค/วิธีการในการฝึกอบรม
ผลการประเมินโดยภาพรวมพบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อเทคนิค/วิธีการในการฝึกอบรมของวิทยากรอยู่ในระดับดี มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.06 หรือคิดเป็นร้อยละ 81.20
11.3.4 ความเหมาะสมในการจัดลำดับความสำคัญของเนื้อหาวิชา
ผลการประเมินโดยภาพรวมพบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อความเหมาะสมในการจัดลำดับความสำคัญของเนื้อหาวิชาของวิทยากรอยู่ในระดับดี มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.08 หรือคิดเป็นร้อยละ 81.60
11.3.5 ความสามารถในการตอบคำถาม
ผลการประเมินโดยภาพรวมพบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อความสามารถในการตอบคำถามของวิทยากรอยู่ในระดับดี มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.17 หรือคิดเป็นร้อยละ 83.40
11.4 สรุปผลการประเมินเกี่ยวกับความพึงพอใจของผู้เข้ารับการฝึกอบรมต่อหลักสูตรในด้านต่างๆ มีดังต่อไปนี้
11.4.1 ความสอดคล้องของเนื้อหาวิชากับหลักสูตร
ผลการประเมินโดยภาพรวมพบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อความสอดคล้องของเนื้อหาวิชากับหลักสูตรอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.32 หรือคิดเป็นร้อยละ 86.40
11.4.2 ความเหมาะสมของระยะเวลาที่ใช้ในการฝึกอบรม
ผลการประเมินโดยภาพรวมพบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อหัวข้อวิชาด้านความเหมาะสมของระยะเวลาที่ใช้ในการฝึกอบรมอยู่ในระดับดี มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.87 หรือคิดเป็นร้อยละ 77.40
11.4.3 ประโยชน์ที่ได้รับจากการฝึกอบรม
ผลการประเมินโดยภาพรวมพบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อประโยชน์ที่ได้รับจากการฝึกอบรมอยู่ในระดับดี มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.19 หรือคิดเป็นร้อยละ 83.86
11.5 สรุปผลการประเมินเกี่ยวกับความรู้ ความเข้าใจของผู้เข้ารับการฝึกอบรมในเนื้อหาวิชา ก่อนและหลังเข้ารับการฝึกอบรม
11.5.1 ความรู้ ความเข้าใจของผู้เข้ารับการฝึกอบรมในเนื้อหาวิชาก่อนเข้ารับการฝึกอบรม
ผลการประเมินโดยภาพรวมพบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหาวิชาก่อนเข้ารับการฝึกอบรม อยู่ในระดับน้อย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.39 หรือคิดเป็นร้อยละ 47.80
11.5.2 ความรู้ ความเข้าใจของผู้เข้ารับการฝึกอบรมในเนื้อหาวิชาหลังเข้ารับการฝึกอบรม
ผลการประเมินโดยภาพรวมพบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีความรู้ ความเข้าใจ ในเนื้อหาวิชาหลังเข้ารับการฝึกอบรม อยู่ในระดับดี มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.99 หรือคิดเป็นร้อยละ 79.80
12. ข้อเสนอแนะ
ข้อเสนอแนะของผู้เข้ารับการฝึกอบรม มีดังนี้
12.1 ข้อเสนอแนะด้านวิชาการ
1. หัวข้อวิชาการจัดการข้อพิพาทของ ทส. ควรให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์
2. หัวข้อวิชาเทคนิคละวิธีไกล่เกลี่ยโดยใช้กฎหมายควรมีการยกตัวอย่างการไกล่เกลี่ยด้านสิ่งแวดล้อม
3. ควรได้เป็นผู้สังเกตการณ์ในเหตุการณ์จริง เช่น โรงไฟฟ้า คลองด่าน
4. ควรมีการฝึกพูดเจรจาไกล่เกลี่ย
5. วิทยากรทุกท่านมีความรู้ ความเหมาะสมดี
6. ควรเพิ่มระยะเวลาการฝึกอบรม เนื่องจากเนื้อหาวิชามาก