30  พฤศจิกายน  - 5  ธันวาคม  2552

 

         - 1 ธ.ค.52  ไปประชุมประจำเดือนและประชุมเฉพาะกิจเรื่อง การจัดสรรงบประมาณ, การซื้อสื่อ, การประกันคุณภาพฯ, การคัดเลือกบุคคล-หน่วยงานดีเด่น  ที่ สำนักงาน.กศน.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา   โดย สนง.กศน.จ.อย.ได้แต่งตั้งข้าพเจ้าเป็นกรรมการดำเนินงานประกันคุณภาพสถานศึกษา สนับสนุนการจัดทำเอกสารร่องรอย ที่ กศน.อำเภอ มหาราช, เสนา  และ ตรวจสอบข้อมูลก่อนที่จะรับการประเมินจริง ที่ กศน.อำเภอ บางปะหัน, บางซ้าย, มหาราช, เสนา

 

         - 2 ธ.ค.52  ช่วงเช้า ประชุมบุคลากร กศน.อำเภอผักไห่ประจำเดือน    ช่วงบ่าย เตรียมเอกสาร-แผ่น CD สำหรับไปสนับสนุนการดำเนินงานประกันคุณภาพสถานศึกษาต่าง ๆ

 

         - 3 ธ.ค.52  ร่วมคณะบุคลากรและนักศึกษารวม 25 คน ไปร่วมพิธีเปิดแสงไฟเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 82 พรรษา 5 ธันวาคม 2552 บริเวณถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ( เวทีป้อมมหากาฬ )

เดินทางโดยรถตู้ 2 คัน

ออกจากผักไห่ 13:00 น. กลับถึงผักไห่ 24:00 น.


 

         - 4 ธ.ค.52  ไปสนับสนุนการจัดทำเอกสารร่องรอยเตรียมรับการประเมินคุณภาพภายนอก ที่ กศน.อำเภอมหาราช และได้แนะนำเทคนิคการเตรียมรับการประเมินฯ  ดังนี้

            1. ถ้าเรารู้ว่า คณะกรรมการประเมินภายนอก จะมาดูอะไรบ้าง ถามอะไรบ้าง หาอะไรบ้าง ให้คะแนนเท่าไรบ้าง  ก็เหมือนเรารู้ข้อสอบล่วงหน้า สามารถทำคะแนนสูงได้  ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราสามารถรู้ ( รู้ข้อสอบ ) จากเอกสาร 4 รายการ คือ
               - หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินฯ ของ สมศ.
               - แบบบันทึกข้อมูลภาคสนามฯ ของคณะกรรมการฯ
               - คู่มือการประเมินฯ ( ปรับ ) ของ สมศ.

               - รายงานการประเมินฯ ของ คณะกรรมการฯ
               เอกสารทั้ง 4 รายการนี้ ไม่ใช่ความลับ สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของ สมศ. ที่ http://www.onesqa.or.th/onesqa/th/home/index.php   โดยปกติ คณะกรรมการจะกรอกข้อมูลในแบบบันทึกข้อมูลภาคสนามฯ และรายงานการประเมินฯ เอง จากการค้นหาจากเอกสารต่าง ๆ เช่น SAR และการสอบถามเรา และกรอกตามที่กำหนดในเอกสารหลักเกณฑ์ฯและคู่มือฯ  ( เขาต้องกรอกแน่ ๆ เพราะเขาต้องส่ง สมศ. ไม่กรอกไม่ได้ )   โดยเฉพาะแบบบันทึกข้อมูลภาคสนามฯ เขาต้องกรอกว่าเห็นสิ่งนั้นอยู่ที่ใด เช่น พบใน SAR หน้าใด   และคำนวณออกมาเป็นคะแนนที่ได้จริงในแต่ละมาตรฐานเลย
               เทคนิคก็คือ เรากรอกแบบบันทึกข้อมูลภาคสนามฯ และรายงานการประเมินฯ นี้ เตรียมไว้ให้เขาเลย  ซึ่งจะมีประโยชน์มาก เพราะการกรอกว่าอะไรที่เขาต้องการนั้น อยู่ที่ไหน จะทำให้เรารู้ว่ามีสิ่งที่เขาจะดู จะถาม จะหา จะให้คะแนน พร้อมหรือยัง   และก็สามารถคำนวณออกมาได้เลยว่าเราจะได้คะแนนเท่าไร   แบบบันทึกและรายงานที่เรากรอกเองนี้ ให้คณะกรรมการดูในวันประเมินเลย ( เพราะไม่ใช่เอกสารลับ )  จะสะดวกสำหรับคณะกรรมการมาก ( กศน.อ.ผักไห่ เคยทำมาแล้ว ได้รับคำชมจากกรรมการ )  เขาเพียงแค่ตรวจสอบว่ามีตามที่เรากรอกหรือไม่   ถ้าเขาค้นหาเองอาจจะค้นหาพบไม่ครบถ้วน  ถ้าเขาถามเราในวันประเมินฯโดยที่เราไม่เตรียมไว้ก่อน เราก็อาจค้นหาไม่พบด้วย ทำให้ได้คะแนนน้อยกว่าที่ควร    ถ้าเรากรอกแบบบันทึกข้อมูลฯและรายงานฯนี้สมบูรณ์เมื่อใด เราก็พร้อมแล้วที่จะรับการประเมินฯ

            2. ไม่มีระเบียบหลักเกณฑ์ให้จัดทำแฟ้มสำหรับรับการประเมินฯ เพียงแต่เมื่อคณะกรรมการถามหาอะไรก็ควรหาให้ได้ในเวลาที่สมควร  การจัดทำแฟ้มก็เพื่อจะหาเอกสารพบได้ง่ายในเวลาที่สมควร  ฉะนั้น จะจัดแฟ้มตาม 6 มาตรฐานของต้นสังกัด หรือจะจัดแฟ้มตาม 5 มาตรฐานของ สมศ. หรือจะทำไว้ทั้งสองระบบ ก็ได้ทั้งสิ้น  แต่เนื่องจากคณะกรรมการต้องกรอกแบบบันทึกข้อมูลภาคสนามฯตาม 5 มาตรฐานของ สมศ. การจัดทำแฟ้มตาม 5 มาตรฐานของ สมศ. จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ทั้งคณะกรรมการและเราผู้ค้นหาเอกสาร
               โดยเพื่อความชัดเจน สะดวกในการค้นหาเอกสาร ควรแยกแฟ้มตามตัวบ่งชี้ และในแต่ละแฟ้มควรแยกเอกสารตามเกณฑ์แต่ละเกณฑ์เลย โดยพิมพ์ชื่อเกณฑ์เป็นใบขั้นก่อนแล้วต่อด้วยเอกสารหลักฐานของเกณฑ์ จากนั้นเป็นใบขั้นที่เป็นชื่อเกณฑ์ต่อไป ตามลำดับ
               อีกประการหนึ่ง ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเกณฑ์ของเอกสารหลักฐานนั้น ควรใช้ปากการเน้นคำ ทำแถบสีเน้นคำไว้ ไม่ต้องให้คณะกรรมการอ่านทั้งหมดแล้วค้นหาประเด็นเอง ซึ่งคณะกรรมการอาจค้นไม่พบ ไม่ทราบว่าเอกสารนั้นเกี่ยวข้องอย่างไร

            3. การดำเนินงานต่าง ๆ ควรยึดหลักตามวงจรเดรมมิ่ง P D C A   ซึ่งการให้คะแนนประเมินฯในด้านต่าง ๆ ก็จะเป็นไปตามหลัก P D C A  คือ
               - P = Plan = 1 คะแนน = งาน/กิจกรรมนั้น มีแผนงาน/โครงการ
               - D = Do = 2 คะแนน = มีหลักฐานการลงมือทำตามแผนงาน/โครงการ เช่น รายงานผลการดำเนินงานเป็นรูปเล่ม มีภาพประกอบ มีรายชื่อผู้เข้าร่วมงาน/กิจกรรม
              - C = Check = 3 คะแนน = มีการติดตามประเมินผลสรุปผล สรุปปัญหาอุปสรรค ข้อเสนอแนะ ( ถ้ารายงานผลการดำเนินงานเป็นรูปเล่ม มีภาพประกอบ มีรายชื่อผู้เข้าร่วมงาน/กิจกรรม แต่ไม่มีสรุปผลการติดตามประเมินผล ปัญหาอุปสรรคข้อเสนอแนะ   ก็จะได้เพียง 2 คะแนน จากคะเต็ม 4 )
               - A= Action = 4 คะแนน = มีการนำข้อเสนอแนะจากการสรุปผล ไปปฏิบัติจริง
               ฉะนั้น งาน/กิจกรรม ใด ๆ ถ้าต้องการได้คะแนนเต็ม ต้องหาตัวอย่างหลักฐานการนำข้อเสนอแนะไปปฏิบัติจริงในการแก้ไขพัฒนา ไว้

 

         วันที่ 4 ธ.ค.52 นี้  อ.อดุลย์ จาก กศน.อ.วังน้อย  โทรศัพท์มาถามวิธีกำหนดราคากลางการจัดซื้อ/จ้าง หนังสือแบบเรียน   ได้ตอบว่า ราคากลางคือราคาที่เหมาะสมในแต่ละท้องที่   ท้องที่ใดอยู่ห่างไกลจากแหล่งผลิต ราคากลางก็จะสูงขึ้นเพราะต้องรวมค่าขนส่งด้วย  นอกจากนี้ถ้าจัดจ้างจำนวนน้อย ราคากลางค่าจ้างพิมพ์แบบเรียนก็ต้องรวมค่าต้นฉบับมากขึ้น  เช่น แบบเรียนเล่มเดียวกัน ถ้าท้องที่กรุงเทพฯและจัดซื้อ/จ้างจำนวนมาก ราคากลางต้องต่ำ  ส่วนท้องที่ อ.อมก๋อย และจัดซื้อ/จ้างจำนวนน้อย ราคากลางต้องสูง   วิธีกำหนดราคากลางอย่างง่าย คือ
         - พิจารณาจากรายการราคาของสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ที่ส่งมา  โดยอาจเลือกราคาของสำนักพิมพ์ที่ราคาต่ำสุด หรือราคาของสำนักพิมพ์ที่เป็นกลาง ๆ ให้เป็นราคากลางของเรา ( พิจารณาทีละเล่ม )  หรือ
         - ใช้ราคากลางของอำเภอข้างเคียง ( ถ้าอำเภอข้างเคียงกำหนดราคากลางไว้แล้ว )

 

         - 5 ธ.ค. 52  ร่วมพิธีวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทั้งภาคเช้า ภาคค่ำ รวมทั้งร่วมกิจกรรมเนื่องในวันเฉลิมฯ ของ นักศึกษา กศน.อ.ผักไห่