ค่ายอาสา : รวมพลคนต่างวัยหัวใจใฝ่เรียนรู้  ค่ายไร้กรอบแต่ไม่ไร้ใจ GotoKnow จัดให้  ผู้ใหญ่ใจดีสนับสนุน  ได้ดำเนินกิจกรรมสำเร็จลงแล้วด้วยความหมายของชื่อค่าย เมื่อวันที่ ๘-๑๑  ธันวาคม ๒๕๕๒ ณ โรงเรียนวิทยสัมพันธ์

 

              กิจกรรมนี้จะไม่เกิดขึ้นหากไม่มีผู้กล้าคือคุณหนานเกียรติ  ฉันได้รู้จักกับเพื่อนรุ่นน้องท่านนี้เมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๒  ในบันทึกเฌวา  หากจะนำภาษาตัวอักษรที่เราคุยกันทางเม้นท์ไม่น่าจะเกิน ๓ บรรทัด  ทำให้มีโอกาสได้พบตัวจริงเสียงจริงกันเมื่อ  ๑๙  กันยายน ๒๕๕๒ น้องหนานเกียรติได้กลับจากงาน GotoKnow Forum ที่ขอนแก่นขับรถแวะมาทานข้าวและคุยกันเวลาไม่นานนักเรื่องงานไม่พ้นเรื่องเด็ก ๆ

           วันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ น้องหนานเกียรติเม้นท์ว่า "อยากไปช่วยพี่คิมจัดค่ายที่โรงเรียนวิทยสัมพันธ์จัง  ดีไหมพี่"  ฉันรีบตอบดีและตกลงไว้ก่อน  ถือเป็นโอกาสของเด็ก  เรื่องข้างหน้าหาทางแก้ไขให้ได้  แต่ยังไม่ได้บอกใครในโรงเรียน

          วันที่ ๙  พฤศจิกายน ๒๕๕๒ น้องหนานเกียรติเม้นท์ต่อว่า "ผมกำลังหาเวลาและจังหวะจะไปจัดค่ายให้พี่คิม  ควรจะเป็นค่ายแบบไหนดี" รู้สึกจิตใจชุ่มชื้นและมีความหวังมากขึ้น

          วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ น้องหนานเกียรติเม้นท์ว่า "ผมนึกออกแล้วเอาค่ายจิตสาธารณะดีไหมพี่" เริ่มมาคุยกันทางเมล์และโทรศัพท์มากขึ้น

         วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ไปจัดค่ายฯ ที่ ร.ร.วิทยสัมพันธ์ กันไหมครับ... เป็นความแน่นอนที่ลงตัว 

             น้องหนานเกียรติ  อยากจะทำให้ได้ว่าการจัดค่ายนักเรียนครั้งนี้แบบร่วมแรงร่วมใจ ไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากที่ใด พูดให้โก้คือ “ทำด้วยใจ” ค่าใช้จ่ายที่มี โดยเฉพาะค่าอาหารเด็ก ๆ ใช้วิธีบริจาค  และได้ทำหน้าที่ในการติดต่อประสานงานกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต ๓ ขอกำลังใจไปเยี่ยมค่าย

           การติดต่อองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยเฮี้ย  เป็นหน่วยงานที่โรงเรียนตั้งอยู่ ได้รับสนับสนุนค่าอาหารนักเรียนจำนวน  ๑๐๐๐๐  บาท  ทั้งนี้เป็นหน้าที่ของน้องหนานเกียรติเช่นเดียวกัน  รวมทั้งการติดต่อขอความอนุเคราะห์หมูจากเพื่อนที่ทำธุรกิจการค้าเนื้อหมู  มาเป็นอาหารสำหรับเด็ก

          เมื่อรู้ว่าใจของเราพร้อมแล้ว  ฉันจึงเขียนบันทึกและรายละเอียดการจัดค่ายเสนอผู้อำนวยการโรงเรียน  ขอเพียงคำว่า "อนุมัติ" เท่านั้นเรื่องอื่น ๆ ปัญหา อุปสรรค หรือใครจะร่วมมือไม่ร่วมมือ ใครจะสนใจไม่สนใจนั้น  ฉันต่างหากไม่ใส่ใจ  ผู้อำนวยการมีข้อขัดแย้งว่าให้นำนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ไปร่วมเข้าค่ายด้วย  เมื่อฉันได้ชี้แจงเรื่องการจัดการกลุ่มของนักเรียนและวิทยากร  สังเกตว่าท่านไม่เข้าใจนัก

         วันที่ ๑  ธันวาคม  ๒๕๕๒  ฉันขอนุญาตประชุมครูและแจ้งข่าวให้เพื่อนครูทราบ  ขอร้องให้เพื่อนครูช่วยเหลือเท่าที่ทำได้  นับตั้งแต่การออกหนังสือถึงผู้ปกครองนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ และ ๓ จำนวน  ๕๐ คน  การทำหน้าที่ครูพี่เลี้ยง  การทำอาหารให้เด็กครั้งแรกคิดว่าจะจ้างแม่ครัว  แต่มีคุณครูรับทำหน้าที่ให้

        วันที่ ๔ ธันวาคม  ๒๕๕๒  มีการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียน  ฉันเป็นตัวแทนคณะกรรมฝ่ายครู  ผู้อำนวยการได้นำเรื่องนี้แจ้งให้กับคณะกรรมการทราบ  ท่านชี้แจงในที่ประชุมว่า "ผมยังมองไม่ออกว่าเด็กจะได้ประโยชน์อะไรจากค่ายนี้" อาจเป็นความผิดของฉันที่ชี้แจงรายละเอียดไม่ชัดเจน  หรือฉันอาจจะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่ไร้ความสามารถ  หรือฉันอาจขาดการสร้างทักษะสัมพันธภาพที่ดีต่อผู้บังบัญชาก็ว่าได้ อีกอย่างหนึ่งผู้อำนวยการท่านให้ความสำคัญด้านวิชาการมากเป็นพิเศษ  ท่านอาจจะมองเห็นว่าค่ายเป็นเพียงกิจกรรมเท่านั้น ... ฉันได้เตรียมตัวไว้ว่าเมื่อสิ้นสุดการจัดกิจกรรมฉันจะต้องทำเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาคือ "ยกมือไหว้ผู้อำนวยการฯ และคณะครูไปรอบ ๆ ห้องประชุมว่าขอรับผิดชอบต่อข้อบกพร่องเพียงผู้เดียว" มันจบง่ายดี

        วันที่  ๗ - ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๒ มีวันหยุดราชการถึง ๒ วัน ทำให้ความเกรงใจเพื่อนครูมาแขวนคออยู่อย่างคลายไม่ออก  วันที่ ๗ ฉันไปนอนค้างที่โรงเรียนเพื่อรอต้อนรับน้องหนานเกียรติและคณะ  มีครูอาสามานอนเป็นเพื่อน ๕ ท่าน  กลางวันฉันไปประกาศเสียงตามสายให้นักเรียนมาเตรียมพื้นที่

               นักเรียนได้มาช่วยจัดสถานที่ และเตรียมอาหารเย็นรอน้องหนานเกียรติและคณะวิทยากร  เป็นอาหารพื้น ๆ ที่นักเรียนช่วยกันทำคือเอาะหอยขม  น้ำพริก แจ่วไข่ ผักลวกและข้าวเหนียว ๑ กระติ๊บ  มาจนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้ถามว่า "ข้าวมื้อแรกน้อง ๆ ได้ทานกันอิ่มไหม"  หลายต่อหลายครั้งที่ฉันลืมมารยาท 

            อากาศหนาวเย็นเด็ก ๆ หาฟืนมาก่อกองไฟ  และหลายคนนอนค้างเป็นเพื่อนครูที่โรงเรียนด้วย  ตื่นเช้าจะได้เตรียมการได้ทันท่วงที  รวมทั้งช่วยครูในการดูแลวิทยากรด้วย

              ความตรงใจของฉันคือคิดแล้วทำ ประโยชน์จะไม่เกิดหากเราคิดเพียงอย่างเดียวและไม่ลงมือทำเลย  การจัดค่ายนักเรียนจะสำเร็จไม่ได้หากไม่เริ่มที่การกล้าคิด  กล้าทำ กล้านำและกล้าอาสารวมความเป็นการกล้าทำดีของน้องหนานเกียรติ  ทำให้มีความหวังว่ากล้าอื่น ๆ ก็จะงอกงามติดตามมา

             ท่านสุเทพ ไชยขันธุ์  ร่วมกิจกรรมไปกับลูกสาว (3) ความภาคภูมิใจและความสุขในช่วงเทศกาลวันพ่อ ได้อธิบายความหมายของโครงการ"๙กล้า" คือ กล้าคิด   กล้านำ  กล้าทำดี  กล้าอาสา กล้าวาทศิลป์  กล้าวรรณศิลป์   กล้าคุณธรรม  กล้าคว้าดาว และกล้าของพ่อ  

             สังคมของผู้ที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรามีคนดี และคนที่ต้องการทำดีมากมาย  เพียงแต่ขอให้มีสักหนึ่งคนที่มีคุณลักษณะของ "๙กล้า" อย่างใดอย่างหนึ่ง  ก็จะเกิดการขยายตัวเติบโตเป็นกลุ่มที่เข้มแข็งได้  โดยเฉพาะสังคมเสมือนของ GotoKnow แห่งนี้

           ด้วยจิตคารวะอันเป็นกุศล  ขอให้ทุกท่านสรุปด้วยความรู้สึกที่เป็นความงาม ความดี  ความจริงอันบริสุทธิ์ใจ