ไม่ว่าจะยังไง เมื่อลูกสาวมาถึงบ้าน
พ่อ แม่รู้สึกประหลาดใจ ปนดีใจ แววตาแห่งความสุขของพ่อและแม่ ฉายแววออกมาอย่างแจ่มชัด นี่หล่ะมั่ง คือ ความรักที่ไร้เงื่อนไข
หนูจำเป็นต้องไปใช้ชีวิตอยู่ตั้ง นนทบุรี ขณะที่ พ่อ แม่ ยังต้องทำงานขายของ อยู่ที่กาฬสินธุ์ ถามว่า ลูกแบบหนู คิดถึงท่านไหม พูดตรง ๆ ก็คล้าย เนรคุณ แต่ใจมันเป็นอย่างนี้จริง ๆ ค่ะ
ตอนอยู่คนเดียวสบาย ๆ ก็ไม่ได้คิดถึงท่านนะคะ
ตอนทานอาหารที่ร้านหรู ๆ ดี ๆ ก็ ไม่ค่อย คิดถึงท่าน
รู้ไหมค่ะ หนูคิดถึงพ่อกับแม่ตอนไหน
ตอนที่หนูเจอปัญหา มีความทุกข์ หรือ ไม่มีตังค์ ใช้
คิดดูแล้วน่าอายจริง ๆ ใจหนูนี่ไม่ค่อยจะมีสำนึกสักเท่าไหร่
แต่เช้านี้หนูกลับมาบ้าน ทั้ง ๆ ที่ท่านบอกว่า
ไม่ต้องมา กลับบ้านบ่อยแ้ว
ก็ หนูกลับแทบจะทุกเสาร์อาทิตย์เลยค่ะ
จนแม่แซวว่า
ตั้งแต่ไปอยู่ เมืองนนท์นี่ กลับบ้านบ่อยกว่าอยู่ขอนแก่นอีก
พอไปเล่าให้ครูฟังท่านบอกว่า
ทำไมไม่บอกแม่ว่า ตอนนี้เป็นคนดีแล้ว
การกลับบ้านในครั้งนี้ แม้ว่าจัต้องเดินทางยาวนานถึง 10 ชั่วโมง และมีเวลากับท่านเพียง 1 วัน 1 คืน แต่ก็สามารถสร้างกำลังใจให้กับแม่ และ พ่อ ผู้ให้กำเนิด
ขอบคุณนะคะ ที่ให้เกิดมา
โอ้งานเข้าอีกแล้วขอเขียนไว้แค่นี้ก่อนนะคะไปช่วยงานที่บ้านก่อน
ยินดีด้วยค่ะ กับความรัก ความอบอุ่นที่ได้พบค่ะ เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ
ครูอ้อย แซ่เฮ วันนี้แม่คุยทั้งวันเลยค่ะ อย่างเบิกบาน แม้จะบ่นกระปิดกระปอยว่ากลับบ่อย แต่ใบหน้ายิ้มอย่างดีใจ ค่ะ พ่อหนูท่านก็ น่ารักมาก ๆ ค่ะ ยิ่งเอ่ยถึง หลวงพี่ที่ท่านบวชหนูยิ่งรู้สึกประทับใจค่ะพ่อบอกว่า
หนูฟังแล้วรู้สึกปีติ และเป็นสุขมาก ๆ เลยค่ะ
เป็นความสุขที่หาอะไรเปรียบไม่ได้จริง ๆคะ
อ่านแล้วนึกถึงหน้าคุณแม่ ตอนที่ดาวกลับบ้านออกเลยค่ะ...
แม้ปากท่านจะบอกว่าไม่ต้องลำบากกลับมาบ้าน แต่พอเจอหน้าดาวแม่ก็ยิ้มกว้างหน้าบานไม่หุบเชียวล่ะ อิอิ
ใช่ค่ะหมอดาว
แต่การกลับรอบนี้ ต้องกราบขอบพระคุณครูท่านที่ออกแรง เพราะติ๋วเกือบจะหลงเพลินอยู่ฉลองกะเพื่อน ซะแล้ว การหนีแรงดึงดูดแบบนี้ ไม่ง่ายเลย แต่โชคดีที่มีกำลังใจดี ๆค่ะ