วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2459 (นับตามปีปฏิทินจีน) คือปีเกิดของ"เทียม โชควัฒนา" ในละแวกตรอกเต็งลั้งจักรวรรดิ หรือที่รู้จักกันดีในนาม"สำเพ็ง" ย่านการค้าที่ยังทรงบทบาทสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทยจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
ดร.เทียม โชควัฒนา เริ่มต้นชีวิตการทำงานมาด้วยความยากลำบาก ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ท่านตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนเมื่ออายุเพียง 15 ปี เพื่อมาช่วยธุรกิจร้านขายของชำที่เปิดใหม่ของบิดา ท่านมุมานะอดทนทำงานหนักโดยไม่เกี่ยง ขณะเดียวกันท่านก็ได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากการเรียนภาคค่ำ อ่านหนังสือและศึกษาวิชาการตลาดจากชีวิตการทำงานจริง จนกระทั่งสามารถเปิดกิจการของตนเองและประสบความสำเร็จซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเครือสหพัฒนพิบูล
ก่อร่างสร้างฐานสหพัฒนพิบูล ดร.เทียม เปิดกิจการของตนเองชื่อร้านเฮียบเซ่งเซียง มีสินค้านานาชนิดไม่ว่าจะเป็นกระติกน้ำ ถ่านไฟฉาย ยากันยุง หีบเพลง ฯลฯ เมื่อร้านเจริญรุ่งเรืองมากขึ้นมีสินค้าหลากหลายประเภท ปีพ.ศ. 2495 จึงได้เปลี่ยนชื่อร้านเป็นบริษัทสหพัฒนพิบูล จำกัด ด้วยปรัชญาการค้าที่ว่า "ความสามัคคีนำมาซึ่งความสำเร็จอันวัฒนาสถาพร" ปีพ.ศ. 2501ได้ทำการติดต่อค้าขายกับบริษัทไลอ้อน ประเทศญี่ปุ่นเพื่อสั่งแชมพูและยาสีฟันเข้ามาจำหน่าย ประสบความสำเร็จอย่างมากมายจึงต้องสั่งเครื่องจักรเข้ามาทำการบรรจุแชมพูเอง เพื่อให้มีสินค้าทันกับความต้องการของผู้บริโภค นับเป็นการขยับก้าวสำคัญสู่การชิมลางของการทำอุตสาหกรรมของดร.เทียม โชควัฒนา ต่อมาได้เปิดบริษัทจัดจำหน่ายเครื่องสำอางแมคแฟคเตอร์ แต่ระยะนั้นรัฐบาลเริ่มตั้งกำแพงภาษีเพื่อกีดกันสินค้าฟุ่มเฟือยและเพื่อป้องกันไม่ให้เงินตราไหลออกนอกประเทศ ดร.เทียม จึงเกิดประกายความคิดในการดำเนินกิจการการด้านอุตสาหกรรมของตนเองขึ้นมา
ตลอด 10 ปีเต็มแห่งการดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรม ตามแนวคิดของดร.เทียม ที่ว่า"หากเราไม่หันเหแนวทางไปทางด้านอุตสาหกรรม โอกาสที่จะอยู่รอดในอนาคตก็ไม่มี" เมื่อพื้นที่ในกรุงเทพฯแออัดมากขึ้นไม่สามารถขยายโรงงานได้อีก ดร.เทียม จึงมองหาที่ดินทางฝั่งทะเลตะวันออกของประเทศโดยเลียนแบบแหล่งอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น ที่สามารถขนส่งสินค้าทางเรือได้สะดวก ดร.เทียมได้ซื้อที่ดินที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรีประมาณ 700 ไร่เพื่อสร้าสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒนฯ ที่เรียกว่าสวนอุตสาหกรรมเพราะเป็นเจตนารมณ์ของท่านที่ต้องการให้สถานประกอบการร่มรื่นด้วยพันธ์ไม้นานาชนิด สุขภาพของพนักงานดีมีความสุขกับการทำงาน ดังนั้นสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒนฯศรีราชาจึงแวดล้อมด้วยหมู่พันธ์ไม้ดอกไม้ประดับ และสิ่งสาธารณูปโภค สาธารณูปการครบครัน ด้วยสายตาอันยาวไกลของท่านในที่สุดการคาดการณ์ล่วงหน้าที่ถูกต้องเกี่ยวกับการขนส่งของท่าน คือต่อมารัฐบาลได้สร้างท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังขึ้นซึ่งอยู่ห่างจากสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒนฯไม่ถึง 10 กิโลเมตร
ตลอดชีวิตการทำงานของดร.เทียม ท่านมีปรัชญาการทำงานที่เป็นข้อคิดให้กับคนรุ่นใหม่อย่างพวกเราไว้มากมายเช่น "กินข้าวอย่างมังกร ทำงานอย่างเสือ หมายความว่าคนจีนมองมังกรเป็นสัตว์ที่สง่างาม ฉะนั้นถ้าจะทำอะไรรวดเร็วก็ต้องเร็วแบบสง่างาม ส่วนเสือนั้นคนจีนมองว่าปราดเปรียวในการล่าเหยื่อและไม่กินลูกตัวเอง หมายถึงให้ทำงานอย่างคล่องตัว ทำงานเป็นทีมและไม่รังแกพวกเดียวกัน" ยังมีปรัชญาอีกมากที่เป็นข้อคิดลึกซึ้งในการทำงานหรือเป็นผู้บริหารที่ควรศึกษาไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน
ดร.เทียมโชควัฒนา บุรุษผู้เงยหน้าไม่อายฟ้า ก้มหน้าไม่อายดิน
ที่มา :www.sahapat.co.th : http://www.gotomanager.com
: หนังสือที่ระลึกในงานพระราชทานดินฝังศพนายเทียม โชควัฒนา
:หนังสือปรัชญาการทำงานและการดำเนินชีวิตดร.เทียม โชควัฒนา,สนพ.สุขภาพใจ,2547
เจ๊ดวง เก่งจัง อย่าลืมช่วยแสดงความคิดเห็น บทความของน้องบ้างเน้อ... @^_^@
สวัสดีจ้า
เร็วจังนะ พี่เรา ขนาดทำผลงานส่งประกวดครูดีเด่นนะเนี่ย ขอให้สมหวังนะจ๊ะ แล้วอย่าลืมพาน้อง ๆ ไปเลี่ยงฉลองล่ะ .....
/ ^_ ^/...
พยัคฆ์ร้ายครูเปิ้ล007 ขอบคุณในคำชม ช่วยให้หัวใจแห่งการเรียนรู้ของพี่เจริญเติบโตขึ้นอีกเยอะ
อุ๋ยเอ๋ย ถ้าพี่ไม่ได้ผู้ช่วยเหลือจากคนรอบข้าง เช่นอุ๋ยแล้วล่ะก็ คงยังเดินมาไม่ถึงวันนี้ อุ้ยอ้ายต้วมเตี้ยวอยู่ด้านหลังนั่นแหละ
ขอบคุณในความช่วยเหลือจ้ะ
มาเยี่ยมชมผลงานครับ
หากจะไปเรียนรู้กับเพื่อนผมได้รวมเพื่อน ๆ นักบริหารมืออาชีพรุ่นนี้ไว้ในแพลนเน็ตนี้ ครับ
http://gotoknow.org/planet/disakulprofessional2
ขอบคุณมากค่ะ ขอเข้าไปพบเพื่อนๆก่อนนะคะ
พี่ดวงหนูกลับไปอ่านที่พี่ให้..ดีมากเลยคะ..แต่ไม่รู้จะทำได้เหมือนเขาไหม
น้องโอ๋ คนที่มีความตั้งใจทำงาน ปรัชญาชีวิตการทำงานของดร.เทียม บางข้อบางเรื่องเป็นสิ่งที่เราใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว แต่บางครั้งเรานึกไม่ถึงต่างหากล่ะ
นำภาพงานบุญเล็กๆ ของนิสิตมาฝากครับ..
พวกเขายังไม่ได้กลับบ้าน
แต่รวมพลังถวายเทียนพรรษาต่อเนื่องมาสองวัน...
สุขกายสบายใจกันถ้วนหน้า...
คืออีกนิยามเล็กๆ ของการเรียนรู้ในวันหยุดท่ามเทศกาลวิถีพุทธ,วิถีไทย
และมุ่งสู่การให้บริการแก่ชุมชนรายรอบมหาวิทยาลัยไปในตัว..
เป็นการกระตุ้นให้นิสิตเห็นบทบาทและสถานะของตนเองที่มีต่อสังคม
และรับผิดชอบต่อสังคมเท่าที่บทบาทและสถานะเขาพึงกระทำได้...
...ขอบพระคุณครับ..