หนังไทยยุคโบราณๆ
ผมชอบดูหนังไทยโดยเฉพาะแนวอนุรักษ์ความเป็นวัฒนธรรมไทยด้วยเเล้วยิ่งชอบเลยขอรับ..บันทึกนี้จึงสร้างขึ้นบนฐานความรักชาติเเบบเด็กวัดคนหนึ่งที่ชอบดูหนังไทยๆๆ ดังนั้นขอเชิญชวนนะครับท่านใดชอบเรื่องอะไรเราหาข้อมูลมาเเลกเปลี่ยนกันนะขอรับ
ภาพยนตร์ไทย มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกถ่ายทำในเมืองไทย คือ เรื่อง นางสาวสุวรรณ ผู้สร้าง คือ บริษัทภาพยนตร์ ยูนิเวอร์ซัล ภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้ผู้แสดงทั้งหมดเป็นคนไทย พ.ศ. 2470 ภาพยนตร์เรื่อง โชคสองชั้น เป็นภาพยนตร์ขนาด 35 มิลลิเมตร ขาว-ดำ ไม่มีเสียง ได้รับการยอมรับให้เป็นภาพยนตร์ประเภทเรื่องแสดงเพื่อการค้าเรื่องแรกที่สร้างโดยคนไทย

ภาพจาก http://www.thaifilmdb.com/th/tt02718
ในช่วงหลัง พ.ศ. 2490 ถือเป็นช่วงยุคเฟื่องฟูของภาพยนตร์ไทย สตูดิโอถ่ายทำและภาพยนตร์มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น หลังจากนั้นประเทศไทยเข้าสู่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ถือเป็นช่วงซบเซาของภาพยนตร์ไทย เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง กิจการภาพยนตร์ในประเทศไทยค่อย ๆ ฟื้นคืนกลับมา ได้เปลี่ยนไปสร้างเป็นภาพยนตร์ขนาด 16 มิลลิเมตรแทน และเมื่อบ้านเมืองเข้าสู่ภาวะคับขัน ภาพยนตร์ไทยหลายเรื่องได้แสดงบทบาทของตนในฐานะกระจกสะท้อนปัญหาการเมือง และสังคม ในช่วงเวลาระหว่างปี พ.ศ. 2516-2529 ต่อมาภาพยนตร์ไทยในช่วงปี พ.ศ. 2530-2539 โดยในตอนต้นทศวรรษวัยรุ่นเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ นอกจากภาพยนตร์ประเภทวัยรุ่นแล้ว หนังผี และหนังบู๊ รวมทั้งหนังโป๊ และหนังเกรดบี ก็มีการผลิตมามากขึ้น



ภาพจาก http://www.thaifilmdb.com/th/tt02718
ปัจจุบันประเทศไทยมีภาพยนตร์ที่มุ่งสู่ตลาดโลก เช่น ภาพยนตร์เรื่อง ต้มยำกุ้ง ที่สามารถขึ้นไปอยู่บนตารางบ็อกซ์ออฟฟิสในประเทศสหรัฐอเมริกา และยังมีภาพยนตร์ไทยหลายเรื่องที่เป็นที่ยอมรับในเทศกาลภาพยนตร์ (http://th.wikipedia.org/wiki)
ไม่น่าเชื่อว่า อ.กู้เกียรติ จะชอบดูหนังไทย
เหมือนจะเป็นคนสมัยใหม่...
นึกว่าจะนิยมของนอก(ขออภัยด้วยค่ะ)
ตื่นเช้านะอาจารย์
ผมชอบเรื่อง...เขาชื่อกานต์ ครับ
the image at: www.oknation.net/blog/print.php?id=73774
หนังเรื่องแรกที่ดูแล้ว..ทั้งเครียดทั้งหลากหลายความคิดของเด็กวัย 12 ปี ..คือทองพูน โคกโพธิ์ราษฎรเต็มขั้น........
***********************************************************
ทองพูนเป็นคนอีสานที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ทองพูนขายนาและนำเงินที่ได้ไปซื้อรถแท็กซี่มาขับเพื่อหาเงิน ต่อมาทองพูนถูกจี้ชิงรถไป ทองพูนจึงสืบหารถของตัวเองจนรู้ว่าอยู่ที่อู่พรวัฒนา ทองพูนไปขอรถคืนแต่ถูกทำร้าย จึงตัดสินใจไปเอารถคืนอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ทองพูนฆ่าคนตายไปหลายคน แต่หารถตัวเองไม่เจอ จึงยอมมอบตัวกับตำรวจ เรื่องราวของทองพูน เป็นส่วนหนึ่งของคนจนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยที่เขาพยายามเรียกร้องความเป็นธรรมจากสังคม ให้เกิดขึ้นกับตัวเขาเอง
บริษัทผู้สร้าง ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น
ผู้กำกับ มจ.ชาตรี เฉลิมยุคล ( Prince Chatri- Chalerm- Yukol )
ปีที่ฉาย พ.ศ.2521 (1977)
*************************************************************
คุณ...จตุพล...รับบท เสี่ยว อิสาน ได้ถึงบทบาทมาก
..............ทองพูน โคกโพธิ์............
ออกฉาย ประมาณ ต้นปี 2521
เรื่องแรกที่ดูแล้ว...โหๆคนเรารักกันยากจังในสังคมไทย....มีทุกเรื่องราวเลยที่เป็นอุปสรรค..ศักดินา ชนชั้น และสภาพทางเศรษฐกิจ..สอนให้เกียจชาวนาจนๆแล้วเดี๋ยวนี้เป็นไงนายังจะไม่มีให้ทำเลยอิๆเศร้า...คือ...แผลเก่า
ในบทบาทหนังย้อนยุค...ชีวิตในชนบทบ้านนอก ยังไม่เคยมีเรื่องใด
ที่สามารถ สร้างความประทับใจ ให้ผู้ชม ได้เท่า เรื่องนี้เลย
แสดงโดย สรพงษ์ ชาตรี ,นันทนา เงากระจ่าง
ที่มาของภาพ..http://www.thaifilm.com/forumDetail.asp?topicID=4343&page=2&keyword=
นี่แหละครับ ศิลปะร่วมสมัยของจริง
นำมาฝาก 2 เรื่องครับ
เรื่องสวรรค์เบี่ยงนี่ ผมไปดูวิกล้อมสังกะสีกับแม่
บ้านทรายทองก็ยุคถัดมา
สวัสดีขอรับท่าน..ยินดีที่มาเเลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนะขอรับ
ตอนประถมต้น คุณครูพาไปดูเรื่องน้ำพุค่ะ แต่จำไม่ค่อยได้ มาเข้าใจก็ตอนอ่านหนังสือนอกเวลา ก็เลยให้แม่พาไปซื้อหามาดู สงสารชะตากรรมของน้ำพุค่ะ
มาดูฟิมล์หนังเก่าด้วยคนค่ะ
ชอบ เพชรา ค่ะ
สวยเสมอ
ภาพจาก: movie.mthai.com/movie-news/48561.html
ภาพจาก: forums.212cafe.com/samatha/board-16/topic-14.html
“ น้ำพุ…”
“ จุดเริ่มต้น แห่งโศกนาฏกรรม ”
กำกับโดย... ยุทธนา มุกดาสนิท
แสดงโดย ... อำพล ลำพูน,ภัทราวดี ศรีไรรัตน์
ขอบคุณความรู้เกี่ยวกับหนังไทยยุคโบราณครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์กู้เกียรติ
- ลูกศิษย์ก็ได้ดูหนังกลางแปลงที่เขามาฉายที่วัดเหมือนกันค่ะ เวลาที่เห็นรถหนังขายยามาขออนุญาตฉายหนังกับเจ้าอาวาสวัด พวกเด็กๆ อย่างลูกศิษย์ จะดีใจกันมากๆ ไม่ชอบตอนเขาหยุดขายยาค่ะ... นานมาก โดยเฉพาะขายยาถ่ายพยาธิ (ฮา) บางทีรอจนหลับก็มี....
- พอยู่มัธยม ได้ดูเรื่องน้ำพุ ข้างหลังภาพ (ยุคพี่หนุ่ย อำพน) วัลลี เศร้าจนต่อมน้ำตาแตกเลย...ยังคิดถึงหนังเก่าอยู่เสมอ มันมีคุณค่าทางจิตใจด้วย... รวมทั้งหลักสูตร 21 มีให้อ่านเป็นหนังสือนอกเวลา เรื่อง น้ำพุ ข้างหลังภาพ นิกกับพิม ฯลฯ พอสร้างเป็นหนัง จึงเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เลยเชียว
- ไม่ทราบว่า อาจารย์ ได้เปิด mail หรือเปล่า ลูกศิษย์ ส่งการบ้านส่วนหนึ่งให่อาจารย์ตรวจค่ะ ไปบอกอาจารย์ไว้ที่บันทึก มวยไทย เมื่อค่ำวันพุธที่ 9 ธค. ค่ะ ไม่ทราบ mail ของอาจารย์ จึงส่ง mail ที่บล็อก มันแนบไฟล์ไม่ได้ค่ะ....อยากส่งเป็นไฟล์ word ให้อาจารย์ จะได้สะดวกในการตรวจค่ะ
- ขอความกรุณา แจ้ง mail ของอาจารย์ให้ศิษย์ทราบได้ไหมค่ะ
- ด้วยความระลึกถึงค่ะ
ภาพจาก: www.thailandsusu.com/.../index.php?topic=42533.0