
วันนี้อากาศที่เดลีเริ่มเย็น อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 22 องศาเซลเชียสแต่ในตอนค่ำและดึกๆ อาจลงไปถึง 11 องศา จึงถือว่าหนาวแล้ว มีหมอกลงในตอนเช้าตรู่และตอนค่ำ
ตามถนนหนทางเห็นผู้คนใส่เสื้อกันหนาวกันแล้ว สภาพนครเดลีในปัจจุบันกำลังเร่งก่อสร้างถนนหนทางไปทุกแห่ง เพื่อให้ทันมหกรรมกีฬาเครือจักรภพในปีหน้า เป็นการปรับปรุงสภาพเมืองที่ใหญ่มาก มองไปทางไหนก็เห็นแต่การปรับนี้ เช่นฟุตบาทแทบทุกถนน อาคารบ้านเรือน ชุมชนแออัดหลายแห่งกำลังจะถูกปรับปรุงให้ดูดีขึ้น ป้ายการจราจรและป้ายบอกทางใหม่เอี่ยม รถประจำทางที่ดูใหม่และทันสมัยมากๆ ห้างสรรพสินค้าทันสมัยหลายแห่ง ที่เพิ่งเริ่มจะมีเมื่อปลายปีที่แล้วและกำลังจะเสร็จในเร็วๆ นี้อีกหลายแห่ง เดลีกำลังจะกลายโฉมเป็น Super City ในไม่ช้าแล้วครับ
ดช.เดชพล วรฉัตรหรือน้องนะมัสเต้ อายุ 2 ขวบ เกือบ 2 เดือนกำลังเติบโตเป็นหนุ่มน้อย ช่างพูด รู้ภาษาและฉลาดเหลือเกิน ที่สำคัญชอบเที่ยว(โดยการนั่งรถเล่น)ทุกวัน พ่อจะพานั่งรถไปตามถนน น้องเต้ก็จะนั่งมองสิ่งต่างๆ เห็นรถที่อยู่บนถนนจะร้องบอก ตุ๊ดตุ๊ด หมายถึงออโตริกชอร์ มอไซด์ คือมอเตอร์ไซด์ และจะยานคือจักรยาน
ด้วยความที่มีพี่ชายอีก 3 คน ชวนคุย น้องเต้จึงเรียนรู้คำหลายภาษา ไม่ว่าไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส ฮินดีและญี่ปุ่น
อนาคตจะเป็นอย่างไร ก็เป็นเรื่องของอนาคต แต่ ณ วันนี้ เดลีเริ่มหนาวเย็นแล้วและยังคงมีเสน่ห์ในความหลากหลายของสรรพสิ่ง ไม่แปลกที่อินเดียเป็นประเทศที่น่าท่องเที่ยวติดอันดับโลกเช่นเคย
ที่ขอนแก่นอากาศประมาณ 18-20 องศาค่ะ
ได้มีโอกาสอ่านหนังสือ พรุ่งนี้ต้องตาย คุณรุ่งส่งมาให้คุณสิริ นพไธสง ประทับใจมากค่ะ
คุณ แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช ครับ
คนเราคิดถึงความตาย ในความหมายของธรรมะน้อยไปครับ
เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่เคยอยากจะตาย จึงไม่ต้องการเห็นความตาย ซึ่งเสมือนความสิ้นสุดหรือหมดโอกาส
แต่ความจริงความตายแม้จะสิ้นสุดหรือหมดโอกาสก็จริง ก็เป็นช่วงหนึ่งช่วงเดียวเท่านั้น
การคิดถึงความตายบ่อยๆ ทำให้ไม่ประมาท ไม่หลงอยู่ในวิมานในอากาศ
ความตายไม่ได้หมายว่าสิ้นสุด หลังความตายจะมีอะไร ต้องศึกษาครับ
ถ้าจะให้พิมพ์ก็จะพิมพ์ว่า หลังความตาย มีการเกิด หลังการเกิด มีความตาย ๆๆๆๆ ก็จะเป็นสมการนี้ไปเรื่อยๆ
คิดถึงความตาย ก็ไม่ต้องวิตก เพราะจะตายหรือไม่ตายอยู่ที่บุญครับ
ทุกวันนี้ ผมยังระลึกถึงความตายอย่างสม่ำเสมอ
โอกาสหน้าจะเขียนอีกเรื่องหนึ่งครับ "หากพรุ่งนี้ต้องเกิด"
ขอบคุณครับที่แวะมาทักทายกัน
อากาศเย็นแบบนี้ รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
Que sera sera
Whatever will be will be
The future's not ours to see
Que sera sera
แพรภัทร
เพลงนี้ชอบมาก ร้องบ่อยๆ เมื่อครั้งอยู่ที่ฝรั่งเศส
เป็นไทยก็คือ
อะไรจะเกิดในวันหน้า ก็ช่างมัน
ไม่ใช่เรื่องของเราที่จะไปรู้อนาคต
ช่างมันเถอะ :)
สวัสดีค่ะคุณ พลเดช วรฉัตร
ขอบพระคุณนะคะที่แวะไปเยี่ยมกัน จนทำให้ทราบว่า ท่านเป็นศิษย์ของภิกษุณีองค์แรกของประเทศไทย
ดิฉันยังไม่มีโอกาสได้กราบหลวงแม่ค่ะ เคยไปที่วัตร พบแต่สามเณรี และแม่ขาว
ท่านเหล่านั้นจัดได้ว่าเป็นผู้นำสตรีในชุมชนได้เลยนะคะ
กราบอ.พลเดชค่ะ
มาอ่านบันทึกนี้อย่างเปี่ยมสุขค่ะ
น้องเต้ น่ารักน่าเอ็นดู
ได้อ่านบทความของอาจารย์ในนิตยสาร Secret ด้วยค่ะ
รักษาสุขภาพด้วยค่ะ
(^___^)
มาอีกครั้งค่ะ
ขอบคุณค่ะสำหรับความเห็นที่ได้ไปเพิ่มเติมให้ไว้
ถ้ามีเวลา รบกวนนำเรื่องของหลวงย่า มาเล่าสู่กันบ้างซีคะ
ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ
คุณ ณัฐรดา ครับ
ยินดีครับ
คนไม่มีราก
เจริญในธรรม ทุกค่ำคืน
และสดชื่นเบิกบานใจ
ชั่วนิรันดร์นะครับ
น้อมใจรับพรของอาจารย์ค่ะ
รักษาสุขภาพด้วยนะครับท่าน
...
อนาคตของชาติคนนี้ได้รับการบ่มเพาะที่สมบูรณ์ พูดได้ตั้งหลายภาษา กำลังสำคัญในอนาคตเลยนะครับ
คุณ บีเวอร์ ครับ
ขอบคุณครับ
อินเดียเป็นประเทศแห่งปัญญา ผมจึงส่งเสริมให้ลูกชาย 3 คนเรียนในโรงเรียนอินเดีย แทนที่จะเรียนโรงเรียนอินเตอร์
ไม่ผิดหวังครับเพราะเด็กๆ เรียนรู้วิธีคิดแบบอินเดียซึ่งมีคุณค่า น้องเต้ซึ่งเป็นคนสุดท้อง จึงมีโอกาสดีได้เห็นตัวอย่างดีๆ ของพี่ๆ และซึมซับไปด้วย โดยเฉพาะเรื่องภาษา
เรื่องการเรียนภาษาของเด็กนั้น อยู่ที่ครอบครัวด้วย นั่นคือผู้ปกครองต้องสอนลูกได้ คุยกับลูกได้ในภาษานั้นๆ
ภรรยาเป็นนักรียนเก่าออสเตรเลีย ผมเป็นนักเรียนเก่าฝรั่งเศส ส่วนภาษาฮินดีลูกเรียนที่โรงเรียน สำหรับภาษาญี่ปุ่นภรรยาพูดได้บ้างและลูกๆ ชอบการ์ตูนญี่ปุ่น จึงสนใจเรียนเองโดยดูจากหนังสือและโทรทัศน์ อีกทั้งโรงเรียนให้เลือเรียนภาษาต่างประเทศ จึงเลือกทั้งฝรั่งเศสและญี่ปุ่น
อนาคตก็ขึ้นอยู่กับเด็กๆ ครับว่าจะชอบทางใด
ขอบคุณครับที่แวะมาทักทายกัน