เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานะครับ มีการพบปะเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างตัวแทน บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส จำกัด (ประเทศไทย) 
และ มูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์ 
โดยมีทีมงาน The NETWORK เข้าร่วมในฐานะคุณอำนวย (Facilitator) และคุณลิขิต (Note Taker)
ซึ่งเหตุที่ทั้งสององค์กรนี้มาพบกันก็คือ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประเด็นการจัดการบัญชี

เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานะครับ มีการพบปะเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างตัวแทน 
บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส จำกัด (ประเทศไทย) 
และ มูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์ โดยมีทีมงาน The NETWORK เข้าร่วมในฐานะคุณอำนวย (Facilitator) และคุณลิขิต (Note Taker) 
ซึ่งเหตุที่ทั้งสององค์กรนี้มาพบกันก็คือ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประเด็นการจัดการบัญชี

.....

 

ย้อนความนิดนึงในประเด็นการจัดการบัญชี ที่ผ่านมานั้นมูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์ ก็เช่นเดียวกับองค์กรทั่วไป คือมีเงินเข้า
ขอทุนได้บ้าง จากผู้สนับสนุนบ้าง มีเงินออก คือ ค่าจัดกิจกรรมบ้าง ค่าบริหารงานทั่วไปของมูลนิธิบ้าง
ตามปกติมูลนิธิ ก็จะว่าจ้างบริษัทจัดการบัญชีภายนอก 
ค่าจ้างจะตกเดือนละ ๒,๕๐๐ บาท ค่าตรวจสอบบัญชีอีกปีละ ๖,๐๐๐ บาท 
หนึ่งปีรวมแล้วก็เป็นจำนวนหนึ่ง ซึ่งคุณชาญชัย พินทุเสน ประธานมูลนิธิกระต่ายฯ บอกว่า
“เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาจริงๆ คือการทำงานซ้ำซ้อน เพราะเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิต้องไปอธิบายให้เจ้าหน้าที่ที่จัดการบัญชีฟัง
เพื่อสร้างความเข้าใจให้ตรงกันในหลายๆ เรื่อง ก่อนหน้านั้นเจ้าหน้าที่มูลนิธิก็ต้องจัดทำข้อมูลส่งไป 
เมื่อเสร็จแล้วก็ต้องนำมาตรวจสอบความถูกต้อง แทนที่งานจะน้อยลง กลายเป็นว่าปริมาณงานเกือบเท่าเดิม
ซึ่งปัญหาของมูลนิธิคือไม่มีบุคลากรที่จบบัญชีโดยตรง โปรแกรมบัญชีก็ไม่มี 
เลยไม่สามารถดำเนินการทางบัญชีได้อย่างสะดวก”

.....
.....
.....
.....
จากข้อมูลขั้นต้น คุณสุดวิณ ปัญญาวงศ์ขันติ ตัวแทน บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์ คูเปอร์ส จำกัด
กล่าวว่า “ถ้าสภาพการณ์เป็นเช่นนั้น ก็นำบัญชีกลับมาทำเองดีกว่า เพราะจากภาระที่ทำขั้นต้น ก็ทำเพิ่มอีกไม่มาก
แถมไม่ต้องไปเสียเวลาอธิบาย ผู้ปฏิบัติงานได้ความรู้ องค์กรก็ประหยัดเงิน แล้วองค์ความรู้ตรงนี้ก็ยังสืบทอดไปเป็นรุ่นๆ
เป็นความรู้ขององค์กร"

.....
โดยในขั้นต่อไป ที่ประชุมวางแผนร่วมกันว่าปีหน้า มูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์ จะยังคงจ้างบริษัทข้างนอกทำบัญชีไปเช่นเดิม
ขณะเดียวกัน บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส จำกัด (ประเทศไทย)
ก็จะเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงแนะนำการจัดการบัญชี ให้กับบุคลากรมูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์
และทำการเปรียบเทียบผล ระหว่างการทำเองและจ้างทำ ในท ี่นี้ไม่ได้เปรียบเทียบเพียงแค่ความถูกต้อง 
แต่เปรียบเทียบทั้งความคุ้มค่าในการดำเนินงาน ความยั่งยืนในกรณีหากบุคลากรลาออก
องค์กรจะจัดการเก็บ Tacit knowledge อย่างไร
ซึ่งตรงนี้ก็ต้องกลับมาคุยกันอีกที
.....
.....
.....
.....
นี่เป็นตัวอย่างเล็กๆ ของการร่วมมือ มือต่อมือ องค์กรต่อองค์กร ต่างฝ่ายต่างให้ ต่างฝ่ายต่างรับ 
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ สกัดองค์ความรู้ ตกผลึก นำไปพัฒนา เกิดเครือข่าย เกิดการไหลเวียนของข้อมูล
กลายเป็นกัลยณมิตร ดีไหมครับ เป็นองค์กรแห่งคุณธรรมที่มาคู่กับกำไร 
เพราะนอกจากการดำเนินการทางธุรกิจ จะสามารถสร้างผลกำไรให้กับผู้ประกอบการแล้ว 
การดำเนินการทางธุรกิจก็ยังสามารถสร้างคุณค่าให้กับสังคมที่คุณ และทุกคน อาศัยอยู่ร่วมกันได้
 
เพราะธุรกิจ ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ ในสังคมที่ล้มเหลว จริงไหมครับ
.....
.....
จากขั้นต้นนะครับ มีประเด็นที่น่าคิดดังนี้
 
๑. การจ้างผู้ประกอบการภายนอกเข้ามาช่วยงานองค์กรของเรา โปรดประเมินให้รอบคอบว่า 
     สุดท้ายแล้วการกระทำนั้นๆ เป็นการลดงานเราจริงหรือไม่
 ๒. การจัดการความรู้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก โดยเฉพาะ Tacit Knowledge ที่อยู่ในตัวพนักงานที่เกิดมาจากการทำงาน
     สถานประกอบการควรมีกระบวนการสกัดความรู้นั้นๆ ออกมาเป็นความรู้ขององค์กร
     เพื่อที่เวลาที่พนักงานคนนั้นๆ ไม่ได้ทำงานกับเรา ความรู้ในเนื้องานที่สั่งสมมา จะคงอยู่กับสถานประกอบการ
     พนักงานคนอื่นที่มารับงาน จะได้ไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ 
.....
.....
เห็นประโยชน์ที่เกิดกับมูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์ไปแล้ว 
คราวหน้าหากมีโอกาส ผมจะไปสัมภาษณ์คุณสุดวิณ ตัวแทน บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส มาให้ทุกท่านได้อ่านว่า
การเป็นผู้ให้นั้น ได้อะไรบ้าง
.
ขอบคุณครับ
.....