จากบันทึก ความเป็นจริงของโครงสร้างทางสังคมตามหลักปฏิจจสมุปบาทคืออะไร ที่ ดร.สวัสดิ์ พุ้มพวง นำเสนอขึ้น ผมตามไปให้ คห.เชิง Discussion กับท่าน และ Dr.Ka-poom (เข้าไปตามดูรายละเอียดต่อได้ตาม link ข้างต้น) แต่ที่จะยกมาที่นี่เป็น คห.ในส่วนที่ผมตอบไป และเปิดประเด็นใหม่ด้วยตามชื่อบันทึกนี้คือ "สมดุล อิสระ อย่างไร้รูปแบบ" ที่อ่านง่าย แต่เข้าใจยาก ซึ่ง ดร.สวัสดิ์ ได้กล่าวไว้

     ผมคนหนึ่งที่พยายามจะบอกว่า "สมดุล อิสระ อย่างไร้รูปแบบ" แต่ก็หลุด ๆ บ่อย เหตุที่หลุดก็ไปโทษว่าแคร์สังคม ที่แคร์สังคมเพราะ สังคมมีโครงสร้างให้เราแคร์มากมาย หลีกหนีอันหนึ่งก็ไปเผชิญอีกอันหนึ่ง รู้ตัวทันก็หลีกหนี ไม่รู้ตัวก็โดนกดทับ ทีนี้เมื่อได้นั่งลงไตร่ตรองดี ๆ ว่าทำไมสังคมจึงต้องมีโครงสร้าง อ่อก็เพื่อ "ศานติสุข" แอะก็น่าจะ "ศานติสุข" แล้วสิที่มีโครงสร้าง ก็ร้องอ่อดัง ๆ อีกครั้งว่าก็เพราะ "อสมดุล" นะสิจึง "ไร้อิสระ" และเต็มไปด้วย "รูปแบบ"

     แต่ด้วยความเชื่อนี้ครับว่าทุกอย่างจะเทไหลไปยัง "สมดุล" จึงยังเชื่อว่า จะเกิดการปรับตัวเพื่อไปยังสมดุลในที่สุด หากแต่จุดสมดุลที่ว่าเราจะยังคงอยู่กันอีกหรือไม่ หรือสูญสิ้นเผ่าพันธ์ อันนี้ไม่ทราบครับ เพราะเราเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เกิดการเสียสมดุลที่ว่านี้

     ลองหลับตานึกถึงธรรม(ชาติ) ครับ ผมหมายถึงทุกสิ่งเป็นธรรมชาติ ทุกอย่างจริง ๆ (รู้แล้วและยังไม่รู้) ณ วันนี้ก็สมดุล และอสมดุล เป็นพลวัตร เรียกว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงแล้วก็ปรับสู่สมดุล เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกทำให้เสียสมดุลก็ปรับอีกสู่สมดุล เป็นเช่นนี้ไปตลอด เพราะยังไม่เสถียร ทีนี่หากเสถียร จะเกิดอะไรขึ้นก็ยังไม่ทราบ

     "ความเหมาะสม" เป็นอิสระจากโครงสร้างทางสังคมไหม เป็นคำถามที่ขอตามในทันที่ที่ได้ยินเพราะขบคิดมาก่อนล่วงหน้าแล้ว คือจะตอบว่าไม่ครับและกลับยิ่งติดเข้าไปอีก เพราะ "เหมาะสม" คืออะไร ใครกำหนดว่าเหมาะสม แต่เสถียรนี่สิสำคัญ เพราะเสถียรคือ "นิ่ง" ไม่เปลี่ยนแปลงแล้วทั้งภายในและภายนอก

     อย่าหวังให้ธรรม(ชาติ)เข้าสู่จุดเสถียรเลยครับ เพราะคงหน้ากลัวเอามาก ๆ หากเราคิดว่าการพัฒนายังจำเป็นอยู่ ในใจผมหากถามว่าเสถียรคืออะไร จะตอบว่าคือการหยุดนิ่ง ฉะนั้นคือไม่มีเรา ไม่มีทุกอย่าง ไม่มีธรรม(ชาติ) แต่ที่แย้งกันอยู่ในใจเช่นกันคือ เมื่อไม่มีเรา (มนุษย์) ก็จะไม่มีจุดอ้างอิงใด ๆ ตอนนั้นก็จะเป็นเสถียรได้อีกทางหนึ่งเช่นกัน