"ทำดี...ดี ทำชั่ว...ชั่ว"

          ได้อ่านบันทึกของสมาชิกหลายๆ ท่านที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายรางวัลสุดคะนึง  สะดุดอยู่บันทึกหนึ่งของ อาจารย์  ธนิตย์ สุวรรณเจริญ  จากโรงเรียนบ้านกร่างวิทยาคม  จ.พิษณุโลก  ชื่อบันทึก ไม่เคยสอนนักเรียนว่า“ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว”  โดยสุดท้ายอาจารย์ธนิตย์ ได้สรุปไว้ว่า 

       "ผู้เขียนจึงไม่เคยสอนนักเรียนว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วแต่ทุกคนต้องทำดี เพราะการทำความดี ทำให้สังคม สงบ ร่มเย็น น่าอยู่  เป็นสังคมซึ่งทุกคนปรารถนา"

......................

          ทำให้นึกถึงบันทึกของท่านรองฯ small man  ที่เขียนไว้อย่างน่าคิดเกี่ยวกับการทำดีไว้ในบันทึก  ทำดีอย่างไร ไม่ให้เด่น และไม่เป็นภัย  และสรุปท้ายไว้ว่า

          " ก่อนทำดีในครั้งต่อไปก็จะต้องพิจารณาให้รอบคอบ ไม่ให้ไปกระทบกระเทือนคนอื่นเขา.......................

 

                          

          ซึ่งทั้งสองท่านต่างก็เขียนสรุปได้อย่างน่าสนใจ    และในการนำไปสู่การปฏิบัติล้วนต้องปฏิบัติและระมัดระวัง  ประคับประคองการทำความดีให้คงเส้นคงวา  ทำให้ต้องน้อมนำ พระราชดำรัส 4 ประการสู่รูปธรรมการทำความดีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งทรงพระราชทานในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี  4 ประการที่ ว่าที่ร.ต.ไพศาล บรรจุสุวรรณ์ ได้นำมาเสนอผ่านทางเว็ปบล็อก คือ

  •  ประการที่ 1 คือ การให้ทุกคนคิด พูด ทำ ด้วยความเมตตา มุ่งดี มุ่งเจริญต่อกัน  

  • ประการที่ 2 คือ การที่แต่ละคนต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ประสานงานประสานประโยชน์กันให้งานที่ทำสำเร็จผลทั้งแก่ตนเอง แก่ผู้อื่น และแก่ประเทศชาติ 

  • ประการที่ 3 คือ การที่ทุกคนประพฤติปฏิบัติอยู่ในความสุจริต ในกฎกติกา และในระเบียบแบบแผนโดยเท่าเทียมเสมอกัน  

  • ประการที่ 4 คือ การที่ต่างคนต่างพยายามทำ นำความคิดเห็นของตนให้ถูกต้องเที่ยงตรงอยู่ในเหตุและผล   

        

           ซึ่งผมก็ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นในบันทึกของท่านรองฯ small man ไว้อย่างย่อๆ ว่า

  • ทำเพื่องาน เพื่อหน้าที่...ปิดทองหลังพระ  เหมือนคำที่ในหลวงสอนไว้

  • รับรองดีแน่นะครับ

  • ส่วนคนอื่นเราคงห้ามเขาคิดไม่ได้

  • เป็นเรื่องของกิเลสของแต่ละคนว่าจะอย่างหนา-บาง ไม่เท่ากัน

  • คิดไป ระวังมากไป เราก็อาจจะเป็นทุกข์เสียเอง

          

          เมื่อคืน   30 พ.ย.   ที่ผ่านมาได้ฟัง พล.ต.อ.วสิษฐ  เดชกุญชร พูดผ่านทางรายการทางทีวีช่องหนึ่ง    สรุปสิ่งที่ในหลวงทรงพระราชทานแนวทางการทำงานไว้ว่า

        " ให้ทำงาน/ทำหน้าที่โดยที่ไม่ต้องมุ่งหวังลาภ ผลที่จะได้ตอบแทน   ให้ทำหน้าที่เหมือนการปิดทองหลังพระ....เมื่อปิดทองที่หลังพระต่อๆ ไปทองจะล้นออกมาที่ด้านหน้าพระได้เอง....."

          เพราะหากเราตั้งมั่นอยู่ในการกระทำความดีใน 4 ประการดังที่ในหลวงทรงพระราชทานไว้เบื้องต้นแล้ว    ผมคิดว่าเราคงไม่ต้องมีความกังวลใดๆ  ทำดี...ทำไปตามหน้าที่  มองเป้าหมายเพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่มาก่อนประโยชน์ส่วนของตนเองแล้ว  ทุกอย่างจะดีเอง 

          เราต้องมีความกล้าที่จะทำความดี  ดังที่คำพระท่านสอนว่าให้คิดดี  ทำดี  พูดดี และทำตนวางตัวอยู่ในสังคมให้เหมาะสม   ความดีนั้นก็จะเป็นเกราะคุ้มครองตัวเราเองให้รอดพ้นจากคนที่คิดไม่ดี  และสิ่งที่ไม่ดีทั้งปวงได้ 

           สุดท้ายคงขอสรุปว่า เราคงต้องร่วมกันเร่งทำความดี  ให้ความดีขจัดปัดเป่า ขับสิ่งที่ไม่ดีที่เกาะกินสังคมไทยให้ออกไปทีละเล็กละน้อย  ช่วยกันคนละไม้ละมือ  ไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่    เรื่องใกล้เรื่องไกล   เรื่องง่ายเรื่องยาก  ฯลฯ 

      "ทำดี...ดี   ทำชั่ว...ชั่ว"  อยู่ในตัวของมันเองอยู่แล้วนะครับ

 

บันทึกมาเพื่อการ ลปรร.ครับ

สิงห์ป่าสัก  1   ธันวาคม  2552