

การทำงานในระบบราชการ หลวงจะดูแลเราทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ อย่างน้อยๆ ในหนึ่งปีจะมีหนังสือเวียนมาสองครั้ง เชิญชวนผู้สนใจเข้าสู่กิจกรรมโครงการอบรมวิปัสสนากรรมฐาน กี่ปีต่อกี่ปีที่เรื่องเวียนผ่านมาแล้วผ่านไป ฉันก็เชื่อของฉันเสมอว่า (ข้ออ้าง) ยังไม่ใช่เวลาของฉัน สำหรับคนที่ยังยึดติดข้องเกี่ยวในงานการและสิ่งกระทำที่ชื่นชอบนอกเวลาทำงาน ฉันเชื่ออย่างหนึ่งว่า เมื่อถึงเวลาของเรา นั่นหมายถึงความพร้อมทั้งกายและใจ และมีธรรมะจัดสรร
เวลาผ่านไปทีละหกเดือน หนึ่งปี หนึ่งปีครึ่ง สองปี... หนังสือราชการที่มีมาถึง และผู้บริหารลงนามอนุญาตให้บุคลากรที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมปฏิบัติธรรมได้ โดยไม่ถือว่าเป็นวันลา และแถมหน่วยงาน (ผู้บริหาร) ยังใจป้ำรับผิดชอบออกค่าใช้จ่ายการลงทะเบียนธรรมให้อีกด้วย
เวลาที่เพื่อนร่วมงานเข้าร่วมกิจกรรมแต่ละรุ่นกลับมาบอกเล่าเอาบุญมาฝาก ให้ได้ร่วมอนุโมทนานั้น ใจฉันก็ยังอยู่นิ่งๆ ไม่ยอมคิดกระตือรือร้นไปร่วมฝึกปฏิบัติใดๆ กับใครเขา แต่หนังสือที่มีมากมายในสายธารธรรมนั้นเลือกอ่านอยู่บ้างพอสมควร ไม่ให้เสียทีที่มีชีวิตงานอยู่ติดชั้นหนังสือ ไม่ให้เสียชื่อว่าอยู่ใกล้เกลือแต่รักกินด่าง แต่ถึงกระนั้น การอ่านหนังสือบางเรื่องราวก็ได้ไม่เท่ากับได้ลงมือฝึกปฏิบัติ
พ.ศ. 2552 หกเดือนแรกผ่านไป ฉันยังลงนามแค่รับทราบหนังสือราชการเวียนเชิญชวน แต่สติเริ่มรับความรู้สึกนึกคิดบ้างแล้วว่า เป็นโอกาสทองแต่เราปล่อยหลุดมือไปเรื่อยๆ แบบนี้เห็นทีจะช้าเกินไปหรือเปล่า แค่ความรู้สึกห่วงกังวลในงานประจำที่มีอยู่ กับภารกิจในครอบครัวที่ยังไม่จบง่ายๆ ทั้งห่วงและทั้งห่วง...เป็นสามสี่ห้าห่วง
ได้รู้ว่าธรรมะเป็นเรื่องง่ายๆ ปฏิบัติง่าย
หนังสือสอนธรรมะอ่านง่าย(ปฏิบัติยาก) คลิปเสียงคลิปภาพในอินเทอร์เน็ตมีให้ดาวน์โหลดฟังมากมาย (ขาดผู้ชี้นำจนเลือกไม่ถูก) ที่ฉันยังพอได้ปูพื้นฐานทฤษฎีให้ตัวเอง แต่น่าประหลาดเมื่อได้ไปได้เรียนรู้ในสิ่งที่ไม่เคยค้นคว้าหาอ่านฟังมาก่อน ไม่ได้เตรียมใจเตรียมบทเรียน เข้าใจเองว่าจะได้ไปรู้ เห็นและลงมือปฏิบัติในสิ่งที่คงลึกลับซับซ้อนไม่แตกต่างจากใครๆ อีกทั้งการได้รู้จากเพื่อนมากมายที่ไปทำกิจกรรมปฏิบัติภาวนา นั่งสมาธิทำกรรมฐานแล้วเพ่งเห็น...ที่มาเล่าอาการต่างๆ ในระหว่างการปฏิบัติธรรมให้ฟัง ฟังไปก็เกิดกังวลไป กลัวเมื่อถึงเวลาของเราเองแล้วเราจะพบอะไร จะมีนิมิตไหม จิตจะปรุงแต่งอะไรให้เห็นบ้าง ที่สรุปกันไปว่านั่นคือกรรมของเราที่เราเป็นเจ้าของมาในอดีตชาตินี้ และอาจย้อนไปในชาติปางก่อนได้ แม้จะยึดคติว่าอย่าเชื่อโดยไม่ได้เห็นเอง แต่ในหนังสือแนวธรรมะหลายเล่มบอกเล่าไว้เช่นนั้นเหมือนกัน กังวลใจไปก่อน...ครั้งแรกในชีวิตที่จะไปร่วมกิจกรรมทางพุทธศาสนา...แบบเจ็ดวันหกคืน ไม่รู้ว่าคืนไหนวันไหนจะมีอะไรมาให้เห็นบ้าง
ในที่สุดเวลาที่เหมาะสมมาถึง เมื่อฉันเอ่ยเปรยกับคนข้างตัวว่า อยากเข้าฝึกปฏิบัติธรรมดูบ้างสักครั้งหนึ่งในชีวิต ยอมที่จะรับความเป็นจริงที่จะเป็นไปในระหว่างการเข้ารับการฝึกปฏิบัติธรรม แต่ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากบอกใครๆ ว่าฉันอยากจะไปทำอะไร คนข้างตัวนึกได้ว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีกิจกรรมในลักษณะดังกล่าวนี้ปีละสองครั้ง โดยจัดในช่วงที่มีวันหยุดพิเศษหลายๆ วัน เพื่อให้สมาชิกมีโอกาสเข้าร่วมโดยอาจต้องลางานบ้างวันสองวันแล้วแต่เลือกเข้าร่วมกิจกรรมกี่วัน กิจกรรมนี้ไม่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับหน่วยงาน จึงไม่มีการแจ้งเวียนเสียงดัง นอกจากส่งจดหมายข่าวตรงให้สมาชิก ขอบคุณสหกรณ์ออมทรัพย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
เวลานั้นฉันยังไม่เข้าใจศัพท์คำว่า “เจริญสติ” ชัดเจนเท่าไรนัก จนกระทั่งได้รู้...จากการปฏิบัติ ยังแปลกใจเมื่อเห็นชื่อโครงการ “เจริญสติเฉลิมพระเกียรติฯ” ที่ตัดสินใจสมัครเข้าร่วมโดยการใช้สิทธิวันลาพักผ่อนสองวันนั้น พลิกดูกำหนดการกิจกรรม มีแต่ข้อความว่า เจริญสติ และฟังบรรยายธรรม ซึ่งผลคาดหวังจะได้รับจากโครงการคือ ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาสติปัญญา นำแนวทางการเจริญสติไปใช้ในการประกอบอาชีพ และใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้มีความผาสุกในชีวิต ครอบครัวและสังคม จนฉันแอบคิดอยู่ในใจว่า แล้วการปฏิบัติธรรมจะเป็นอย่างไร จะอยู่ตรงไหน รวมทั้งการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งแรกนี้ คงเหมือนการไปเข้าร่วมการประชุม สัมมนาหรือฝึกอบรม ที่จัดอยู่เป็นประจำ ที่สำคัญสถานที่จัดโครงการนี้ ไม่ใช่ “วัด” แต่เป็นสถานที่ร่มรื่นสวยงามแวดล้อมด้วยธรรมชาติ คือ “สวนพันดาว”

แล้วในที่สุดฉันก็ได้เข้าใจถึงความหมายของคำว่า “การเจริญสติ” และการปฏิบัติธรรมตามแนวทางของ หลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ (ดูเพิ่มเติม ลานธรรมจักร ) วิธีเจริญสติในรูปแบบของกายเคลื่อนไหว ทำความรู้สึกตัว(อ่านเอกสารเพิ่มเติม>> การทำความรู้สึกตัว โดย มูลนิธิหลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ (พันธ์ อินทผิว)) และรู้สึกยินดีอย่างมากที่มีโอกาสเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ กับสหกรณ์ออมทรัพย์ มช.
โครงการ เจริญสติเฉลิมพระเกียรติฯ จัดขึ้นเพื่อน้อมถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครบ 82 พรรษาในวันที่ 5 ธันวาคม 2552 ประกอบกับในวันดังกล่าวเป็นวันพ่อแห่งชาติ สมควรที่เราทุกคนจะได้น้อมรำลึกถึงพระคุณของพ่อผู้มีพระคุณและร่วมกันแสดง ความกตัญญูกตเวทีด้วยการปฏิบัติธรรมตามโครงการดังกล่าว
โครงการเจริญสติเฉลิมพระเกียรติฯ จัดขึ้นทั้งหมด 9 วัน ระหว่างวันที่ 4 - 13 ธันวาคม 2552 ณ สวนพันดาว บ้านป่ากล้วย ตำบลสันนาเม็ง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ โดยแบ่งกลุ่มผู้เข้าอบรมออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก เป็นผู้เริ่มต้นใหม่ หรือมีเวลาที่จำกัดจะจัดอบรมระหว่างวันที่ 4 – 10 ธันวาคม 2552 กลุ่มที่สอง เป็นผู้ที่มีพื้นฐานมาก่อนและ/หรือกลุ่มแรกและต้องการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องจะจัดอบรมระหว่างวันที่ 4 - 13 ธันวาคม 2552


โครงการเจริญสติเฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งนี้ สหกรณ์ฯได้นิมนต์พระวิปัสสนาจารย์จากวัดป่าสุคะโต (สถาบันสติปัฏฐาน) อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ โดยการนำของพระครูสุวรรณบรรพต( หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ) และ พระทรงศิลป์ สุจิณโณ มาเป็นวิทยากร แนะนำการปฏิบัติ และ เชิญอาจารย์กำพล ทองบุญนุ่ม ชายผู้พิการมายี่สิบกว่าปีและใช้ชีวิตมาด้วยการปฏิบัติธรรมการเจริญสติ เจ้าของหนังสือ “จิตสดใจ แม้กายพิการ” และผลงานหนังสืออีกมากมาย ปัจจุบันเป็นวิทยากรบรรยายธรรมะทั่วประเทศ และรายการโทรทัศน์หลายรายการได้นำประวัติชีวิตของอาจารย์ไปเผยแพร่ ในนามของชมรมเพื่อนคุณธรรม มาเป็นวิทยากรบรรยายธรรม แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการปฏิบัติครั้งนี้

กิจกรรมในแต่ละวัน (5-9 ธันวาคม) มีดังนี้
04.00 น. ธรรมคีตา ปลุกให้ตื่นอย่างมีสติ
04.30 น. ทำวัตรเช้า เจริญพุทธานุสติ ธรรมานุสติ
05.00 น. ฟังธรรมรับรุ่งอรุณ
05.30 น. เจริญสติรับรุ่งอรุณ
07.00 น. รับประทานอาหารเช้าอย่างมีสติ
07.30 น. พักผ่อนตามอัธยาศัย หรือเจริญสติส่วนตัว
08.30 น. เจริญสติร่วมกัน
11.00 น. รับประทานอาหารกลางวันอย่างมีสติ
11.30 น. พักผ่อนตามอัธยาศัย
12.30 น. เจริญสติร่วมกัน
13.00 น. บำเพ็ญประโยชน์ร่วมกันอย่างมีสติ
16.00 น. อาบน้ำ พักผ่อนตามอัธยาศัย
17.00 น. รับประทานน้ำปานะ
17.30 น. ทำวัตรเย็น เจริญพุทธานุสติ ธรรมานุสติ
18.00 น. ฟังธรรมยามสนธยา
18.30 น. สามัคคีเจริญสติ
21.00 น. เข้านอนอย่างมีสติ

และในวันที่ 10 ธันวาคม ก่อนแยกย้ายลากลับบ้าน พระอาจารย์วิทยากรยังได้นำพวกเราที่เข้าร่วมโครงการทำกิจกรรมที่ฉันคุ้นชินจากการคลุกคลีงานด้านการจัดการความรู้ เป็นเหมือนการทำการประเมินโครงการ (AAR-After Action Review) นับเป็นโอกาสดีที่ฉันไม่เคยคิดเลยว่าในปลายปีนี้จะได้มีประสบการณ์เรียนรู้จักการเจริญสติ รู้สึกรู้กายรู้จิต พบกัลยาณมิตรทางธรรมหลายท่าน และชีวิตนี้ทั้งชีวิตยังมีสิ่งที่ดีงามรอเราไปสัมผัสเห็นอีกมากมาย

อนุโมทนาความเบิกบานบนเส้นทางธรรมด้วย
ภาพให้ความรู้สึกที่งดงาม
ธรรมะสวัสดีค่ะ
สวัสดีคะพี่สาว
อนุโมทนากับการเจริญธรรมะครั้งนี้ด้วยคะ
อนุโมทนา สาธุ สาธุ สาธุ ด้วยค่ะน้าต๋อย
ขอร่วมอนุโมทนาครับ
ขอนำภาพประทับใจในระหว่างการเข้าร่วมโครงการเจริญสติฯ มาฝากค่ะ
นมัสการ พระมหาแล ขำสุข(อาสโย) [IP: 118.172.150.218]
สวัสดีค่ะคุณพี่ครูคิม
สวัสดีค่ะน้อง♥paula ♥ที่ปรึกษาตัวน้อย✿
สวัสดีค่ะน้าอึ่งอ๊อบ คนสวย แซ่เฮ
สวัสดีค่ะพี่ นาย สุรเชษฐ เวชชพิทักษ์
สุขสมหวังจงมีแด่ท่านในปีใหม่
สวัสดีค่ะพี่ดาว..ขอบคุณค่ะที่ได้เผยแผ่ให้เจริญสติ..เจริญธรรม..ถีงเวลาคงจะได้เข้าร่วมแบบนี้บ้างนะคะ
อนุโมทนาบุญนะคะ
สวัสดีค่ะคุณดาวลูกไก่
.....อยากไปแบบนี้บ้างจังเลยค่ะ...
....เจริญสติ...เป็นคำที่มีความหมายมากๆ เลยนะคะ
....โชคดีปีใหม่ค่ะ
สวัสดีค่ะ
คุณ หนูรี
คุณ เบดูอิน
คุณครู rinda
คุณ สุกัญญา
คุณปิ่นธิดา
คุณ นาง นงนาท สนธิสุวรรณ
คุณ นัฐพร จันทร์ส่งสิงห์
ชอบไม้บรรทัด...ไว้วัดจริงๆค่ะ
สวัสดีค่ะ
ป้าเหมียว คะ
คุณ Sila Phu-Chaya ค่ะ
น้อง ชาดา ~natadee คะ
สวัสดีค่ะ...คุณดาวลูกไก่...
เคยปฏิบัติธรรม อยู่ที่วัด 3 วันค่ะ...ดีค่ะ...สงบดีค่ะ...จิตใจไม่พลุกพล่าน
มีสติขึ้นเยอะเลยค่ะ...คนเราดิ้นรนไขว่คว้า...สุดท้ายก็ไม่มีอะไร...
แวะมาสวัสดีปีใหม่ 2553 ค่ะ...
สาธุ สาธุ