เพลง รักแท้กลายพันธ์

ศิลปิน ฑีฆา ปรางแก้ว

ยังพอมีเหลยไม่ สาวไหนจริงใจสักคน

ไม่สวยไม่งามไม่สน ขอสักคนที่มีรักแท้

ที่เคยได้พบได้ผ่าน ปากหวานท้ายเปรี้ยวทั้งเพ

ใจเธอเหมือนปูเล เดินโยเยคดมาคดไป

โลกนี้มันปรวนแปร ใจคนก็เลยเปลี่ยนผัน

หญิงชายเดี่ยวนี้คบกัน แค่มองตาปิ๊งกันง่ายดาย

ไม่ต้องทนกัดก้อนเกลือ พอเบื่อก็ทิ้งกันไป

รักง่ายก็เลิกง่าย หน้าไม่อายทั้งชายทั้งหญิง

รักแท้ยังมีเหลยไม่ หรือมันกลายพันธุ์

เลียนแบบหวัดใหญ่จากแม็กซิโก

ทำลายระบบหัวใจ ให้คิดแต่เรื่องโซโซ

หลอกลวงหล็อกแหล็กเลโล

ความรักสายพันธุ์ชั้นเลว

โลกนี้มันปรวนแปร ใจคนก็เลยเปลี่ยนผัน

หญิงชายเดี๋ยวนี้คบกัน แค่มองตาปิ๊งกันง่ายดาย

ไม่ต้องทนกัดก้อนเกลือ พอเบื่อก็ทิ้งกันไป

รักง่ายก็เลิกง่ายหน้าไม่อายทั้งชายทั้งหญิง

รักแท้ยังมีเหลยไม่ หรือมันกลายพันธุ์

เลียนแบบหวัดใหญ่จากแม็กซิโก

ทำลายระบบหัวใจ ให้คิดแต่เรื่องโซโซ

หลอกลวงหล็อกแหล็กเลโล

ความรักสายพันธุ์ชั้นเลว

ยังพอมีเหลือไม่ สาวไหนจริงใจสักคน

ไม่สวยไม่งามไม่สน ขอสักคนที่มีรักแท้

ที่เคยได้พบได้ผ่าน ปากหวานท้ายเปรี้ยวทั้งเพ

ใจเธอเหมือนปูเล เดินโยเยคดมาคดไป

รักแท้ยังมีเหลยไม่ หรือมันกลายพันธุ์

เลียนแบบหวัดใหญ่จากแม็กซิโก

ทำลายระบบหัวใจ ให้คิดแต่เรื่องโซโซ

หลอกลวงหล็อกแหล็กเลโล

ความรักสายพันธุ์ชั้นเลว

        เฮ้อ! – ระหว่างรักแท้วาเลนไทน์ กับรักแท้กลายพันธุ์ คงต้องหันไปศรัทธารักแท้กลายพันธุ์กันมากกว่าเสียแล้ว กระทรวงวัฒนธรรมเผยว่ากลุ่มวัยรุ่นในปัจจุบันซึ่งเป็นอนาคตของชาตินั้น พากันไม่เข้าใจว่าความรักระหว่างหญิงชายมีไว้เพื่ออะไร เพราะเมื่อเป็นแฟนก็หมายถึงต้องมีเพศสัมพันธ์กันทันที และถ้าเบื่อหรือทะเลาะกันแม้แต่นิดเดียวก็จะไม่ยอมอดทนใดๆทั้งสิ้น แต่จะเลิกราทิ้งขว้างเพื่อหาใหม่ทันที จิตสำนึกหรือค่านิยมเกี่ยวกับรักแท้แบบอยู่กินกันจนแก่เฒ่า ทำท่าจะสูญพันธุ์ไปจากโลกแน่แล้ว ไม่ต่างจากสัตว์พันธุ์หายากที่พากันล้มหายตายจากไปจนสิ้น

         จริงครับ! สัตว์โลกสูญพันธุ์ยังไม่น่าห่วงเท่ารักแท้กลายพันธุ์!

        โลกที่บีบบังคับให้รีบร้อน พาให้พวกเราหลงทางเข้ารกเข้าพงกันมาก หลายคนหาทางกลับบ้านที่อบอุ่นไม่เจอ ยิ่งเร่งเดินไปบนเส้นทางเหน็บหนาวยาวไกลเท่าไร ก็ยิ่งเจอแต่สิ่งแปลกประหลาดที่น่าหวาดกลัวมากขึ้นเท่านั้นที่สำคัญคือเราอาจกลายเป็นความแปลกประหลาดเสียเอง เมื่อคุ้นกับมันจนไม่คิดหนี!

       ผมไม่โทษคนรุ่นใหม่ ที่ยังไม่พร้อมรับผิดชอบใดๆ แต่ก็คิดว่าการแอบได้เสียกันเป็นเรื่องธรรมดา ในเมื่อสังคมบอกว่าเป็นเรื่องธรรมดา พากันเห็นเรื่องกิ๊ก เรื่องเข้าม่านรูด เรื่องทำแท้งกำจัดมารหัวขน กลายเป็นสิ่งปกติที่ใครๆก็ทำกัน แล้วเด็กเกิดใหม่จะคิดว่าเป็นเรื่องผิดได้อย่างไร?

       เราไม่ต้องไปโทษสื่อ ไม่ต้องไปโทษหนัง ไม่ต้องไปโทษละครอะไรทั้งนั้น ถ้าจะโทษก็ต้องโทษที่พวกเราทุกคนมี ‘ราคะ’ กันนั่นแหละครับ ว่ากันถึงต้นตอกันทีเดียวจะได้จบ!

       เมื่อคนเรามีราคะ ก็เท่ากับมี ‘เชื้อแห่งความผิด’ อันพร้อมจะกำเริบได้ทุกขณะที่อ่อนแอลง ก็แล้วสภาพของโลกในวันนี้ชวนให้แข็งแรงขึ้นเป็นลำดับ หรือว่าอ่อนแอลงทุกทีเล่า?

        ยิ่งคนยุคเรานับถือกามเหมือนเป็นลัทธิใหญ่ ก็ยิ่งมองไม่เห็นว่า ‘ผิด’ กับ ‘ถูก’ อยู่ตรงไหน และผลสะท้อนของการไม่เห็นนั้น ก็คือความไม่รู้จักรับผิดชอบในสิ่งที่ตนทำลงไปในเรื่องทางเพศ ในเมื่อคำสอนประจำลัทธิคืออยากเสพก็เสพ อยากทิ้งก็ทิ้ง

        เรื่องทางเพศนั้น แรกๆเมื่อ ‘ทำผิด’ ก็ไม่ทำให้ชีวิตต่างไปเท่าไร แต่พอบ่อยจึงจะเริ่มรู้สึกถึงความ ‘ผิดปกติ’ ที่เกิดขึ้นกับชีวิต ซึ่งเมื่อนั้นก็มักจะสายเสียแล้วที่จะแก้ไขฟื้นคืนให้กลับสู่สภาพเดิม

        ความผิดปกติที่เกิดขึ้นไม่ได้มีผลกระทบเฉพาะกับกิจกรรมทางเพศ แต่สะเทือนไปถึงรากฐานของสถาบันครอบครัว บ้านที่ไม่รู้จักรัก รู้จักแต่ราคะ ก็คือบ้านที่ไม่มีเสาเรือน มีแต่การมุงสังกะสีและกระเบื้องที่พร้อมจะพังลงมากองได้ทุกเมื่อ แม้เพียงเมื่อเจอลมพัดแรงหน่อยครั้งเดียว

         ถ้ามองว่า ‘ความผิดปกติทางเพศ’ และ ‘ราคะที่หลงทาง’ กำลังเป็นโจทย์ร้อนของสังคม ก็ต้องช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรกับการแก้โจทย์ยากๆข้อนี้

        ในส่วนของผมเอง คิดว่าคนเราจะรู้จักรักและมีรักแท้ได้ นอกจากจะ ‘อยากมี’ แล้ว ก็ ‘ต้องเชื่อ’ ว่ามีจริง กับทั้ง ‘รู้วิธี’ ที่จะทำให้มันมีขึ้นมาด้วย!  สร้างรักอย่างรู้วิธี ไม่ใช่ดีแต่ดุ่มเดินหารักอย่างสิ้นหวัง..                                         โดย ดังตฤณ