(ภาพซ้ายมือกับขวาบนพริกนกปลูก ภาพล่างขวามือคนปลูก)
นิสัยการกินเราเริ่มสะสมมาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งตอนนั้นยังไม่รู้ผิดรู้ถูก ต่อเมื่อมีการศึกษาก็ทำให้คิดได้ ค่อยๆปรับปรุงแก้ไขเรื่อยมา ผมก็อยู่ในอาการที่ว่านี้ แต่ก็ยังลองผิดลองถูกอยู่ดี เรื่องการดื่มน้ำทำได้แล้วตามที่หมอเจ๊กับป้าหวานแนะนำ แต่ก็แปลก,..ฉี่บ่อยเหลือเกิน บางคืนต้องลุกถึง3ครั้ง ฉี่สีไม่ข้นเข้มเหมือนเมื่อก่อน ท้องใส้ก็ระบายดีแต่ยังไม่ปกตินัก ต้องถามหาสุขาอยู่หนไหนวันละ3-4ครั้ง คงจะเป็นเพราะเบ่งไม่สุดไม่มากเหมือนคนปกติ หลังจากกินผักผลไม้มากก็ไม่ต้องพึ่งยาถ่ายยาระบายแล้ว นานๆจะดีท๊อกทีก็โล่งโจ้งสบาย
อยู่ในระหว่างลดละลงได้เรื่อยๆคือการกินอาหารรสจัด หลังจากตั้งเป้าไว้ก็ระวังเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ได้ทุกข์ร้อนทุรนอยากอะไรมาก มีความสุขที่จะลดอยู่แล้วจึงพบความสบาย และเห็นประโยชน์โดยตรง เมื่อก่อนจะกินเพราะความอยากความไม่รู้ ก็ปล่อยเลยตามเลยจนติดความคุ้นชินบ่มเพาะเป็นความชอบ ยกตัวอย่างเรื่องการกินเผ็ด ผมอยู่ในจำพวกเผ็ดได้พอประมาณ ไม่ถึงกับซู๊ดซ๊าดอย่างคนสงขลาปัตตานีหาดใหญ่ ที่มีเมนูเผ็ดนำแทบทุกมื้อ ภูมิปัญญาไทยบางแขนงบอกว่า กินเผ็ดทำให้ร่างกายอบอุ่น และในพริกก็มีสารที่เป็นประโยชน์อยู่หลายตัว แต่ถ้าสังเกตชาวตะวันตกเขาก็อยู่เมืองหนาว แต่ทำไมเขาไม่รับประทานเผ็ดอย่างคนเอเซีย ข้อนี้ก็น่าพิจารณารสเผ็ดทำให้มีคุณมีโทษอย่างไหนมากกว่ากัน
พอผมลดการกินเผ็ดลง ร่างกายเริ่มปรับตัวให้รับความเผ็ดได้น้อยลงเช่นกัน เมื่อก่อนกินส้มตำได้ตามที่ชาวบ้านกินกัน แต่เดี๋ยวนี้จะขอลดจำนวนพริกลง สมัยยังหนุ่มๆยังเคี้ยวพริกขี้หนูสดกินกับลาบได้ ตอนนี้เจอเข้าครึ่งเม็ดก็สะดุ้งแล้ว ผมชอบเอาพริกหยวกหรือพริกหนุ่มของชาวเชียงใหม่มายำ ซอยหอมบีบมะนาวใส่น้ำตาลเล็กน้อย แต่ก็ยังรู้สึกว่าเผ็ดเกิน ถ้าเราปลูกพริกเอง ..พริกที่ยังอ่อนจะมีความเผ็ดน้อยกว่าพริกแก่ ช่วงที่อีตาเม้งเยอรมันชวนเอาพริกสดหั่นใส่ไข่เจียว ก็หอมอร่อยดีและชอบทำรับประทานอยู่พักหนึ่ง ต่อเมื่อป้าหวานแนะนำไม่ควรกินผัดๆทอดๆมากนัก ของทอดผมเลิกได้เกือบ80% หมู่นี้จะเจียวไข่สูตรเยอรมันจะซอยพริกอ่อนใส่น้อยลง ถึงลดเผ็ดลงก็ยังอร่อยเหมือนเดิม ไม่เพียงแต่ลดจำนวนพริกลง ยังลดจำนวนการกินของผัดๆทอดๆลงด้วย คุณ แห้วชอบรับประทานผักบุ้ง ผักกาด ผักกุยฉ่ายไฟแดง ซดกับข้าวต้มร้อนๆ ผมก็ชอบและเจี๊ยะเป็นเพื่อน ตรงนี่แหละครับที่ยังจูงใจจูงปากให้ติดรายการผัดร้อนๆอยู่บ้าง
ตามตำราบอกว่า กินอาหารรสจืดแล้วสบายตัว ความจริงแล้วอาหารรสจืด รสไม่จัดหรือรสธรรมชาติพอกินนานเข้าก็จะชินและมีรสดีเอง จะรู้สึกอร่อยเกินไปจนถึงขนาดที่เราต้องคอยควบคุมปริมาณไม่ให้มากเกินไปด้วย ซ้ำ เพราะมันจะรู้สึกอร่อยมากจนหยุดกินไม่ค่อยได้ และเมื่อถึงจุดนั้นเราค่อยมาฝึกควบคุมปริมาณการกินให้พอเหมาะอีกทีหนึ่ง เมื่อเห็นประโยชน์เช่นนี้เราควรชวนกันมาละล้าง สลายพลังงานหลงติดในความชื่นชอบใจของอาหารรสจัด หรืออาหารที่ไม่สมดุลกับร่างกายของเรา เราควรอาศัยรสอร่อยในอาหารสุขภาพก่อน จุดคลิ๊ก ควรกินอาหารสุขภาพให้อร่อยให้ได้ก่อน ไม่เช่นนั้นเราจะออกจากอาหารที่เป็นพิษนั้นไม่ได้ แล้วเราค่อยมาฝึกละล้างความอร่อยในอาหารสุขภาพรสไม่จัด ด้วยการควบคุมปริมาณอาหารให้พอเหมาะ จุดนี้ผมเผลอเรอทุกที มื้อเย็นวันนี้แม่หวีเอามะละกอสุกมาให้หลังอาหาร มะละกอจานนี้หวานอร่อยมาก รสชาติเหมือนเป็นผลไม้แปลกๆที่ไม่ใช่มะละกอที่คุ้นเคย จึงเกินเลยบริหารจัดการซะเกลี้ยง ทำเอาท้องโย้ไปเหมือนกัน พวกชูชกเรียกพี่ก็ยังงี้แหละขอรับ เขียนมาถึงตรงนี้นึกถึงคุณตฤณที่ไม่ชอบกินเผ็ด จึงสบายไม่ต้องปรับเรื่องรสเผ็ดรสจัดเหมือนคนอื่น ต่อไปแทนที่จะทำอาหารแบ่งรสจัดกับรสจืด ก็ปรับมาทำอาหารค่อนข้างจืด ไม่เผ็ดไม่รสจัดก็อร่อยได้
- ผักสวนครัวรอบบ้า่นผมยังปลูกพริกอยู่นะครับ
พริกขี้หนู พริกเขมรลูกขาวๆกำลังงาม พริกแฟนซีก็ปลูกบ้าง
ผมสังเกตว่าพริกขี้หนูจะทนแล้งเป็นพิเศษ
พวกนกมาคาบไปกินเมล็ดหล่นในสวนป่า
เคยเดินไปเจอต้นพริกลูกแดงๆเต็มต้นก็มี
แสดงว่านกก็ปลูกผักสวนครัวเหมือนกัน
สวนครัวของนกไม่ได้มีเฉพาะพริกนะครับ
ยังมีเมล็ดผักผลไม้เกิดขึ้นในป่าอีกหลายร้อยชนิด
บางทีคนเรานั่นแหละไปอาศัยเก็บเมล็ดพันธุ์พืชของนก
ถ้าสิ่งมีชีวิตทั้งมวลพึ่งพากันได้โลกใบนี้จะน่าอยู่ขึ้นอย่างมากเลยละครับ
- เรื่องสวนครัวนกนี่ผมสังเกตมานานแล้ว
พริกที่เกิดเองจะค่อยๆปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมตั้งแต่เป็นต้นอ่อนจนเติบโต
แสดงว่าพริกก็มีการเรียนรู้ที่จะอยู่รอดเช่นกัน
พริกขี้หนูที่เกิดขึ้นในป่าถ้าอยู่ในทำเลที่เหมาะสม
อาจจะรอดข้ามแล้งมีอายุยืนอยู่ได้2-3ปี
สภาพแวดล้อมที่สมดุลจึงมีความหมายมากกว่าที่มนุษย์จะมองเห็นและเข้าใจทะลุ
ไม่อย่างนั้นมนุษยชาติจะมาอิดออดเรื่องช่วยเหลือกันลดภาวะโลกร้อนหรือครับ
ต่อไปเสื้อกันหนาวหมวกไหมพรมไม่ต้องถักกันแล้วนะอุ้ยสร้อย
เพราะโลกจะร้อนและร้อนจนต้องนอนแช่ในโอ่ง แคว๊กๆ..
สวัสดีค่ะ พี่ชายใหญ่
หนาวไหม คิดถึงค่ะ รักษาสุขภาพนะคะ เผ็ดนิดหน่อย หลั่งสารความสุขค่ะ
ได้ฟังลุงเอกพูดถึงอาจารย์ท่านบ่อย...เลยตามมาชื่นชมครับ
เวทีสัมมนาที่ปัตตานี "นครปัตตานีภายใต้รัฐธรรมนูญไทยฯ" ท่านลุงเอกก็พูดถึงอาจารย์ท่านอีกครับ
ขอชื่นชมคนดีมีความสามารถและเป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ
ครูอ้อยสบายดีนะครับ ช่วงนี้ร้อนๆหนาวๆ อากาศผันแปรถึงผันผวน อิอิ
พ่อครูจะให้แช่ในโอ่ง...ผมเห็นมีไก่อบโอ่ง..ครับ
เสียงเล็กครับ
ดูจะเป็นเสียงที่ให้กำลังใจอย่างเหลือเกิน ขอบคุณนะครับ
หวังว่าจะมีความปกติสุขที่ภาคใต้ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้
ครูพิสูจน์ คิดถึงเน้อ
ดีใจด้วยที่มีลูกศิษย์เก่งๆ ติดตามดูในทีวี ชื่นชมๆๆๅๆ
เรื่องโอ่งต้องยกให้ราชบุรีครับ
อาจารย์สบายดีนะครับ อิอิ
อ.เอื้องแซะ สำบายดีนะครับ
ทางโน้นคงหนาวมากและนะครับ
สวัสดีค่ะ
ดิฉันปลูกพริกไม่เคยได้เลย ตายหมด และเวลาออกลูกก็เป็นโรคกุ้งแห้ง จะมีต้นพริกไว้ที่บ้านได้ก็เมื่อ มันเกิดขึ้นเองจะทานทนค่ะ ขอบคุณที่ให้ความรู้ค่ะ
ครูเตือน ครับ
พริกเกิดเองจะแข็งแรงต้านทานโรคได้ จึงรอดได้
ดิฉันเป็นคนชอบปลูกพริกค่ะ และขึ้นงามมากๆ จนเก็บกินไม่ทันต้องเก็บไปฝากเพื่อนบ้านและเพื่อนๆ ที่ทำงานไม่เคยได้ซื้อพริกกินเลยค่ะ เคล็ดลับในการปลูกดิฉันจะใช้ปุ๋ยคอก ของสัตว์ 3 ชนิด ( 3มูลพูนสุข) ภาษาชาวอีสานค่ะ ได้แก่ มูลวัว (ขี้วัว) มูลหมู (ขี้หมู) และมูลไก่ (ขี้ไก่) พริกที่ดิฉันปลูกคือพริกขี้หนูสวน ซึ่งเผ็ดและมีกลิ่นหอมน่ารับประทานมากค่ะ เวลาทำกับข้าวมีประโยชน์ต่อร่างกาย ผักก็ไม่ต้องซื้อเพราะปลูกใส่กระถางเต็มหน้าค่ะ(ที่บ้านมีบริเวณจำกัด เนื่องจากเป็นบ้านจัดสรร จึงต้องจัดให้ดีและลงล๊อคกับพื้นที่ๆมี ค่... จากครูเพ็ญ (คนกศน.อุดรฯ เด้อค่า)