วันนี้ผู้เขียนได้ทำหน้าที่เป็น fa ในการทำกลุ่มของทีมดูแลผู้ป่วยศัลยกรรม ที่อยากเรียกตัวเองว่า Cops การดูแลผู้ป่วยผ่าตัด

 

มีหลายเสียงที่บอกผ่านผู้เขียนมาว่า กระบวนการรับผู้ป่วยเพื่อเข้านอนพักรักษาในโรงพยาบาลด้วยการผ่าตัด เกิดอุบัติการณ์เกี่ยวกับการประสานงานและการสื่อสารที่เข้าใจไม่ตรงกันบ่อยครั้ง อยากให้มีการพูดคุยกันแต่ไม่อยากทำเหมือนการทบทวน อยากทำเหมือน KM ที่เคยทำดูมีความสุขในการแบ่งป้นมากกว่า

 

ผู้เขียนจึงรับอาสาจัดเวทีให้เกิดการเสวนา โดยชวนทีม KM คุณอำนวยมาช่วยกันควบคุมกระบวนการกลั่นความรู้ออกมาให้ได้จากวงสนทนาในครั้งนี้

 

วงเสวนาครั้งนี้ของเราค่อนข้างเป็นกลุ่มใหญ่ มีข้อตกลงระหว่างกลุ่มของเราเช่นเคย คือการใช้กฎข้อที่ 6 ที่ไม่จริงจังไปเสียทุกเรื่อง ต้องการการผ่อนคลาย สบายๆ ชื่นชมยินดีปราศจากการตำหนิติเตียน

 

เมื่อถึงวาระที่คุณกิจต้องเล่าแล้ว คุณกิจก็ต่างแย่งกันเล่า ด้วยบุคคลิกที่เป็นตัวตนของแต่ละคน แม้จะพยายามสร้างกติกา แต่ก็ไม่เป็นผล คุณกิจเริ่มคุยกันเองบ้าง ถามกันเองบ้าง กระบวนกรที่เคยพูดบอกว่าไร้กระบวนท่า จึงดูไม่เป็นท่าเอาเสียเลยในวันนี้

 

หลังเสร็จสิ้นการทำกลุ่ม เหล่าคุณอำนวย จึงมานั่ง AAR กัน ผู้เขียนจึงมีข้อเสนอว่า ต้องให้คุณกิจรู้จักการฟังคนอื่น คิดตามให้ได้ประเด็น และเล่าเรื่องของตนให้เชื่อมโยง เพื่อให้ได้ขุมความรู้จากความรู้ที่มีในตัวคุณกิจที่เคยใช้แล้วเกิดผลดี มาแบ่งป้นคนอื่น

สุนทรียสนทนา จึงน่าจะเป็นเรื่องที่นำมาบอกเล่าเหล่าคุณกิจ ให้รู้จักการฟังอย่างตั้งใจ

พวกเราปลอมใจกันเองว่า "แม้...หลายคนจะไม่ฟังเพื่อน แต่ก็ยังมีอีกหลายคน ที่เคารพและยอมรับความคิดของเพื่อน ทำให้ได้แนวทางที่ดีสำหรับนำไปปฏิบ้ติอยู่บ้าง"

 

ผู้เขียน คิดคนเดียวว่า ผู้ที่จะเป็น กระบวนกร เป็น fa เป็นคุณอำนวย การเข้าใจถึงอัตลักษณ์ของคุณกิจ/ผู้เล่า/วงเสวนา ก็น่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเรียนรู้และนำมาเป็นกระบวนท่าในการจัดการกระบวนการ