งานวิจัยนำเสนอเรื่องที่ 3

ชื่องานวิจัย :        สภาพ ความคาดหวังของผู้ปกครองที่มีต่อการจัดการศึกษาและแนวทางการพัฒนาการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว 

ผู้วิจัย :                  นางวรรณวนา  พิทักษ์สงคราม

ปีที่วิจัย  :              2550

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

  1. เพื่อศึกษาสภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว จำแนกตามผู้ปกครองนักเรียนในช่วงชั้น อาชีพของผู้ปกครอง ระดับการศึกษาของผู้ปกครอง และเขตที่ตั้งของโรงเรียน 
  2. เพื่อศึกษาสภาพความคาดหวังของผู้ปกครองของนักเรียนที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว จำแนกตามผู้ปกครองนักเรียนในช่วงชั้น  อาชีพของผู้ปกครอง ระดับการศึกษาของผู้ปกครอง  และเขตที่ตั้งของโรงเรียน 

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

  1. ประชากรที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ได้แก่  ผู้ปกครองของนักเรียนของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว ปีการศึกษา 2548  จำนวน 73,920  คน  จากจำนวน 258 โรงเรียน
  2. กลุ่มตัวอย่าง  ได้แก่ ผู้ปกครองนักเรียน ระดับช่วงชั้นที่ 1 ถึงช่วงชั้นที่ 4            ปีการศึกษา  2548  ได้มาโดยวิธีสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Samping) และวิธีสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Samping)โดยใช้ตาราง   เครจซี่ และมอร์แกน (Krejcie    & Morgan, 1970, p. 608)  ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน  382  คน 

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล :

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ซึ่งผู้วิจัยได้สร้างขึ้นศึกษาค้นคว้าครั้งนี้

ฉบับที่ 1   แบบสอบถามเกี่ยวกับสภาพ ความคาดหวังของผู้ปกครองที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว เป็นแบบมาตราส่วนประเมินค่า 5 ระดับ          (Rating Scale) แบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ

ตอนที่ 1  เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยด้านลักษณะของส่วนบุคคลของผู้ปกครอง นักเรียน ได้แก่  ผู้ปกครองนักเรียนในช่วงชั้น อาชีพของผู้ปกครอง ระดับการศึกษาของ ผู้ปกครองแลเขตที่ตั้งของโรงเรียน มีทั้งหมด  4 ข้อ

ตอนที่ 2  แบบสอบถามเกี่ยวกับสภาพ ความคาดหวังของผู้ปกครองที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว เป็นแบบมาตราส่วนประเมินค่า  5 ระดับ   (Rating Scale) ตามแนวคิดของ ลิเคอร์ท (Best & Kahn, 1993, pp. 246-250)  คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด ซึ่งใช้วัดปัจจัยสภาพ และความคาดหวังของการจัดการศึกษาในโรงเรียนจังหวัดสระแก้ว มี่ทั้งหมด 42 ข้อ ในขอบข่าย 4 ด้าน คือ

1) การบริหารงานวิชาการ  จำนวน 13 ข้อ   

2)  การบริหารงบประมาณ จำนวน 11 ข้อ 

3)  การบริหารบุคคล  จำนวน  6 ข้อ 

4)  การบริหารทั่วไป จำนวน 12  ข้อ

ซึ่งกำหนดความมากน้อยตามระดับสภาพการดำเนินงาน และความคาดหวังต่อการจัดการศึกษา โดยกำหนดเกณฑ์ให้คะแนน ดังนี้

5   หมายถึง  มีสภาพการดำเนิน/ความคาดหวังต่อการจัดการศึกษามากที่สุด

4   หมายถึง  มีสภาพการดำเนิน/ความคาดหวังต่อการจัดการศึกษามาก

3   หมายถึง  มีสภาพการดำเนิน/ความคาดหวังต่อการจัดการศึกษาปานกลาง

2   หมายถึง  มีสภาพการดำเนิน/ความคาดหวังต่อการจัดการศึกษาน้อย

1   หมายถึง  มีสภาพการดำเนิน/ความคาดหวังต่อการจัดการศึกษาน้อยที่สุด

ฉบับที่ 2   แบบสอบถามแนวทางการพัฒนาการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว  มีลักษณะข้อคำถามปลายเปิด  โดยนำข้อปัญหาที่ได้จากแบบสอบถามมาทำเป็นข้อคำถามปลายเปิด ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการศึกษา จำนวน 9 ท่าน เสนอแนวทางการพัฒนาแล้วนำมาสรุปเป็นแนวทางการพัฒนาการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว

 

วิธีเก็บรวบรวมข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล :

ได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้             

1.  การเก็บรวบรวมข้อมูล

    แบบสอบถามสภาพ ความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว  ฉบับที่ 1 ดำเนินการดังนี้                                                     

1.1  นำหนังสือจากบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพาถึงผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1และผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 2 เพื่อขอความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามและอนุเคราะห์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากโรงเรียน

1.2  ผู้วิจัยดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเองจากลุ่มตัวอย่างที่กำหนด จำนวน 382 คน และได้แบบสอบถามคืนจำนวน 345 ฉบับ  คิดเป็นร้อยละ 89.61

    แบบสอบถามแนวทางการพัฒนาการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว ฉบับ 2  ได้ส่งถึงผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอความร่วมมือในการตอบข้อคำถาม

2.  เกณฑ์การให้คะแนนแบบสอบถาม

     นำแบบสอบถามที่ได้รับคืนมา ตรวจความสมบูรณ์แบบทุกฉบับ ให้คะแนนตามน้ำหนักที่กำหนด  ผู้วิจัยหาค่าเฉลี่ยโดยนำค่าเฉลี่ยเทียบกับเกณฑ์ของคะแนน (บุญชม  ศรีสะอาด และบุญส่ง  นิลแก้ว, 2535, หน้า 22-25)  ดังนี้

    4.51 – 5.00  หมายถึง  มีสภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนมากที่สุด

    3.51 – 4.50  หมายถึง  มีสภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนมาก

    2.51 – 3.50  หมายถึง  มีสภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนปานกลาง

    1.51 – 2.50  หมายถึง  มีสภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนน้อย

    1.00 – 1.50  หมายถึง  มีสภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนน้อยที่สุด

    แบบสอบถามวัดระดับ ความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว  โดยกำหนดเกณฑ์การแปรความหมายของคะแนนเฉลี่ย ดังนี้

    4.51 – 5.00  หมายถึง  ความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนมากที่สุด

    3.51 – 4.50  หมายถึง  ความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนมาก

    2.51 – 3.50  หมายถึง  ความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนปานกลาง

    1.51 – 2.50  หมายถึง  ความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนน้อย

    1.00 – 1.50  หมายถึง  ความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนน้อยที่สุด

3.  การจัดกระทำข้อมูล

           3.1  แบบสอบถามความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว  ผู้วิจัยได้นำแบบสอบถามที่สมบูรณ์มาลงรหัสให้คะแนนตามน้ำหนักคะแนนแต่ละข้อ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป

           3.2  แบบสอบถามแนวทางการพัฒนาการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว  ผู้วิจัยได้รวบรวมจากผู้เชี่ยวชาญมาแจกแจงความถี่

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

1. ข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่างทำการวิเคราะห์โดยใช้สถิติ ได้แก่  ค่าเฉลี่ย (X)    ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD)

2.  การวิเคราะห์สภาพและความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อคุณภาพการจัดการศึกษาโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว ใช้สถิติ ได้แก่  ค่าเฉลี่ย (X)  ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD)

3.  วิเคราะห์สภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว จำแนกตาม          ผู้ปกครองช่วงชั้น สถิติที่ใช้ คือ การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว                (One-way ANOVA)

4.   วิเคราะห์เปรียบเทียบสภาพและความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว จำแนกตามอาชีพของผู้ปกครอง    สถิติที่ใช้ คือ การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว  (One-way ANOVA)

5.  วิเคราะห์เปรียบเทียบสภาพและความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว จำแนกตามระดับการศึกษาของผู้ปกครอง สถิติที่ใช้ คือ การทดสอบค่าที (t-test)

6.  ศึกษาแนวทางการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา นำแนวทางพัฒนาที่ได้จากผู้เชี่ยวชาญ 9 คน มาแจกแจงความถี่ ร้อยละ และลำดับที่ของแนวทางการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว

สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูล :

         1.  สภาพ ความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อคุณภาพการจัดการศึกษาโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก

         2.  สภาพและความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว จำแนกตามอาชีพของผู้ปกครอง  ระดับการศึกษาของผู้ปกครอง โดยรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ จำแนกตามเขตที่ตั้งของโรงเรียน อยู่ในระดับมาก โดยรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ระดับ 0.5

         3.  เปรียบเทียบสภาพและความคาดหวังของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว จำแนกตามผู้ปกครองนักเรียนในช่วงชั้น อาชีพของผู้ปกครอง โดยรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ จำแนกตามเขตที่ตั้งของโรงเรียน อยู่ในระดับมาก โดยรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ระดับ 0.5

         4.  แนวทางการพัฒนาการจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดสระแก้ว ดังนี้

                4.1  ด้านการบริหารงานวิชาการ  จัดให้มีกระบวนการประเมินผล โดยให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมส่งเสริมความรู้เรื่องการวิจัย แนะนำสนับสนุนการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้

                4.2  ด้านการบริหารงบประมาณ ควรมีการระดมทรัพยากรและมีการจัดสรรงบประมาณให้พอเพียง

                4.3  ด้านการบริหารงานบุคคล  ความทีการวางอัตรากำลังครุให้พอเพียง ส่งเสริมขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของครู

                4.4  ด้านการบริหารงานทั่วไป  ควรมีการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการแนะแนวการศึกษาต่อ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการจัดการศึกษา ตลอดจนให้การดูแลคุณภาพชีวิตบุคลากร

 

ผู้สรุปรายงานการวิจัย

นายธนรัชน์  สุขโข   รหัส 52920498   นิสิตปริญญาโท   สาขา การบริหารการศึกษา  ภาคพิเศษ

E-Mail  : [email protected]/th