พ่อได้สร้างสม “ทรัพย์” ซึ่งมีค่ามหาศาลกว่าไว้ คือ การสอนให้ลูกหลานได้รู้ว่าความดี ใจกว้าง ความซื่อสัตย์ ที่รักษาไว้นั้น เป็นเครื่องประดับที่จำเป็นและสำคัญที่สุดในชีวิต

 

 

 

 

 

มีบิดาผู้สะสมหนี้ไว้คือศัตรู 

มีมารดาผู้มิได้ประพฤติความบริสุทธิ์คือศัตรู

 

                                                                         จากหนังสือ “หิโตปเทศ”

 

Dscn03488

 

       ตอนที่อ่านคำเชิญชวนจากผู้ดูแลระบบ Gotoknow ให้เขียนเรื่องของ “พ่อ” คนไม่มีรากคิดไม่ค่อยออกว่าจะเขียนอะไร เพราะพ่อจากไปนานกว่า 25 ปีแล้ว การได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดกับพ่อก็น้อยเต็มที ทบทวนอยู่นานว่าจะเขียนอะไรเกี่ยวกับพ่อดีหนอ...

 

      อดจะตกใจไม่ได้ว่า...ในวัยเด็กนั้น คนไม่มีรากไม่มีความผูกพันและรักพ่อเท่าที่ควรเลย...พี่บางคนและคนไม่มีรากเองเคยโกรธว่า พ่อทำให้ครอบครัวลำบาก ต้องรอนแรมไปต่างบ้านต่างเมือง เพราะพ่อทำธุรกิจขาดทุน...พ่อไม่ได้เป็นคนเด่นดังอะไร ก็คนธรรมดา ๆ ไม่รู้จะหาความภูมิใจอะไรในตัวพ่อ...

 

      ความรู้สึกที่ไม่รัก ไม่ภาคภูมิใจในบุพการีของตน ย่อมเป็นแผลเรื้อรัง บ่มหนองที่คอยรบกวนจิตใจอยู่เสมอ...

 

      หวนระลึกไปในวัยเด็ก จำได้ว่าบางวันตอนเย็น พ่อจะพาลูก ๆ หลาน ๆ ไปเดินเล่นแถวบ้าน ซื้อขนมของเล่นให้ตามรายทาง คนไม่มีรากจะจับมือแน่นอยู่กับพ่อและอายที่มักจะมีคนทักถามว่า อ้าว...วันนี้พาหลานมาเดินเล่นหรือ พ่อจะยิ้มกว้าง ตอบเสียงดังว่า... ลูกสาวคนเล็กต่างหาก

 

      คนไม่มีรากเป็นลูกหลง ที่เกิดตอนพ่ออายุใกล้ 60 ปี จึงคล้ายหลานมากกว่าลูก พ่อจะไปทำงานตั้งแต่เช้ามืดและกลับบ้านเมื่อพระอาทิตย์ตกดินแล้ว และบ่อยครั้งที่พ่อต้องไปทำงาน ดูงาน คุมงานต่างจังหวัดทีละ 1-2 เดือน

 

      พี่ ๆ เล่าว่าพ่อเป็นคนดุ พูดน้อย เจ้าระเบียบ เสียงดังฟังชัด หากแต่ใจบุญ ใจดีจนขึ้นชื่อ หลายครั้งที่ครอบครัวต้องลำบากจากการช่วยเหลือคนอื่น และบางคราก็ทำการค้าขาดทุน พ่อใจดีและใจกว้างเกินไป มักจะโดนคนเอาเปรียบและหนีหนี้อยู่บ่อย ๆ  วิกฤตในครอบครัวใหญ่โตที่สุดคือพ่อล้มละลาย ต้องอพยพไปอยู่จังหวัดทางภาคเหนือถึง 7 ปี เป็น 7 ปีที่ทุกคนในครอบครัวได้รู้ซึ้งถึงคำว่า “ลำบากยากจน”  ด้วยเหตุที่พ่อยอมล้มละลายขายบ้านและทรัพย์สมบัติทุกอย่างเพื่อใช้หนี้ซึ่งพ่อไม่ได้ก่อโดยตรง ญาติ ๆ ไม่เห็นด้วยที่พ่อทำเช่นนั้น บ่นว่าพ่อซื่อเกินไป จึงถูกเอาเปรียบอยู่บ่อย ๆ  มีเพียงคนเดียวที่ยืนหยัดและเห็นด้วยกับการกระทำของพ่อโดยไม่เคยบ่นเลย คือ...แม่...

      แม่เชื่อว่า... หากเราไม่จ่ายหนี้เขา เขาก็ลำบาก ในเมื่อเราเป็นคนร่วมก่อหนี้ขึ้น เราควรต้องยอมรับใช้หนี้ (คนที่หนีหนี้พ่อไป ไม่เห็นคิดอย่างนี้เลย) แม้จะต้องลำบากยากจนและหมดสิ้นทรัพย์สินทุกอย่าง

 

พ่อและแม่ ช่างเป็นคู่ชีวิตที่เกื้อกูลและเข้าใจกันอย่างลึกซึ้ง...

 

      ย้อนคิดดู...แม้พ่อจะทำให้ครอบครัวลูกหลานต้องประสบกับความลำบาก(ด้านการเงินในช่วงหนึ่ง) แต่ความอบอุ่นของครอบครัวนั้น พวกเราไม่เคย “ขาด” พี่น้องที่ลำบาก ร่วมทุกข์ร่วมสุขร่วมกันในวัยเยาว์ ทำให้รักผูกพันกลมเกลียวกันอย่างแน่นแฟ้นยิ่ง

 

     มรดกล้ำค่าที่พ่อทิ้งไว้ให้ คือ ตัวอย่างของคนที่ขยัน ซื่อสัตย์ ใจดี ใจบุญ เอื้อเฟื้อ ญาติผู้ใหญ่และคนรู้จักที่เราได้พบและไปเยี่ยมแต่ละท่านจะ พูดคล้าย ๆ กันคือ...

 พ่อของพวกเธอเป็นคนดี ใจกว้าง ซื่อสัตย์ที่สุดคนหนึ่งเท่าที่เคยพบเห็นมา...

 

    และที่ตระหนักชัดที่สุดคือ เมื่อพี่ ๆ ทำธุรกิจการค้าใด ๆ จะมีคนยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลืออุดหนุน เพราะท่านเหล่านั้นระลึกถึง “ความดี” ของพ่อที่ทำไว้เมื่อยามมีชีวิตอยู่ พี่ ๆ แปลกใจว่าบางครั้งก็มีคนที่ไม่เคยรู้จักยื่นมือมาให้ความช่วยเหลือโดยไม่ได้ขอ เขาบอกว่า พ่อเคยช่วยเหลือตอนเขาลำบากมาก...

 

...สายธารความดีงามของพ่อแม่ บรรพบุรุษ ส่งผลและหล่อเลี้ยงลูกหลานไม่รู้จบสิ้น...

 

      แม้ว่าพ่อจะสร้างหนี้สินไว้จนทำให้ครอบครัวต้องลำบาก แต่ ณ เวลานี้ คนไม่มีรากตระหนักชัดแล้วว่า พ่อได้สร้างสม “ทรัพย์” ซึ่งมีค่ามหาศาลกว่าไว้ คือ การสอนให้ลูกหลานได้รู้ว่า ความดี ใจกว้าง ความซื่อสัตย์ ที่รักษาไว้นั้น เป็นเครื่องประดับที่จำเป็นและสำคัญที่สุดในชีวิต

     

       กระจ่างใจยิ่งแล้วว่า พ่อก็คือปุถุชนคนธรรมดาคนหนึ่ง คนธรรมดา ๆ ที่ย่อมจะเคยทำสิ่งที่ผิดพลาดบกพร่องและทำความดีไว้มากมายเช่นกัน

       ใจที่กลัดหนองระทมทุกข์มาเนิ่นนาน...ถูกบ่งออกแล้วในวันนี้...

 

พ่อจึงไม่ใช่ “ศัตรู”  แต่เป็น “มิ่งขวัญ” ของเราต่างหาก

 

หนูยังไม่เคยบอกพ่อเลยว่า... 

หนูรักและภูมิใจในตัวพ่อที่สุดจ้ะ  

(^___^)

 

ขอบคุณหนังสือดี ๆ "หิโตปเทศ" จากคุณกวิน ค่ะ