วันนี้อยู่เวรเช้าคือเริ่มงานตั้งแต่ 6 โมงครึ่งตอนเช้า และทำงานในจุดที่ควบคุมเครื่องตรวจวิเคราะห์อัตโนมัติหลักของหน่วย ซึ่งเมื่อถึงวันศุกร์ก็จะเป็นวันที่มีภารกิจประจำคือการบำรุงรักษาเครื่องรายสัปดาห์ที่มีรายการค่อนข้างยาวกว่าการบำรุงรักษาประจำวัน ต้องจัดการล้างส่วนต่างๆ ตรวจสอบส่วนประกอบที่ล้างแล้ว แก้ไขปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ประกอบที่จำเป็น เพราะเป็นเครื่องที่ทำงานส่วนใหญ่ของหน่วยทั้ง 7 วัน ถึงแม้เราจะมีเครื่องอื่นๆช่วยแบ่งเบางานในช่วงที่งานเข้ามามากๆ ซึ่งก็คือช่วงเช้าจนถึงเที่ยงของแต่ละวันแล้วก็ตาม ทำให้ส่วนประกอบในการทำงานของเครื่องถูกใช้งานหนักมาก บางชิ้นก็หมดอายุก่อนเวลา ต้องเปลี่ยนก่อนถึงช่วงอายุที่กำหนด อาการแสดงก็คือเครื่องจะมีการเตือนในเรื่องที่มีการผิดปกติทั้งหลายในระหว่างการทำงาน

ช่วงไหนที่มีปัญหาเราก็มักจะต้องจัดการแก้ไขกันเองในเบื้องต้น เวลาเกิดปัญหาอะไรเราก็อยากจะแก้ให้เร็วที่สุด แต่เพราะที่ตั้งของเราออกจะไกลปืนเที่ยง ช่างประจำภาคใต้ก็มีเพียงคนเดียว ทำให้พวกเราแทบทุกคนจะสามารถแกะชิ้นส่วนของเครื่อง ตรวจสอบปัญหาและแก้ปัญหาได้แบบน้องๆช่างเลยทีเดียว โดยในหน่วยของเราก็จะมีผู้เชี่ยวชาญในการแก้ปัญหาต่างๆกันไปขึ้นกับใครสนใจขนาดไหนและมีโอกาสควบคุมเครื่องช่วงที่มีปัญหาหรือไม่

จะเห็นว่าการทำงานในห้องแล็บนั้นมีหลายส่วนมากทีเดียว การใช้เครื่องตรวจวิเคราะห์อัตโนมัติก็ไม่ใช่เพียงการกดปุ่มเท่านั้น มีอะไรซับซ้อนให้ดูแลควบคุมมากมาย จึงจะได้ผลการตรวจที่ถูกต้องแม่นยำรวดเร็ว สัปดาห์ไหนที่อยู่จุดนี้ก็เรียกได้ว่าทำงานกันเกินร้อยเปอร์เซ็นต์เสมอ อย่างวันนี้ก็ออกจากที่ทำงานเอาในเวลาทุ่มครึ่ง เพราะต้องแก้ปัญหาเกี่ยวกับการบำรุงรักษาเครื่องกว่าจะเสร็จ ระหว่างทางเดินกลับบ้านก็คิดว่า เราทำงานมากเกินไปไหมนี่ วันนี้ใช้เวลาอยู่กับงานเกิน 10 ชั่วโมงอีก นี่ขนาดหักเวลาเที่ยงที่กลับมาบ้านแล้วนะนี่ แต่ก็ไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไร มีความสุขดีกับการได้ทำงานเต็มที่ตามหน้าที่ที่รับผิดชอบ บอกตัวเองได้ว่า นี่คือการทำงานที่เทียบเท่ากับการทำงานให้บ้านของเราเอง เพราะสำหรับเราแล้วห้องแล็บก็คือบ้านหลังที่สองของเรานั่นเอง และเป็นบ้านที่ทำให้เราได้ทำประโยชน์ต่อผู้คนได้อย่างกว้างขวางกว่าการอยู่แต่บ้านของตัวเอง ทำให้ชีวิตนี้มีความหมาย สร้างความสุขให้กับตัวเองและผู้อื่นที่มาใช้บริการ