"เหตุวิกฤติที่กลายเป็นโอกาสแห่งการแสดงออกซึ่งความรักที่เรามีต่อกันอย่างลึกซึ้ง"

ผมได้มีโอกาสสัมผัสกับความหมายของคำว่า บ้านอบอุ่น ปลอดภัย และพึ่งพิงได้เสมอสำหรับสมาชิกทุกคน จากเกิดเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นในครอบครัวเมื่อไม่นานมานี้

เรื่องมีอยู่ว่า ลูกสาวผมที่เพิ่งเริ่มขับรถได้ไม่นาน ขับไปชนกับรถอีกคันจนหน้ารถยับ กันชนแตกหลุดออกมา ไฟเลี้ยวแตก ขณะเกิดอุบัติเหตุนั้นเธอขับไปคนเดียว ทำให้เสียขวัญพอสมควร เมื่อตั้งสติได้ก็โทรเรียกประกันมาจัดการให้ก่อนที่จะกลับบ้าน

ระหว่างที่รอเธอกลับมาบ้าน ผมได้ขอภรรยาว่าอย่าได้บ่นหรือพูดตำหนิอะไรเธอ โดยผมจะขอเป็นผู้พูดกับเธอเอง

เมื่อลูกเปิดประตูเข้าบ้านมาด้วยแววตาเหมือนคนที่รู้สึกว่าตนไปทำผิดอะไรมา ผมมองดวงตาคู่นั้นแล้วเกิดความสงสาร ดึงตัวเธอเข้ามากอดพร้อมพูดกับเธอเพียงประโยคเดียวสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า “สมัยป่าป๊าเริ่มขับรถใหม่ๆ ก็ชนแบบนี้เหมือนกัน” แล้วภรรยาผมก็เข้ามาร่วมกอดกันด้วย

เราทั้งสามคนกอดกันกลมอยู่อย่างนั้นนานมากโดยไม่มีใครพูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว มีแต่น้ำตาที่ซึมออกมา แต่ไม่ใช่น้ำตาแห่งความเสียใจใดๆ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มันเป็นน้ำตาแห่งความปีติ

กลับเป็นเหตุวิกฤติที่กลายเป็นโอกาสแห่งการแสดงออกซึ่งความรัก ความเมตตา การให้อภัย ให้กำลังใจ และความอ่อนโยนที่เรามีต่อกัน สิ่งที่เราแสดงออกต่อกันในวันนั้นได้ทำให้อุบัติเหตุกลายเป็นเรื่อง "ภายนอก" ที่เล็กน้อย แต่กลับเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้พบกับความสุข "ภายใน" ที่ลึกซึ้งร่วมกัน  

เหตุการณ์นี้ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า การปฏิบัติต่อกันในวันนั้น ได้สร้างความรู้สึกแก่สมาชิกทุกคน ว่า “บ้าน” เป็นสถานที่อบอุ่น ปลอดภัย และพึ่งพิงได้เสมอ หากใจเราเปี่ยมด้วยความรัก ความเมตตา และความกรุณาต่อกัน

สุรเชษฐ เวชชพิทักษ์
วันพ่อ ๕ ธ.ค.๒๕๕๒