จาก บันทึก “มิตรภาพ” และ “ในวันที่ความกลัวเบ่งบาน” ในบล็อกเส้นทาง...ระหว่างบรรทัด ที่ได้กล่าวไว้ถึง การบ่มเพาะและการดูแลรักษา มิตรภาพ และ ความกลัว ที่เกิดขึ้นในบางห้วงเวลา รวมทั้งจากบันทึกหลาย ๆ บันทึกของคุณแสงแห่งความดี ทำให้ได้คิดต่อ จึงเขียนบันทึกนี้ค่ะ
มนุษย์ดำรงอยู่และเต็มไปด้วยความกลัว...
...กลัวสารพัดสารพัน กลัวทุกข์ กลัวอด กลัวภัยธรรมชาติ กลัวความยากจน กลัวไม่เป็นที่รัก กลัวไม่เป็นที่ยอมรับ กลัวความโดดเดี่ยว กลัวที่จะรักใครไม่เป็น กลัวความไม่แน่นอน ... กลัว กลัว...กลัวมาก กลัวน้อย แตกต่างหลากหลายกันไป
บางคน...กลัวเสียจนทำร้ายตัวเอง และหันไปทำร้ายผู้อื่น เพียงเพราะ กลัวความไม่มั่นคง ไม่ยั่งยืนของสัมพันธภาพที่มีอยู่... ซึ่งนับได้ว่าเป็นความกลัวที่อันตรายยิ่ง
ในอีกมุมหนึ่ง ความกลัวได้ช่วยผลักดันให้เกิดนวัตกรรมและสิ่งดี ๆ ในโลก...
ท่านผู้รู้กล่าวว่า ความกลัวขับเคลื่อนโลก...
เพราะความกลัว มนุษย์จึงสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ เพื่อป้องกันตัวจากภัยต่าง ๆ ทั้งตึกราม บ้านช่อง เครื่องไม้เครื่องมือ อำนวยความสะดวก ปลอดภัย หยูกยา เทคโนโลยีทันสมัย ฯลฯ

แล้ว...ความกลัวในจิตวิญญาณล่ะ...
เกราะคุ้มภัยที่คิดออก(ขณะนี้) ก็เมื่อมนุษย์เป็นสัตว์สังคม สัมพันธภาพในหมู่เหล่าจึงสำคัญ มิตรภาพน่าจะเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการต่อกรและจัดการกับ “ความกลัว”
พี่ชายที่รักยิ่งคนหนึ่งเคยสอนคนไม่มีรากว่า...การรักษาไว้ซึ่ง “มิตรภาพ” ไม่ใช่เรื่องยากเย็นแสนเข็ญอะไรเลย...ก็เพียงยื่นมืออกไปแตะใครสักคน แล้วทอดระยะให้เหมาะสม เปี่ยมด้วยความปรารถนาดี...
และที่สำคัญ “อย่าคาดหวังกับมิตรภาพ” นั้น เพราะถึงอย่างไร “มิตรภาพ” ก็ย่อมให้ผลที่งดงามไพบูลย์อยู่แล้ว
...เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม…
เกิดคำถามต่อไปว่า... เจ้าการทอดระยะให้เหมาะสม เปี่ยมด้วยความปรารถนาดี...” ต้องอาศัยปัจจัยอะไรนะ บางครั้งก็มากไป บางคราก็น้อยไป
เหมาะสม พอดี พองาม ... แค่ไหน อยู่ตรงไหน?
เราแต่ละคนคงต้องค้นหาคำตอบนี้ของเราเอง และหากโชคดีได้พบ...
คราวนี้ ก็ไม่ต้องกลัวว่า มิตรภาพนั้นจะหลุดหายไปจากชีวิตเรา ความกลัวในจิตวิญญาณก็จะได้รับการเยียวยาไปพร้อมกับการรู้จักรัก เป็นที่รัก และสร้างสรรค์มิตรภาพดี ๆ ต่อไปไม่รู้จบ...
มีความสุขกับมิตรภาพงดงามในโลกนี้มาก ๆ นะคะ
(^___^)

รักแล้ว รักเลย เพราะไม่เคยมีรัก อ้ะ เพราะมีรักมากมาย ได้แบ่งปันค่ะ
คิดถึงประโยคนึงค่ะพี่ห่ญิง เต้นรำราวกับไม่มีใครเห็น รักโดยมิต้องกลัวจะอกหัก อิ อิ
อิ่มอร่อยมื้อเที่ยงค่ะ ...
สวัสดีค่ะคุณpoo
ใช่แล้วค่ะ รักแล้วรักเลย...
คนที่เคยรัก เคยถูกรักเท่านั้นค่ะ ... จึงจะเอ่ยและรักเป็น....
มีความสุขและอิ่มอร่อยกับมื้อเที่ยงค่ะ
(^___^)
บันทึกนี้มีความหมาย
ความพอดี ที่ต้องรู้เองจากประสบการณ์ชีวิต
เรียนผิด เรียนถูกและจดจำ
ไม่ว่าจะอยุ่ในฐานะใดก้ตาม
อยากฝากว่าควรทำใจให้เหมือนพระธุดงค์
ความหลุดพ้น ทางจิตใจ นำไปสู่อิสะภาพในทุกรูปแบบ
เริ่มจากการคลายนิ้วแบมือออก โดยไม่ต้องกลัวว่าอะไรจะตกหรือหล่นหรือหลุดลอยไป
การสูญเสีย ไม่ใช่การการอดหรือไม่ได้(อะไรสักอย่าง)
แต่ในการสูญเสียนั้น มีอะไรที่......ได้เสมอ ถ้ารู้จักกำหนดจิต
เจริญสุชครับ
สวัสดี ครับ
....มิตรภาพ.... คือภาพแห่งมิตร
คือ ความทรงจำ....ที่เปิดออกดูทุกครั้งก็มีความสุข
เป็นสิ่งที่เปิด...ดูได้ทุกครั้ง ไม่ต้องใช้เงิน ไม่ต้องใช้อำนาจ ไม่ต้องใช้ความ..ขัดแย้ง
....เปิด....ตอนไหน..ก็ได้ตอนนั้น
มิตรภาพคือ...สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าเราไม่ได้อยู่ในโลกนี้แต่เพียงลำพัง
มิตรภาพคือ...การเดินทางร่วม บนเส้นทางของชีวิต ที่อาจต่างกัน หรือเหมือนกัน ก็ได้ มิตรภาพจึงมิใช่การเดินเบียดไหล่ หรือหยิบยื่นให้กันและกัน เท่านั้น
แต่มิตรภาพคือ...การใช้จังหวะของชีวิตที่สมดุล บนเส้นทางที่ได้ค้นพบ ประหนึ่ง...ความเบ่งบานของดอกไม้
ตูม....บาน แต่ไม่ร่วงโรย
เพราะมิตรภาพ ถูกหล่อเลี้ยงด้วยความหวังดี ที่มีแต่...ความงดงาม
เป็นบันทึกที่...อ่านแล้ว มีความสุขกับ สมดุลแห่งมิตร ครับ
คุณ poo ชวนทานมื้อเที่ยง และถือโอกาสชวน มิ่งมิตรที่นี่..มิตรภาพ...
ทานมื้อเที่ยงครับ
ขอบคุณ นะครับ คุณคนไม่มีราก
การรักษามิตรภาพก็คล้ายๆกับศาสตร์และศิลป์ในตัวของมันเองนะครับ
บางครั้งต้องใช้สมอง ใช้ตรรกะ อธิบายด้วยเหตุผล
บางคราวก็ต้องใช้หัวใจ เพื่อที่จะเข้าใจในมิตรภาพ
พูดเมื่อควรพูด และ อาจจะต้องเงียบบ้างเมื่อไม่ควรจะต้องพูด
แค่นี้น่าจะพอรักษามิตรภาพ และ ระยะห่างของมือที่ยื่นไปได้นะครับ
ขอบคุณครับ
กราบท่านอ.พลเดช วรฉัตร ค่ะ
น้อมใจรับคำสั่งสอนของอาจารย์ค่ะ
... ความหลุดพ้น ทางจิตใจ นำไปสู่อิสะภาพในทุกรูปแบบ เริ่มจากการคลายนิ้วแบมือออก โดยไม่ต้องกลัวว่าอะไรจะตกหรือหล่นหรือหลุดลอยไป การสูญเสีย ไม่ใช่การการอดหรือไม่ได้(อะไรสักอย่าง) แต่ในการสูญเสียนั้น มีอะไรที่......ได้เสมอ ถ้ารู้จักกำหนดจิต
กราบขอบพระคุณที่อาจารย์เพียรป้อนอาหารทางจิตให้อยู่เสมอ
สวัสดีค่ะคุณแสงแห่งความดี
ดีใจที่กัลยาณมิตรคนหนึ่งเช่นคุณแสงแห่งความดีมาอ่านบันทึกนี้ตามคำเชิญ....
เป็นข้อความที่งดงามและเปี่ยมคุณค่าค่ะ.... อ่านไปอมยิ้มไปอย่างสุขใจ....
มิตรภาพคือ...สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าเราไม่ได้อยู่ในโลกนี้แต่เพียงลำพัง มิตรภาพคือ...การเดินทางร่วม บนเส้นทางของชีวิต ที่อาจต่างกัน หรือเหมือนกัน ก็ได้ มิตรภาพจึงมิใช่การเดินเบียดไหล่ หรือหยิบยื่นให้กันและกัน เท่านั้น
แต่มิตรภาพคือ...การใช้จังหวะของชีวิตที่สมดุล บนเส้นทางที่ได้ค้นพบ ประหนึ่ง...ความเบ่งบานของดอกไม้
ขอบคุณค่ะ
(^___^)
ขอบคุณค่ะ อ่านแล้วนึกไปถึงว่า "ความกลัว"..กับ "ความกล้า"..ตัวสะกดใกล้เคียงกันมาก แต่ความหมายแตกต่างกันสุดขั้วจริงๆ...แต่ที่ " กล้าๆ..กลัวๆ" นั้นที่น่าเป็นห่วงมากกว่านะคะ..
มาเยี่ยมครับ
เห็นด้วยกับพี่ใหญ่ครับ
พอเหมาะ พอดี ถ้าค้นหาที่สุดแห่งนิยาม
น่าจะหมายถึง มัชฌิมาปฏิปทา
นั่นคือสิ่งที่พระพุทธเจ้าค้นพบและเข้าถึง
และเป็นอุดมคติของชาวพุทธผุ้ฝักใฝ่การปฏิบัติครับ
จ้ะเอ๋พี่หญิงอีกรอบหลังอิ่มมื้อเที่ยง อุ่นใจในมิตรภาพค่ะ
เพิ่งคุยกับรุ่นพี่ เลยค่ะว่า
No perfect man in the world, just only intention or Don't demand perfection, but insist on continuous improvement. อย่าร้องเรียกหาแต่ความสมบูรณ์แบบ... แต่ให้ยืนหยัดที่จะทำให้ดีขึ้นต่อไปเรื่อยๆ
อ่าน มิตรภาพคือความเบ่งบานของดอกไม้ แล้วทำให้นึกถึงที่ย่ารหัสชอบพูดเสมอว่า
... มิตรภาพดีๆ ดั่งดอกไม้บาน แต่มิร่วงโรยตามกาล ไม่ว่าฤดูใดก็ตาม ...
เหมือนคุณแสงฯ กล่าว แม้ความฝันจะต่างกัน หากแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ เป็นแรงผลักดัน กำลังใจ
ขอบคุณพี่หญิงกลางจ๋า นะคะ รู้สึกดีๆ ทุกครั้งครา ...
ใช่ค่ะ ชีวิตเราสมดุลได้เพราะความพอเหมาะ พอดีนี้ละค่ะ มากไปก็....เป็นทุกข์ น้อยไปก็ไปทุกข์
สวัสดีครับ
มีความสุขที่ได้เข้ามาอ่านครับ
ชอบประโยคนี้มากครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณคนไม่มีราก
กลุ่มเด็กทำโครงงานฝากขอบคุณที่ไปให้กำลังใจเขาครับ
มือแตะสัมผัส ให้ความรู้สึกดี ให้มิตรภาพที่ไว้วางใจซึ่งกันและกันครับ
สวัสดีค่ะ คุณคนไม่มีราก มาทักทายตอนเลิกงาน อ่านแล้วรู้สึกดีค่ะ
ใช้ภาษาลีลาการเขียนนุ่มนวลอ่อนโยน
เหมาะสม พอดี พองาม...แต่ละคนค้นหาคำตอบเอง...ดิฉันคิดว่าตัวเองโชคดีค่ะ
แวะมาชื่นชมถ้อยคำที่น้อมนำจิตให้อ่อนโยนและใคร่ครวญตามค่ะ อ่านไปแล้วรอบหนึ่งแล้วไปทบทวนความรู้สึกก่อนมาเขียนฝากรอยไว้ ความพอเหมาะพอดีของแต่ละคนไม่เหมือนกันก็จริง แต่ขอเพียงให้รู้สึกปล่อยและวางลงบ้าง ก็เท่ากับเราปลดปล่อยตนจากพันธนาการทั้งปวง แม้กระทั่งสัมพันธภาพที่มวลมนุษย์ต้องการค่ะ...ตามความหมายนี้ คือเมื่อให้ความรู้สึกดี ๆ ต่อกันก็เพียงพอ คงไม่ได้คาดหวังอะไรจากใคร...เพราะมันบรรลุตั้งแต่การให้ความรู้สึกที่ดีไปแล้ว จริงไหมคะ แล้วจะกลับมาพร้อมอุ้มบุญมาฝากค่ะ
เจริญพร โยม คนไม่มีราก
การทักทายกันด้วยรอยยิ้ม มีผลดีกว่าทักทายกันด้วยคำพูดที่จัดสรรไว้สำหรับพูด
เจริญพร
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ...ถ้าพลาดบันทึกนี้ของคุณคนไม่มีราก..addเสียใจแย่เลยค่ะ..มิตรภาพเบ่งบานได้ตลอดกาลไม่เฉาหรือร่วงโรยนับวันแต่มิตรภาพจะเบ่งบานและแผ่กระจายออกไปทั่วทุกหนทุกแห่งสำหรับกัลยาณมิตรที่ดีดีนะคะ...เพียงแต่เราพร้อมที่จะยื่นมือออกไปแตะเบาๆที่ใครสักคน...มิตรภาพที่สวยงามก็จะเบ่งบานอย่างน่าอัศจรรย์ใจนะคะ..addขอยื่นมือแตะคุณคนไม่มีรากด้วยนะคะ..มิตรภาพที่แสนดี
สวัสดีค่ะคุณPhornphon
การรักษามิตรภาพเป็นทั้ง ศาสตร์และศิลป์ จริงดังที่ว่าค่ะ
เพียงแต่ต้องตระหนักและไวพอที่จะรู้ว่า เมื่อไหร่ควรใช้ศาสตร์ เมื่อใดควรใช้ศิลป์ ...
ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของ "ความจริงใจ" เป็นอันดับแรก
ขอบคุณค่ะ
(^___^)