ชาวบ้านผำจัดงานบุญบั้งไฟครั้งสุดท้ายเมื่อปีพุทธศักราช 2545 มี 5 คุ้ม นั่นคือ คุ้มป่าม่วง คุ้มหนองคู คุ้มกลาง คุ้มนอก และคุ้มป่ายาง โดยแต่ละคุ้มรับผิดชอบ บั้งไฟสวยงาม ขบวนฟ้อนรำ เซิ้งหัวแหลม บั้งไฟจูด(จุด) นำมาร่วมแข่งขันกันภายในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นการจัดงานที่การแสดงออกถึงความร่วมมือร่วมแรงใจของชาวบ้านผำทั้ง 5 คุ้มที่ร่วมกันออกแบบ ประดิษฐ์ ประดับประดา ตกแต่งบั้งไฟสวยงามโดยภูมิปัญญาชาวบ้านภายในชุมชนเอง การซ้อมฟ้อนรำ ยามค่ำคืน(เดือนหงาย)จนดึกดื่น เพื่อความพร้อมเพรียงสวยงาม ผ้าไหม ผ้าสไบลายขิดทอด้วยกี่กระตุก งานฝีมือที่แสดงออกถึงภูมิปัญญาชาวบ้าน การซ้อมเซิ้งหัวแหลม น้ำเสียง การเดิน การหมุนซ้ายหมุนขวา เพื่อความสวยงามและพร้อมเพรียง การนำใบตาลมาประดิษฐ์เพื่อประดับหมวกเพิ่มความสวยงามยิ่งทั้งหมดที่กล่าวมายังคงเป็นภาพที่ตราตรึงมิเสื่อมคลาย      “คุณค่า” ที่เกิดขึ้นเหลือคณานับ
 
          กาลเวลาเปลี่ยนผ่าน กรอบแนวคิดของคนเราเปลี่ยนแปลงไปตามวันเวลา รูปแบบการจัดงานบุญบั้งไฟจึงได้เปลี่ยนแปลงไปตามบริบทและความเหมาะสม
 
            ชาวบ้านผำห่างหายการจัดงานบุญบั้งไฟมาร่วม 7 ปี จึงได้ร่วมกันประชุมใหญ่เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม 2552 เวลา 19.30-22.00 น. ณ ศาลาการเปรียญวัดบ้านผำใหญ่ ผู้เข้าประชุมเกือบร้อยคนร่วมกันแสดงความคิดเห็นและวางแผนการจัดงานบุญที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้ กำหนดวันที่จัดงานบุญบั้งไฟในปีหน้า ตรงกับวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 12-13 มิถุนายน 2553 และมีการกำหนดรูปแบบการจัดงานเพื่อความเหมาะสม โดยสรุปมติที่ประชุม ดังนี้
                1. การจัดงานให้แบ่งเป็น 3 โซนหลัก คือ 1.โซนวัดบ้านผำใหญ่ 2.โซนคุ้มป่าม่วง คุ้มหนองคู และคุ้มกลาง 3.โซนคุ้มนอกและคุ้มป่าม่วง แต่ละโซนมีหน้าที่รับผิดชอบ บั้งไฟสวยงาม ขบวนฟ้อนรำ เซิ้งหัวแหลม บั้งไฟจูด(จุด) เป็นบั้งไฟแสน งบประมาณสนับสนุนโซนละ 3 หมื่นบาท (ถ้าค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอให้แต่ละโซนรับผิดชอบเอง) จัดริ้วขบวนร่วมงานบุญบั้งไฟเท่านั้น ไม่มีการประกวดเพื่อแข่งขันแต่อย่างใด
                2. ส่วนประกอบของริ้วขบวนใน “มื้อแห่” มีดังนี้ บั้งไฟสวยงาม ขบวนฟ้อน จำนวนคนไม่ต่ำกว่า 40 คน เซิ้งหัวแหลม จำนวนคนไม่ต่ำกว่า 10 คน จำนวนคนร่วมในขบวนทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 100 คน ส่วนประกอบอื่นๆ แล้วแต่แนวคิดของแต่ละโซน
                3. ออกบุญเพื่อใช้จ่ายในส่วนกลางครอบครัวละอย่างน้อย 1 พันบาท (ประมาณ 500 ครอบครัว)
                4. แนวงันใน “มื้อแห่” เป็นลำเรื่องต่อกลอน (รอการติดต่อประสานงาน)
                5. การเซิ้ง(ขอ) กำหนดให้มีเพียง 2 วัน(มื้อ)เท่านั้น คือ “มื้อแห่” กับ “มื้อจูด”การเซิ้งกับบุญบั้งไฟเป็นของคู่กันฉันใด บุญผะเหวดกับแห่กัณฑ์หลอน ที่นี่ ก็เป็นของคู่กันฉันนั้น
                6. สถานที่ตั้งค้างบั้งไฟ “มื้อจูด” เป็นที่นาของพ่อใหญ่แถว แม่ใหญ่สาว ทางไปบ้านข่อย ทิศตะวันออกหมู่บ้านผำ บั้งไฟจูดขนาดใหญ่สุดเป็นบั้งไฟล้านจากการนำของผู้ใหญ่ยศ และบั้งไฟแสนจาก 3 โซน และตัวแทนจากหมู่บ้านต่างๆ
 
                อย่างไรก็ตาม ภาวะเศรษฐกิจ ชุมชน สังคม กาลเวลาเปลี่ยนผ่าน ทำให้ “บั้งไฟพาณิชย์” เข้ามามีบทบาทแทนที่บั้งไฟสวยงามที่อาศัยภูมิปัญญาชาวบ้านภายในชุมชนเอง โดยมีการออกแบบเมนู “บั้งไฟพาณิชย์” มาให้เลือกเช่าหลากหลายราคา สะดวกสบายในแง่ของผู้ใช้บริการตามความต้องการ นอกจากนั้น ยังมีการให้บริการขบวนฟ้อนรำ เซิ้งหัวแหลมและอื่นๆ ร่วมด้วย หากแต่ทำให้ “คุณค่า” ที่เกิดขึ้นภายในชุมชนเองด้อยค่าลง เนื่องจากการแสดงออกถึงความสมานสามัคคีและการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนลดลงกว่าที่ควรจะเป็น
 
คำสำคัญ
                แนวงัน หมายถึง มหรสพสมโภช
                มื้อแห่ หมายถึง วันที่ที่มีการจัดริ้วขบวน บั้งไฟสวยงาม ขบวนฟ้อนรำ เซิ้งหัวแหลม ฯลฯ
                มื้อจูด หมายถึง วันที่ที่มีการจุดบั้งไฟ เพื่อจุดถวายหรือจุดแก้บน ฯลฯ
 
สุเทพ ธุระพันธ์
14 ธันวาคม 2552