คนหล่อน้อยอยู่กลางครับ...

 

   “ทุกคนนั่งหันหลังไปทางด้านโน้นครับ...”

   พี่บ๊อบบี้ กล่าวกับน้อง ๆ ในค่ายฯ พร้อมกับชี้มือไปทางด้านหลังห้องประชุม

   ฮา...

   เสียงหัวเราะดังสนั่นห้อง เมื่อนักเรียนเกือบ ๕๐ คน รู้ตัวว่าพลาดท่าเสียทีโดนพี่บ๊อบบี้หลอกให้นั่งหันกลับไป และรีบหันกลับมาเหมือนเดิมแทบไม่ทัน

 
บ๊อบบี้ครับ....

   ยังไม่ทันจะสิ้นเสียงฮา...

   พี่บ๊อบบี้กล่าว อับดุลเอ้ย... 

   นักเรียนตอบรับ เอ้ย... 

   ถามอะไรรู้... รู้  ถามอะไรตอบได้... ได้ 

   หนึ่งบวกหนึ่งเป็น... สอง  สองบวกสองเป็น... สี่  

   หนึ่งชั่วโมงมีกี่นาที... หกสิบนาที  หนึ่งวันมีกี่ชั่วโมง... ยี่สิบสี่ชั่วโมง  หนึ่งอาทิตย์มีกี่สัปดาห์... เจ็ดสัปดาห์

   ฮา... เสียงหัวเราะดังลั่นอีกรอบ เมื่อทั้งหมดแข่งกันพลาดอีกครั้ง

 
คนนี้ "น้องนัท" ครับ

   “โก ทู โน...” พี่บ๊อบบี้ตะโกนผ่านไมค์โครโพน

   “เฮ้ ! ! ! ! ! !...” เสียงตะโกนตอบจากบรรดาเด็ก ๆ

   “พี่มีคำถามมาถามครับ...” พี่บ๊อบบี้บอกกับเด็ก ๆ

   “ที ดับเบิ้ลยู อี อ่านว่าอะไรครับ...”

   “ทะ-วี ครับ/ค่ะ...” เด็กตอบ

   “แล้ว ที ดับเบิ้ลยู ไอ อ่านว่าอะไรครับ...”

   “ทะ-ไว ครับ/ค่ะ...” เด็กตอบสวนกลับทันที

   “แล้ว ที ดับเบิ้ลยู โอ อ่านว่าอะไรครับ...” พี่บ๊อบบี้ถามถ่อ

   “ทะ-โว ครับ/ค่ะ...” เด็กตอบพร้อมกับมีเสียงตะโกนมาจากด้านหลังห้องประชุม เป็นเสียงของครูสอนภาษาอังกฤษของโรงเรียนวิทยสัมพันธ์ ครูคิมครับ... ครูคิมตอบมาด้วย... ผมได้ยินถนัดหู

   “วัน แปลว่า หนึ่ง สะกดอย่างไรครับ...” พี่บ๊อบบี้ถาม

   “โอ เอ็น อี..” เด็กตอบ

   แล้ว ทู สอง สะกดอย่างไรครับ...” พี่บ๊อบบี้ถามต่อ

   ยังมิทันจะตอบคถามพี่บ๊อบบี้ เสียงเฮก็ดังลั่น ครูสอนภาษาอังกฤษคนนั้นหัวเราะกลิ้งแทบตกเก้าอี้...

   ...

   ไม่เพียงหลงเล่ห์กลของพี่บ๊อบบี้เท่านั้น เมื่อพี่ครูคิมเห็นอาการลิงโลดของนักเรียน โดยเฉพาะนักเรียนที่เรียกได้ว่ามีสภาพซึมเศร้า ไม่เคยยิ้มกับใครมานานนับเดือน แต่ก็หัวเราะร่าเมื่อเข้าร่วมกิจกรรมกับพี่บ๊อบบี้ยังมิทันจะพ้นชั่วโมง ก็ลิงโลดดีใจไม่แพ้นักเรียน ปกปิดอาการไม่อยู่ อาจเรียกอีกแบบว่า “ออกนอกหน้า” ก็ได้

   กิจกรรมสันทนาการในค่ายฯ คราวนี้เป็นหน้าที่ของ บ๊อบบี้ – อาคร ประมงค์ กับน้องอีกสองคนคือ แป๊บซี่ น้องแท้ ๆ ที่หล่อกว่าบ๊อบบี้สามร้อยเท่า และ ต้น นักถ่ายภาพฝีมือขั้นเทพ

   ว่ากันว่า ถ้าผมอายุเท่าแป๊บซี่และต้น ความหล่อของทั้งสอง แฮ่ม... จะได้แอ้มผมหรือเปล่า ต้องพิสูจน์กันยาว...

   บ๊อบบี้ แป๊บซี่ และต้น เป็นทีมงานงานกลุ่มบ้านกิจกรรม หรือ Home @ Activity

   ทีมนี้เป็นนักฝึกอบรมครับ รับจ้างฝึกอบรมและจัดกิจกรรมทั่วประเทศ บ๊อบบี้บอกว่าทั่วโลกก็ได้หากเจ้าภาพจ่ายค่าเครื่องบิน และค่ากินอยู่หลับนอนให้

   ผมรู้จักและชื่นชมกับการทำงานของกลุ่มนี้มาก หลายงานที่ผมไม่มีเงินจ้างทีมงานนี้ไปช่วยงาน แต่เมื่อเอ่ยปาก ไม่ว่าใครก็ตามในทีมงานมักจะกระตือรือล้นไปช่วยผมทุกครั้งไป หากงานนั้นเป็น “งานบุญ” หรือเรียกเท่ ๆ ว่า “จิตอาสา” (แหะ แหะ จริง ๆ แล้ว เขาเหล่านี้ล้วน “รู้เขาหลอกก็เต็มใจให้หลอก...)

   ผมคาดหวังกับกิจกรรมสันทนาการจากทีมบ๊อบบี้ค่อนข้างมาก และก็ได้สมดังหวังครับ

   เพราะว่า... นักเรียนของพี่คิม เรียบร้อยมากครับ แม้ว่าน้อง ๆ ผู้ชายจะเฮี้ยวและแสบมากเมื่ออยู่นอกห้อง

   ความเรียบร้อยของน้อง ๆ มีเส้นบาง ๆ บางอย่างคั่นกลางอยู่ สำหรับผมแล้วมันเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับกระบวนการที่ผมคุ้นเคยและตระเตรียมการมา

   มิใช่มิชอบความเรียบร้อยของน้อง ๆ นะครับ ตรงกันข้ามสิ่งเหล่านั้นเป็นความประทับใจที่สุดของผม แต่มันมีอุปสรรคบางอย่าง ผมอยากให้น้องคุ้นเคยกับผมมากกว่านี้ ไม่ต้องเรียบร้อยดังกับผมเหมือนกับคุณครูก็ได้

   ซึ่งบ๊อบบี้ทำให้ผมได้ครับ บ๊อบบี้และทีมช่วยสลายเส้นบาง ๆ ที่กั้นนั้นออกไป ทั้งนี้มิได้ไม่ทิ้งความเรียบร้อยซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ดีงามของนักเรียน นี้คือประการแรกที่ผมเอ่ยปากชื่นชมบ๊อบบี้ เมื่อพ้นวันแรกของค่ายฯ

   ครับ... ความคุ้นเคยของผมกับเด็ก ๆ เพิ่มมากขึ้นอย่างมากจากกระบวนการของบ๊อบบี้

   กิจกรรมสันทนาการที่ออกแบบอย่างประณีต นั้นมีคุณค่าและมีความสำคัญต่อเป้าหมายของค่ายมาก

   ผมนั่งทบทวนว่ากิจกรรมสันทนาการที่บ๊อบบี้ดำเนินการในค่ายนั้นเป็นอย่างไร และมีบทบาทอย่างไรต่อความสำเร็จของค่ายฯ บ้าง

   คำตอบสำหรับคำถามแรก ผมพบว่ากิจกรรมสนุสนานของบ๊อบบี้ไม่ธรรมดาเลยครับ หากจะจำแนกก็จะจำแนกกิจกรรมได้หลากหลาย (รวมทั้งสอดคล้องลงตัว) เช่น

   การเกริ่นต้อนรับเข้าสู่ค่ายฯ ที่ไม่เพียงมันส์เท่านั้น แต่ยังทำให้เด็ก ๆ รู้ว่ามาค่ายฯ นี้มาทำอะไร...

   การใช้เพลง (ซึ่งง่ายมาก ๆ ) ทำให้ทุกคนมีส่วนร่วม และสนุกสนาน

   การใช้ท่าทางประกอบเพลง ทำให้ทุกคนไม่อยู่นิ่ง ได้ขยับกาย แสดงออก สร้างความคึกคัก และเพลิดเพลิน

   การใช้คำถามที่เป็นปัญหาเชาว์ ที่ใครไม่เคยเล่นไม่มีทางตอบถูก แต่เมื่อเฉลยคำตอบก็จะเรียกเสียงเฮได้ลั่นห้อง

   การออกคำเชิญชวนโดยใช้ภาษาที่ทำให้เด็ก ๆ เข้าใจผิด หลงทำตรงกันข้าม เป็นที่มาของเสียงเฮ

   แม้กระทั่งกิจกรรมที่สอดแทรกสาระบนความเพลิดเพลิน เช่น walk rally และ ปริศนาคำทาย...

   คำตอบหยาบ ๆ สำหรับคำถามข้อต่อมา

   กิจกรรมสันทนาการทำให้เด็ก ๆ ในค่าย เป็นกันเองกับวิทยากร (อย่างผม) ที่พร้อมจะทำกิจกรรมและเรียนรู้ร่วมกันต่อไป

   ทำให้เด็ก ๆ คุ้นเคยกันมากขึ้น ระหว่างเด็กรุ่นพี่ (ม.๓) กับรุ่นน้อง (ม.๒) ซี่งทำให้พี่น้องทำงานร่วมกันได้เหมือนคนคุ้นเคยกันมาก่อน

   ทำให้เด็กเฮี้ยวรู้สึกว่าตนเองมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ และช่วยแบ่งเบาภาระของกลุ่ม

   ผมอยากจะบอกว่ากิจกรรมสันทนาการมิได้อยู่ในวัตถุประสงค์ของค่ายฯ (อย่างน้อยก็ที่ระบุไว้ใน Proposal) แต่ก็เป็นกิจกรรมที่น้อง ๆ ในค่ายฯ ประทับใจที่สุด และส่งผลอย่างยิ่งยวดต่อกิจกรรมหลักที่ผมดำเนินการ

   ผมเขียนบันทึกนี้เพื่อขอบคุณบ๊อบบี้และทีมงานครับ

 

  
น้องคนนี้... ธรรมดาแล้วยิ้มยากส์ มาก....