ชื่องานวิจัย : สภาพ ความคาดหวังของผู้ปกครองที่มีต่อการจัดการศึกษาและแนวทางการพัฒนาการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว
ผู้วิจัย : นางวรรณวนา พิทักษ์สงคราม
ปีที่วิจัย : 2550
วัตถุประสงค์ของการวิจัย :
- เพื่อศึกษาสภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว จำแนกตามผู้ปกครองนักเรียนในช่วงชั้น อาชีพของผู้ปกครอง ระดับการศึกษาของผู้ปกครอง และเขตที่ตั้งของโรงเรียน
- เพื่อศึกษาสภาพความคาดหวังของผู้ปกครองของนักเรียนที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว จำแนกตามผู้ปกครองนักเรียนในช่วงชั้น อาชีพของผู้ปกครอง ระดับการศึกษาของผู้ปกครอง และเขตที่ตั้งของโรงเรียน
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง :
- ประชากรที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ได้แก่ ผู้ปกครองของนักเรียนของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว ปีการศึกษา 2548 จำนวน 73,920 คน จากจำนวน 258 โรงเรียน
- กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ปกครองนักเรียน ระดับช่วงชั้นที่ 1 ถึงช่วงชั้นที่ 4 ปีการศึกษา 2548 ได้มาโดยวิธีสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Samping) และวิธีสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Samping)โดยใช้ตาราง เครจซี่ และมอร์แกน (Krejcie & Morgan, 1970, p. 608) ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 382 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล :
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ซึ่งผู้วิจัยได้สร้างขึ้นศึกษาค้นคว้าครั้งนี้
ฉบับที่ 1 แบบสอบถามเกี่ยวกับสภาพ ความคาดหวังของผู้ปกครองที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว เป็นแบบมาตราส่วนประเมินค่า 5 ระดับ (Rating Scale) แบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ
ตอนที่ 1 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยด้านลักษณะของส่วนบุคคลของผู้ปกครอง นักเรียน ได้แก่ ผู้ปกครองนักเรียนในช่วงชั้น อาชีพของผู้ปกครอง ระดับการศึกษาของ ผู้ปกครองแลเขตที่ตั้งของโรงเรียน มีทั้งหมด 4 ข้อ
ตอนที่ 2 แบบสอบถามเกี่ยวกับสภาพ ความคาดหวังของผู้ปกครองที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว เป็นแบบมาตราส่วนประเมินค่า 5 ระดับ (Rating Scale) ตามแนวคิดของ ลิเคอร์ท (Best & Kahn, 1993, pp. 246-250) คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด ซึ่งใช้วัดปัจจัยสภาพ และความคาดหวังของการจัดการศึกษาในโรงเรียนจังหวัดสระแก้ว มี่ทั้งหมด 42 ข้อ ในขอบข่าย 4 ด้าน คือ
1) การบริหารงานวิชาการ จำนวน 13 ข้อ
2) การบริหารงบประมาณ จำนวน 11 ข้อ
3) การบริหารบุคคล จำนวน 6 ข้อ
4) การบริหารทั่วไป จำนวน 12 ข้อ
ซึ่งกำหนดความมากน้อยตามระดับสภาพการดำเนินงาน และความคาดหวังต่อการจัดการศึกษา โดยกำหนดเกณฑ์ให้คะแนน ดังนี้
5 หมายถึง มีสภาพการดำเนิน/ความคาดหวังต่อการจัดการศึกษามากที่สุด
4 หมายถึง มีสภาพการดำเนิน/ความคาดหวังต่อการจัดการศึกษามาก
3 หมายถึง มีสภาพการดำเนิน/ความคาดหวังต่อการจัดการศึกษาปานกลาง
2 หมายถึง มีสภาพการดำเนิน/ความคาดหวังต่อการจัดการศึกษาน้อย
1 หมายถึง มีสภาพการดำเนิน/ความคาดหวังต่อการจัดการศึกษาน้อยที่สุด
ฉบับที่ 2 แบบสอบถามแนวทางการพัฒนาการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว มีลักษณะข้อคำถามปลายเปิด โดยนำข้อปัญหาที่ได้จากแบบสอบถามมาทำเป็นข้อคำถามปลายเปิด ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการศึกษา จำนวน 9 ท่าน เสนอแนวทางการพัฒนาแล้วนำมาสรุปเป็นแนวทางการพัฒนาการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว
วิธีเก็บรวบรวมข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล :
ได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. การเก็บรวบรวมข้อมูล
แบบสอบถามสภาพ ความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว ฉบับที่ 1 ดำเนินการดังนี้
1.1 นำหนังสือจากบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพาถึงผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1และผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 2 เพื่อขอความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามและอนุเคราะห์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากโรงเรียน
1.2 ผู้วิจัยดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเองจากลุ่มตัวอย่างที่กำหนด จำนวน 382 คน และได้แบบสอบถามคืนจำนวน 345 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 89.61
แบบสอบถามแนวทางการพัฒนาการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว ฉบับ 2 ได้ส่งถึงผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอความร่วมมือในการตอบข้อคำถาม
2. เกณฑ์การให้คะแนนแบบสอบถาม
นำแบบสอบถามที่ได้รับคืนมา ตรวจความสมบูรณ์แบบทุกฉบับ ให้คะแนนตามน้ำหนักที่กำหนด ผู้วิจัยหาค่าเฉลี่ยโดยนำค่าเฉลี่ยเทียบกับเกณฑ์ของคะแนน (บุญชม ศรีสะอาด และบุญส่ง นิลแก้ว, 2535, หน้า 22-25) ดังนี้
4.51 – 5.00 หมายถึง มีสภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนมากที่สุด
3.51 – 4.50 หมายถึง มีสภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนมาก
2.51 – 3.50 หมายถึง มีสภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนปานกลาง
1.51 – 2.50 หมายถึง มีสภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนน้อย
1.00 – 1.50 หมายถึง มีสภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนน้อยที่สุด
แบบสอบถามวัดระดับ ความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว โดยกำหนดเกณฑ์การแปรความหมายของคะแนนเฉลี่ย ดังนี้
4.51 – 5.00 หมายถึง ความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนมากที่สุด
3.51 – 4.50 หมายถึง ความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนมาก
2.51 – 3.50 หมายถึง ความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนปานกลาง
1.51 – 2.50 หมายถึง ความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนน้อย
1.00 – 1.50 หมายถึง ความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนน้อยที่สุด
3. การจัดกระทำข้อมูล
3.1 แบบสอบถามความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว ผู้วิจัยได้นำแบบสอบถามที่สมบูรณ์มาลงรหัสให้คะแนนตามน้ำหนักคะแนนแต่ละข้อ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป
3.2 แบบสอบถามแนวทางการพัฒนาการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว ผู้วิจัยได้รวบรวมจากผู้เชี่ยวชาญมาแจกแจงความถี่
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
1. ข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่างทำการวิเคราะห์โดยใช้สถิติ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (X) ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD)
2. การวิเคราะห์สภาพและความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อคุณภาพการจัดการศึกษาโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว ใช้สถิติ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (X) ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD)
3. วิเคราะห์สภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว จำแนกตาม ผู้ปกครองช่วงชั้น สถิติที่ใช้ คือ การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA)
4. วิเคราะห์เปรียบเทียบสภาพและความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว จำแนกตามอาชีพของผู้ปกครอง สถิติที่ใช้ คือ การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA)
5. วิเคราะห์เปรียบเทียบสภาพและความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว จำแนกตามระดับการศึกษาของผู้ปกครอง สถิติที่ใช้ คือ การทดสอบค่าที (t-test)
6. ศึกษาแนวทางการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา นำแนวทางพัฒนาที่ได้จากผู้เชี่ยวชาญ 9 คน มาแจกแจงความถี่ ร้อยละ และลำดับที่ของแนวทางการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว
สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูล :
1. สภาพ ความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อคุณภาพการจัดการศึกษาโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก
2. สภาพและความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว จำแนกตามอาชีพของผู้ปกครอง ระดับการศึกษาของผู้ปกครอง โดยรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ จำแนกตามเขตที่ตั้งของโรงเรียน อยู่ในระดับมาก โดยรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ระดับ 0.5
3. เปรียบเทียบสภาพและความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว จำแนกตามผู้ปกครองนักเรียนในช่วงชั้น อาชีพของผู้ปกครอง โดยรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ จำแนกตามเขตที่ตั้งของโรงเรียน อยู่ในระดับมาก โดยรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ระดับ 0.5
4. แนวทางการพัฒนาการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว ดังนี้
4.1 ด้านการบริหารงานวิชาการ จัดให้มีกระบวนการประเมินผล โดยให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมส่งเสริมความรู้เรื่องการวิจัย แนะนำสนับสนุนการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้
4.2 ด้านการบริหารงบประมาณ ควรมีการระดมทรัพยากรและมีการจัดสรรงบประมาณให้พอเพียง
4.3 ด้านการบริหารงานบุคคล ความทีการวางอัตรากำลังครุให้พอเพียง ส่งเสริมขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของครู
4.4 ด้านการบริหารงานทั่วไป ควรมีการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการแนะแนวการศึกษาต่อ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการจัดการศึกษา ตลอดจนให้การดูแลคุณภาพชีวิตบุคลากร
ผู้สรุปรายงานการวิจัย
นายธนรัชน์ สุขโข รหัส 52920498 นิสิตปริญญาโท สาขา การบริหารการศึกษา ภาคพิเศษ
E-Mail : [email protected]/th