ชีวิต.. นั้นมีบทเรียนสอนเราเสมอ

เมื่อเภสัชกร ...ต้องเจอคนไข้โคม่า

ภก.ศุภรักษ์ ศุภเอม

 Hypoglycemia = ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำผิดปกติ

                     เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. วันเสาร์ที่  28 ตุลาคม 2552 ขณะที่ผมกำลังเยี่ยมคนไข้เบาหวานรายหนึ่ง   ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงถึง 339 มก./ดล. โทรศัพท์ก็ดังขึ้น มาพอผมรับ   หมอเอกๆ  ตาสดเป็นอะไรก็ไม่รู้เบื่ออาหาร ไม่ยอมกินข้าว   นอนซึมตลอดวันเลย ผมคิดทันที  hypoglycemia shock   เอาน้ำหวานค่อยๆ หยอดปากตาสดน่ะ   มีเครื่องวัดความดันโลหิตไหม  เอาวัดตาน่ะ   เดี๋ยวหมอจะโทรเรียกรถโรงพยาบาลมารับ    โทรไปรอบแรก สายไม่ว่างครับ  ผมก็ได้ขับรถต่อไปจากบ้านทานตะวัน  ไปบ้านโนนอินแปลงไกลอยู่ไม่น้อยทีเดียว  อากาศตอนกลางคืนหนาวเหน็บ    แต่หัวใจผมมันร้อนรุ่มเพราะผมเป็นห่วงตาสดมากกลัวแกจะเป็นอันตราย  ผมลองโทรไปโรงพยาบาลอีกหลายรอบแต่ก็โทรไม่ติด

 

          เมื่อไปถึงบ้านตาสดที่โนนอินแปลงเวลาก็เกือบหนึ่งทุ่มแล้ว  ผมเห็นรถจอดเต็มบ้านแก   ผมพร้อมกับมอเตอร์ไซด์โทรมๆคู่กาย     ก็ได้มาถึงบ้านตาสดจนได้   เข้าบ้านเห็นคนมากมายเต็มบ้านไม่ต่ำกว่า 30 คน  ทั้งที่ปกติแล้ว บ้านนี้ จะมีคนแค่ 4 คน คือตาสดกับภรรยาและหลานอีกสองคนเท่านั้น    แต่มาคราวนี้มีคนเต็มบ้าน   ผมรีบไปจับชีพจรแกที่คอ พบว่ายังเต้นแรงดี  และวัดความดันโลหิตที่แขนก็ปกติ BP= 122/84  PR= 84  bpm  แต่พอเจาะเลือดพบว่า DTX=17 mg/dL ตาสดแกนอนซึมมือสั่นแต่ไม่รู้สึกตัวแล้ว   ไม่รู้ว่าอาการ hypoglycemia นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน   เพราะตาสดแกอยู่กับหลานสองคน  เมียออกไปรับจ้างเกี่ยวข้าวเพื่อหาเงินจุนเจือครอบครัว

                  พ่อตาสดถามว่าลูกแกเป็นอะไร     ผมบอกน้ำตาลต่ำมากเลย ช็อค   ได้น้ำตาลสักหน่อยโดยมากก็ดีขึ้น  พ่อตาสดแกบอกไม่อยากให้ลูกชายไปโรงพยาบาล เพราะไม่อยากเอาไปส่งขอนแก่น   ให้รักษาตาสดอยู่ที่บ้านนี่แหละไม่ต้องเอาไปไหน  ผมดูคนไข้หมดสติไปแล้ว อยู่บ้านคงตายแน่นอน ผมจึงต้องบอกแกไปว่า   ตาสดแกไม่เป็นไรหรอก แค่น้ำตาลต่ำเดี๋ยวก็หาย  ผมเลยโทรไปโรงพยาบาลอีกรอบคราวนี้โทรติดห้องฉุกเฉิน   แต่พยาบาลบอกว่ายุ่งมากกำลังช่วยคนไข้ Arrest อยู่ไม่ว่าง  คุยด้วยผมเลยรีบวางโทรศัพท์    บอกลูกตาสดให้เอาตาสดขึ้นรถไปส่งโรงพยาบาล   พร้อมทั้งพูดให้กำลังใจว่าเอาไปโรงพยาบาลแล้วตาสดรอดแน่   เพราะพวกเบาหวานต่ำส่วนมากไม่มีใครตาย  และอีกอย่างความดันโลหิต ชีพจรแกก็ดูดีมาก   แต่ไม่รู้สึกตัวเนื่องจากสมองขาดกลูโคสไปไม่น้อย  และนานแค่ไหนก็ไม่รู้ที่แกเกิดภาวะ hypoglycemia นานพอจะทำให้แกนอนไม่รู้สึกตัวก็แล้วกัน

 

     พอเอาตาสดไปโรงพยาบาล  คนในโรงพยาบาลก็ได้แห่เข้าไปช่วยคนไข้อุบัติเหตุทางจราจรอยู่   กำลังทำ CPR อยู่อย่างวุ่นวาย ตามใครต่อใครมาช่วยทำ CPR มากมายไปหมด   ผมเดินออกไปถาม   EMS จากโคกสูง เขาบอกผมว่าไม่รอดหรอดเพราะตอนเอามาก็คอหักแล้ว  รถเก๋งหลบมอไซด์ไปชนต้นไม้  ไม่รอดแน่  คอหักหมุนรอบเลย  อ้อที่พยาบาลฉุกเฉินไม่ว่างเพราะกำลัง   กู้ชีพคนตายอยู่นั่นเอง   คนในเมืองมาตีกอล์ฟแล้วเกิดอุบัติเหตุนี่เอง    ส่วนตาสดเองก็ได้น้ำเหลือ D10 N/2 1000 ml และแพทย์กับพยาบาลกำลังใส่ท่อช่วยหายใจอยู่เห็น คุณหมอเก่ง(คุณหมอที่สุภาพที่สุดในโลกคนหนึ่ง)  พยายามใส่อยู่นานมากกว่าจะใส่ท่อได้   ผมเองก็อึ้งครับไม่คิดว่า ถึงขนาดจะใส่ท่อช่วยหายใจ   ถ้าใส่ท่อแบบนี้ refer รพศ.ขอนแก่นแน่นอนครับพี่น้อง    ไม่นานประมาณ 20.15 น. ตาสดก็ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลขอนแก่นครับ

ผมมาลองคิดดูว่า     หากโรงพยาบาลมัววุ่นวายกับการช่วยคนที่ตายแล้ว    จนไม่มีเวลามาดูแลคนไข้ฉุกเฉินรายอื่น   อย่างนี้มันใช้ได้เหรอ   ต่อมาไม่นานผมเห็นภรรยาผู้เกิดอุบัติเหตุจราจร   พร้อมลูกชายคนเล็กเข้าไปดูสามี   ที่หมอและพยาบาลกำลังทำ CPR อยู่ ภรรยาได้ร้องไห้โฮพร้อมกระโดดขึ้นลง   ในห้องฉุกเฉินคงทำใจไม่ได้ที่  พบเจอกับสามีในสภาพนั้นไม่นาน   แกก็ออกมาร้องไห้หน้าห้องบัตรพร้อมกอดลูกชายตัวน้อยไว้แน่น   ผมพึ่งสังเกตเห็นว่า   แกตั้งท้องอยู่ด้วย  น่าสงสารจังสามีต้องมาตายเสียแล้ว   ผมก็กลับไปนั่งคิดว่าตัวผมเองออกหมู่บ้าน  เกือบทุกวัน ไปเยี่ยมคนป่วยหนักทั่วอำเภอ    หากผมตายลูกเมียผมจะทำเช่นไร  คิดแล้วผมก็เสียวแปลบในใจเช่นกันครับ

 

         ผมกลับบ้านไปด้วยความเหนื่อยล้า  พบเจอภรรยานั่งดูทีวีอยู่ผมบอกขอข้าวไข่ดาวกินหน่อย   ตอนเย็นยังไม่ได้กินอะไรเลย  พอดีเจอคนไข้หนักเบาหวานต่ำ      เหนื่อยมากครับวันนี้  กังวลมากกลัวนายสดไม่รอด  ตามปกติแล้ว  เภสัชกรอย่างผมมักจะศึกษาการบริบาลผู้ป่วยเรื้อรัง  ไม่ค่อยสนการจัดการในภาวะฉุกเฉินสักเท่าใดครับเรื่องนายสดนี้ทำให้ผมได้คิดอะไรเยอะครับหากจะดูคนไข้จริงๆ   ลืมเรื่องการจัดการภาวะฉุกเฉินไม่ได้ครับผม

 

            ตื่นเช้ามาผมรีบโทรหาลูกสาวนายสดพบว่า  นายสดอาการเริ่มดีขึ้น  ถอดท่อช่วยหายใจออกแล้ว  แขนขาขยับได้   แต่ยังพูดไม่ได้  ยังไม่ตื่น  ตอนเช้าไปเยี่ยมยายทอง นิ้วขาดคนละยายทองที่เป็นอัมพาตครับ     แกเล่าให้ผมฟังว่า   แกก็เป็นเบาหวานต่ำเกือบตายมา 4 ครั้ง  ตอนเป็นหนักๆ  มันไม่รู้ตัว  ไม่งั้นก็ดื่มน้ำหวานไปแล้ว   แต่ตอนน้ำตาลต่ำ  ผมซึม  มันหลับไม่รู้ตัวเลย   ยายทองด้วนแก  บอกว่าอยู่บ้านคนเดียวกว่าลูกจะกลับมาก็ค่ำแล้ว       มาเจอแกนอนสลบอยู่  เอาไปส่งโรงพยาบาลสลบอยู่  3 วัน 3 คืนกว่าจะฟื้นรู้สึกตัว   อืมผมได้คิดเวลาเบาหวานต่ำๆ  คนไข้หลายคนไม่รู้ตัว  หาน้ำหวานกินไม่ทัน  ทำให้เกิด hypoglycemia shock ได้อืม  ผมจึงได้คิดอะไรๆ  ได้บางอย่างครับ

 

      ตอนเย็นผมไปคุยกับตาช้างบ้านหนองไหลเรื่องงาน  เรื่องคนไข้  เรื่องมะนาวและกินข้าวกัน  กินลาบวัวครับผม  ถูกปากถูกใจคนอีสานอย่างผมมากครับ   พอมีเวลาว่างโทรไปตามเรื่องนายสดอีกรอบ  ลูกสาวบอกตาสดดีขึ้น   พูดคุยได้  แต่ยังมีเพ้ออยู่บ้าง    หมอใหญ่บอกมีไข้จะเจอะเอาน้ำไขสันหลังไปตรวจดูว่าติดเชื้อไหม  ผมจึงได้เริ่มโล่งใจนิดๆ  ว่าตาสดถ้าจะรอดแน่  พอรู้ดังนั้นค่อยมีแรงทำงานไปเยี่ยมคนไข้บ้านหนองขามต่อครับผม   จากที่อืดๆ  วินๆ  เซ็งๆ  ทั้งวัน  กำลังใจมาผมก็เลยมีกำลังใจ ไปดูแลคนไข้หนัก  บ้านหนองขามกว่า 10 คน ในเวลาเหลือแค่ 2 ชั่วโมงครึ่ง

 www.drugabusex.com   test link 001

เรื่องนายสดโคม่านี้ ทำให้ผมเรียนรู้หลายอย่างได้แก่

 

  1. ผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะไตวายมีโอกาสเกิด hypoglycemia

  2. ผู้ป่วยเบาหวาน  ที่อยู่ลำพังเพียง คนเดียวมีความเสี่ยงสูงจะเกิด hypoglycemia coma

  3. การสอนการปฐมพยาบาลภาวะ hypoglycemia เป็นสิ่งจำเป็น

  4. ทักษะการพูดกล่อมให้ญาติผู้ป่วยยอมเอาผู้ป่วยไปโรงพยาบาลนั้นเป็นสิ่งจำเป็น

  5. อาจารย์กรองจิตร วาทีสาธกกิจ (อาจารย์พยาบาล)เคยประเมินบุคลิกภาพผมว่า เป็น the protector ดูท่าจะจริงครับ