ชื่องานวิจัย : ความคาดหวังของผู้ปกครองที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดใน) ช่วงชั้น 2
สังกัดเทศบาลนครสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ
ผู้วิจัย : นางสาวสุพัชรี เชาว์ดี
ปีที่วิจัย : 2551
วัตถุประสงค์ของการวิจัย :
1. เพื่อศึกษาความหวังของผู้ปกครองนักเรียนมีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดใน) ช่วงชั้นที่ 2 สังกัดเทศบาลนครสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ 4 ด้าน คือ ด้านวิชาการ ด้านบริหารทั่วไป ด้านกิจการนักเรียน และความสัมพันธ์ชุมชน
- เพื่อเปรียบเทียบศึกษาความหวังของผู้ปกครองนักเรียนมีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดใน)
ช่วงชั้นที่ 2 สังกัดเทศบาลนครสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ จำแนกตามระดับการศึกษา อาชีพ รายได้ต่อเดือน และการเป็นศิษย์เก่าของผู้ปกครองนักเรียน
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง :
- ประชากรที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ได้แก่ ผู้ปกครองนักเรียนที่กำลังศึกษาในโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดใน) ช่วงชั้นที่ 2 สังกัดเทศบาลนครสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ปีการศึกษา 2550 จำนวน 295 คน
- กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ได้แก่ ผู้ปกครองนักเรียนที่กำลังศึกษาในโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดใน) ช่วงชั้นที่ 2 สังกัดเทศบาลนครสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ปีการศึกษา 2550 โดยใช้เกณฑ์กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง จากตารางคำนวณกลุ่มตัวอย่างของ เครจซี่ และมอร์แกน (Krejcie & Morgan, 1970, p. 608) ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 167 คน โดยวิธีสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Samping) ตามระดับชั้นการศึกษาของนักเรียน
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล :
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นแบบสอบถามประมาณค่า 5 ระดับ ของลิเคอร์ท (Likert) ซึ่งความคาดหวังของนักเรียนที่กำลังศึกษาในโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดใน) ช่วงชั้นที่ 2 สังกัดเทศบาลนครสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ปีการศึกษา 2550 แบ่งออกเป็น 2 ตอนคือ
ตอนที่ 1 แบบสอบถามข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ สถานภาพ ได้แก่ ระดับการศึกษา อาชีพ ระดับรายได้ต่อเดือน และการเป็นศิษย์เก่าของผู้ปกครองนักเรียน เป็นแบบสำรวจรายการ (Check List)
ตอนที่ 2 แบบสอบถามเกี่ยวกับความหวังของผู้ปกครองนักเรียนมีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดใน) ช่วงชั้นที่ 2 สังกัดเทศบาลนครสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ 4 ด้าน คือ ด้านวิชาการ ด้านบริหารทั่วไป ด้านกิจการนักเรียน และความสัมพันธ์ชุมชน
ลักษณะของแบบสอบถาม เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) มี 5 ระดับ โดยเรียงลำดับจาก มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด
การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล : ได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
- ศึกษานิยาม ทฤษฎี เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาของโรงเรียน 4 ด้าน คือ ด้านวิชาการ ด้านบริหารทั่วไป ด้านกิจการนักเรียน และความสัมพันธ์ชุมชน
- นำข้อมูลมาสร้างคำนิยามศัพท์เฉพาะ เพื่อเป็นแนวทางในการร่างแบบสอบถาม แล้วสร้างแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ
- นำแบบสอบถามที่สร้างขึ้นไปขอคำแนะนำจากประธาน และคณะกรรมการควบคุมงานนิพนธ์ตรวจสอบ เ
- นำแบบสอบถามที่ปรับปรุงแล้วให้ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบความเที่ยงตรง และนำแบบสอบถามมาพิจารณาปรับปรุงแก้ไขและขอคำแนะนำจากอาจารย์ที่ปรึกษา
- นำแบบสอบถามที่ปรับปรุงไปทดลองใช้ (Try-Out) กับผู้ปกครองนักเรียนที่ไม่ใช้กลุ่มตัวอย่างในโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดใน) จำนวน 30 คน แล้วนำมาวิเคราะห์หาค่าอำนาจจำแนกรายข้อ โดยวิธีหาค่าสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson Product moment Correlation Coefficient) ระหว่างคะแนนรายข้อกับคะแนนรวมทั้งฉบับ (Item – Total Correlation)
- หาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับ โดยวิธีหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (Correlation Alpha) ของครอนบาค (Cronbach, 1990, pp. 202-204)
- นำแบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบความเชื่อมั่นและมีความสมบูรณ์ไปใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลต่อไป
การเก็บรวบรวมข้อมูล
ผู้วิจัยดำเนินการ ดังนี้
1. ขอหนังสือจากภาคบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพาถึงผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดใน) เพื่อขอการอนุเคราะห์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
2. กำหนดวันในการเก็บรวบรวมแบบสอบถาม และผู้วิจัยเก็บรวบรวมแบบสอบถามด้วยตนเอง
3. จำนวนแบบสอบถามที่ส่งไป จำนวน 167 ฉบับ และได้รับกลับคืนมาทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 100
การจัดกระทำและวิเคราะห์ข้อมูล
1. การจัดกระทำข้อมูล
1.1 นำแบบสอบถามที่ได้รับคืนมา ตรวจความสมบูรณ์แบบทุกฉบับ จำแนกสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม
1.2 นำแบบสอบถามมาตรวจคะแนนเป็นรายข้อตามระดับความคาดหวังของผู้ตอบแบบสอบถาม
ประมาณค่า (rating Scale) 5 ระดับ (Best & Kahn, 1993, p. 246) มีเกณฑ์ให้คะแนน ดังนี้
ความคาดหวังอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเท่ากับ 5 คะแนน
ความคาดหวังอยู่ในระดับมาก มีค่าเท่ากับ 4 คะแนน
ความคาดหวังอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเท่ากับ 3 คะแนน
ความคาดหวังอยู่ในระดับน้อย มีค่าเท่ากับ 2 คะแนน
ความคาดหวังอยู่ในระดับน้อยที่สุด มีค่าเท่ากับ 1 คะแนน
1.3 นำคะแนนที่ได้ไปวิเคาระห์ด้วยคอมพิวเตอร์ โดยใช้โปรแกรม SPSS for Windows เพื่อหาค่าสถิติ
และสมมติฐานที่ตั้งไว้
2. การวิเคราะห์ข้อมูล
2.1 นำผลการตรวจให้คะแนนของแบบสอบถามาหาค่าเฉลี่ย (X) และความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD)
ทั้งรายข้อและรายด้าน
2.2 นำคะแนนเฉลี่ยไปเทียบกับเกณฑ์ระดับความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการจัด
การศึกษา (บุญชม ศรีสะอาด และบุญส่ง นิลแก้ว, 2535, หน้า 23 -24) ดังนี้
ค่าเฉลี่ย 4.51 – 5.00 หมายถึง ความคาดหวังต่อการจัดการศึกษาระดับมากที่สุด
ค่าเฉลี่ย 3.51 – 4.50 หมายถึง ความคาดหวังต่อการจัดการศึกษาระดับมาก
ค่าเฉลี่ย 2.51 – 3.50 หมายถึง ความคาดหวังต่อการจัดการศึกษาระดับปานกลาง
ค่าเฉลี่ย 1.51 – 2.50 หมายถึง ความคาดหวังต่อการจัดการศึกษาระดับน้อย
ค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.50 หมายถึง ความคาดหวังต่อการจัดการศึกษาระดับน้อยที่สุด
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
1. ศึกษาระดับความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดใน) ช่วงชั้นที่ 2 สังกัดเทศบาลนครสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ โดยใช้สถิติ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (X) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD)
2. การทดสอบสมมติฐาน ความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 2
(วัดใน) ช่วงชั้นที่ 2 สังกัดเทศบาลนครสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ จำแนกตามระดับการศึกษา ระดับรายได้ สถานภาพการเป็นศิษย์เก่าแตกต่างกัน โดยใช้การทดสอบค่าที (t-test)
3. การเปรียบเทียบความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 2
(วัดใน) ช่วงชั้นที่ 2 สังกัดเทศบาลนครสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ จำแนกตามอาชีพของผู้ปกครองนักเรียนแตกต่างกัน โดยใช้สถิติการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) และหากพบความแตกต่าง ผู้วิจัยจะใช้การทดสอบความแตกต่างรายคู่ด้วยสถิติ LSD
สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูล :
1. ความหวังของผู้ปกครองนักเรียนมีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดใน) อยู่ในระดับมาก ทุกด้าน โดยเรียงลำดับจากกคะแนนมากไปน้อย คือ ด้านกิจการนักเรียนมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.93 ด้านวิชาการมีค่าเฉลี่ย อยู่ที่ 3.84 ด้านบริหารทั่วไปค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.83 และความสัมพันธ์ชุมชนค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.56
2. การเปรียบเทียบศึกษาความหวังของผู้ปกครองนักเรียนมีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดใน)
ช่วงชั้นที่ 2 สังกัดเทศบาลนครสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ จำแนกตามระดับการศึกษา อาชีพ และสถานภาพการเป็นศิษย์เก่า โดยรวมและรายด้านทุกด้าน พบว่า แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.5 และเมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ ด้านกิจการนักเรียนและด้านสัมพันธ์ชุมชน โดยกลุ่มผู้ปกครองที่มีรายได้น้อยกว่า 8,000 บาท จะมีความคาดหวังสูงกว่าผู้ปกครองที่มีรายได้ตั้งแต่ 8,000 บาทขึ้นไป
ผู้สรุปรายงานการวิจัย
นายธนรัชน์ สุขโข รหัส 52920498 นิสิตปริญญาโท สาขา การบริหารการศึกษา ภาคพิเศษ
E-Mail : [email protected]/th
ส่วนบนของฟอร์ม
ส่วนล่างของฟอร์ม
เข้ามาเยี่ยมชมผลงานครับ