"....คุณครูและเครือข่ายโรงเรียนเหล่านี้ ไม่เพียงมีพลังความสนใจที่แสดงผ่านการสมัครเข้าร่วมโครงการเองแล้วเท่านั้น ..."

ตอนเย็นของเมื่อวาน วันพฤหัสบดี ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ผมไปที่โรงแรมรอยัลซิตี้เพื่อแวะไปเจอเพื่อนและถือโอกาสดูการจัดประชุมเพื่อพัฒนาเครือข่ายครูพัฒนาการเรียนการสอนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งจะสร้างศักยภาพทางวิชาการแก่ครูสหสาขา กับสร้างพลังเครือข่ายครูและหน่วยปฏิบัติการเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนโดยกระบวนการวิจัย เป็นโครงการความร่วมมือกันของมูลนิธิสยามกัมมาจลกับภาควิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และเครือข่ายครูที่ทางมูลนิธิสยามกัมมาจลเลือกโรงเรียนจำนวนหนึ่งจากทั่วประเทศ แล้วให้คุณครูของโรงเรียนในกลุ่มที่ได้รับการพิจารณานั้นสมัครเข้าร่วมโครงการด้วยตนเอง โดยให้โควต้าโรงเรียนละ ๓-๔ คน

อาจารย์พนม จันทร์ดิษฐ์ ผู้อำนวยการ โรงเรียนบ้านหนองไผ่ อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ เป็นผู้หนึ่งที่นำเสนอแนวคิดและผลักดันให้เกิดการริเริ่มโครงการนี้ อาจารย์พนมเล่าให้ผมพอได้ทราบความเป็นมาบ้างเล็กน้อยว่าได้แสดงความสนใจและนำเสนอแนวคิดกับผู้บริหารของมูลนิธิสยามกัมมาจล แล้วก็ได้รับการสนับสนุนให้ค่อยๆริเริ่มและทำมาเรื่อยๆ

ความสนใจเดิมมีอยู่ ๒ เรื่องที่สำคัญ คือ มุ่งสร้างเครือข่ายเพื่อช่วยกันพัฒนาโรงเรียนและการเรียนการสอนที่ส่งเสริมแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อน้อมใส่เกล้าและดำเนินตามแนวทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานทั้งแก่สังคมไทยและเผยแพร่แก่นานาประเทศ ให้เป็นหนทางแก้ปัญหาโดยวิถีแห่งปัญญาและความมีเหตุมีผล อันนำไปสู่การก่อเกิดสุขภาวะร่วมกันทั้งของสังคมไทยและมวลมนุษยชาติ มีความสมดุลกันของความเป็นท้องถิ่นกับโลกาภิวัตน์ มากยิ่งๆขึ้น

อีกความสนใจหนึ่งก็คือ ต้องการทำให้เป็นโอกาสในการเสริมศักยภาพทางวิชาการและการพัฒนาตนเองอย่างบูรณาการของครูและโรงเรียน โดยเชื่อว่าจะทำให้โรงเรียนที่ร่วมมือกันเป็นเครือข่ายนี้สามารถยกระดับการพัฒนาขึ้นอย่างบูรณาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การได้สะท้อนหลักปรัชญาและแนวทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง เข้าสู่การจัดการเรียนการสอนขั้นพื้นฐานซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับคนส่วนใหญ่ มีนัยสำคัญต่อการพัฒนาประเทศผ่านการสร้างคนในรุ่นอนาคต รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาบทบาทของโรงเรียนให้มีความเป็นหน่วยวิชาการ จัดการความรู้เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะชุมชนในท้องถิ่น

อาจารย์พนมได้คุยความคิดนี้กับผมมาเป็นปีแล้วในหลายฐานะด้วยกัน ทั้งในฐานะเป็นเพื่อนกันและผมกับภรรยาของอาจารย์ก็เป็นคนหนองบัว นครสวรรค์ บ้านเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อคืนพอคุยกันไปสารพัดเรื่องก็เพิ่งได้ทบทวนให้ผมจำได้ว่า อาจารย์พนม จันทร์ดิษฐ์นี้เคยไปเป็นครูที่โรงเรียนบ้านผม คือ โรงเรียนวันครู(๒๕๐๔) หลัง คุณครูประสิทธิ์ ยั่งยืน (พ่อของลิขิต ยั่งยืน เพื่อนร่วมรุ่นผมที่หนองคอกและเป็นนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียน) และก่อนคุณครูบุญส่ง ว่องสารกิจ (ถึงแก่กรรมแล้ว) ไปเป็นครูใหญ่

ผมเองก็มีความสนใจไปด้วยในหลายเรื่อง ทั้งอยากเป็นคนช่วยค้นหาและช่วยเชื่อมโยงให้คนทำงานทางการศึกษาในแนวทางใหม่ๆได้เป็นเครือข่ายร่วมคิดและริเริ่มทำสิ่งต่างๆด้วยกันกับผู้บริหารและคนของมหิดลในโอกาสที่มหาวิทยาลัยมหิดลจะหนุนให้มีมหาวิทยาลัยมหิดล นครสวรรค์ บ้านเกิดของผม และอีกทางหนึ่ง ก็เป็นความสนใจที่จะเรียนรู้ไปเรื่อยกับคนที่เป็นมือทำงานดีๆทางด้านต่างๆและมีวิถีทำงานในแนวประชาคม เอาไว้เป็นกลุ่มนั่งคุยและชวนกันทำงานให้กับท้องถิ่นบ้านเกิดในโอกาสต่างๆ รวมทั้งสะสมเป็นข้อมูลและกรณีตัวอย่างจากแหล่งประสบการณ์ของหน่วยทางสังคมเล็กๆที่มีแบบแผนใหม่ๆในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองในสังคมไทยให้หูตากว้างสำหรับทำวิจัย เขียนหนังสือ สอนและบรรยาย ให้ทันสมัยกับสังคมและสภาพแวดล้อมอยู่เสมอ ทั้งหมดนี้เลยทำให้คุยกันได้อรรถรสในทุกเรื่อง

ตลอดการคุยและหารือกันมาอยู่เรื่อยๆนั้น อาจารย์พนม จันทร์ดิษฐ์ ปรารภว่า มีประสบการณ์จากการทำกิจกรรมพัฒนาในโรงเรียนมาพอสมควรแล้ว ต่อไปจึงมีความสนใจที่จะทำโดยมีการถอดบทเรียนและมีการวิจัยเพิ่มขึ้นมาอีกมิติหนึ่ง โดยมีทีมอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเข้าไปเป็นพี่เลี้ยง

ในทรรศนะผมแล้วก็เห็นถึงโอกาสเสริมพลังการพัฒนาหลายมิติที่จะสามารถทำให้มีนัยะต่อการก่อเกิดนวัตกรรมสังคมและสิ่งสร้างสรรค์ของเครือข่ายลักษณะนี้ ทั้งโอกาสได้พัฒนาตนเองของครู โรงเรียน ชุมชน และเครือข่ายความร่วมมือเพื่อสร้างพลังปฏิรูปการศึกษาขึ้นมาจากเครือข่ายในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน

เครือข่ายครูและโรงเรียนจะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของกันและกันโดยมีบทเรียนการทำจริงของตนเองเป็นครู พร้อมกับได้รับการถ่ายทอดศักยภาพทางวิชาการของมหาวิทยาลัยที่มีการจัดการศึกษาทางด้านศึกษาศาสตร์ในขั้นสูง ผ่านการวิจัยและการเรียนรู้ที่บูรณาการไปกับการได้ลงมือปฏิบัติอย่างลึกซึ้ง เป็นโมเดลที่จะสะท้อนภูมิรู้เชิงบริบทของสังคมไทยอย่างดีที่ไม่สามารถนำเข้าจากวิทยาการและความรู้ของภายนอกแต่เพียงลำพัง ซึ่งน่าวิจัยและพัฒนาซ้อนลงไปอีกชั้นหนึ่งเป็นอย่างยิ่ง เห็นลางๆว่ามีบทเรียนที่จะใช้ชี้นำการพัฒนายุวชนของประเทศอย่างบูรณาการที่มาจากเครือข่ายผู้ปฏิบัติในวิถีชุมชน ซึ่งยืดหยุ่นไปกับเงื่อนไขระดับจุลภาคและสอดคล้องกับบริบทอันหลากหลายของท้องถิ่นและชุมชน

มหาวิทยาลัยมหิดล ก็จะได้รูปแบบการพัฒนาบทบาททางวิชาการอีกแบบหนึ่งที่เหมือนกับทำให้เครือข่ายโรงเรียนในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานและสังคมไทย เป็นเครือข่ายสาธิตทางวิทยาศาสตร์การศึกษาของมหาวิทยาลัย เหมือนกับเป็นห้องปฏิบัติการทางสังคมที่สร้างความเป็นจริงกับสังคมทั้งประเทศโดยไม่ต้องทำให้เครือข่ายครู ซึ่งทั้งเก่งทางวิชาการ มีพลังจิตอาสา และมีพลังการริเริ่มออกมาจากตนเองอยู่เป็นทุนเดิมอย่างดี ต้องหลุดออกมาจากงานประจำอย่างแยกส่วน

เมื่อความสนใจมีอยู่อย่างที่กล่าวถึงในข้างต้นแล้ว ก็เลยอยากให้ผมช่วยประสานงานอีกทางหนึ่งกับทีมวิจัยและทีมประเมินผลของรองศาสตราจารย์ ดร.เนาวรัตน์ พลายน้อย จากภาควิชาศึกษาศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล  อาจารย์อยากได้ทีมนี้เป็นพี่เลี้ยงให้ เพราะเคยทำงานมาด้วยแล้วในโครงการวิจัยและพัฒนาเครือข่ายการจัดการความรู้โรงเรียนชาวนา(มูลนิธิขวัญข้าว และศาสตาราจารย์นายแพทย์วิจารย์ พาณิชย์ ในนามสถาบันการจัดการความรู้เพื่อส่งเสริมการพัฒนาสังคม เป็นแกนนำหลักของโครงการนี้ด้วย) เรียกว่ามีทุนประสบการณ์และได้ความประทับใจกันเป็นทุนเดิมอยู่มากแล้ว การขอแรงผมให้ช่วยประสานงานจึงเป็นเพียงช่วยเสริมความมั่นใจเพิ่มขึ้นอีกเท่านั้น

ผมก็นำเอาความสนใจนี้ไปนั่งคุยให้ทราบต่อท่านรองศาสตราจารย์ ดร.เนาวรัตน์ พลายน้อย รวมทั้ง นายแพทย์สมพงษ์ ยูงทอง ผู้ช่วยอธิการบดี ผู้ดูแลมหาวิทยาลัยมหิดล นครสวรรค์ อยู่เสมอมาเป็นปีเหมือนกัน ทุกท่านดูมีความใส่ใจไปในทางที่สอดคล้องกัน แล้วก็ค่อยคิดและทำไปตามเหตุปัจจัยที่เอื้อให้ทีละเล็กละน้อย ยกระดับให้เชื่อมโยงกันไปตามลำดับ ซึ่งคนทำงานแนวประชาสังคมเรียกแนวการทำงานอย่างนี้ว่าเป็นแนวลึกและเล่นประเด็นเย็น ครั้งหนึ่งผมเคยได้ยิน ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย เรียกนักวิชาการในแนวนี้ว่า นักวิชาการแนวพิราบ ไม่มุ่งต่อสู้หวือหวาหรือปะทะดุดันก้าวร้าวเพียงเพื่อเอาชนะคะคานกัน ไม่ไหลตามกระแสสังคม

เมื่อหารือกันมาได้ระยะหนึ่งแล้วทางมูลนิธิสยามกัมมาจลก็สนับสนุนให้จัดประชุมระดมความคิดพัฒนากรอบความสนใจและประเด็นการวิจัย เพื่อค่อยๆทำให้เป็นเครือข่ายครูวิจัย โดยแต่ละโรงเรียนก็จะมีชุดโครงการวิจัยย่อยๆที่หลากหลายไปตามความสนใจของแต่ละแห่งและของคุณครูแต่ละคน ทว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ได้ประเด็นความสนใจมาจากกลุ่มสาระการเรียนรู้ใดในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก็จะมุ่งพัฒนาให้สะท้อนการเรียนรู้จากกิจกรรมในโรงเรียน ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ที่บูรณาการการเรียนรู้บางหน่วยในสาระการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์  วิทยาศาสตร์ นาฏศิลป์ และอื่นๆ ที่เหมาะสมสำหรับนำมาจัดการเรียนรู้ได้ตามแนวทางของโครงการ อะไรที่ไม่เหมาะก็ใช้วิธีอื่น เช่น จัดการเรียนการสอนในห้องเรียนดังเดิม เหล่านี้เป็นต้น

การริเริ่มโครงการนี้มีความน่าสนใจหลายอย่างด้วยกัน โดยเฉพาะความเป็นเครือข่ายครูและความเป็นเครือข่ายโรงเรียนซึ่งลงทุนพัฒนาคนรุ่นอนาคตด้วยกัน ซึ่งการมุ่งลงทุนไปที่การสร้างคนและพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานแก่พลเมืองเด็ก | สร้างความรู้ให้เป็นทุนทางสังคมที่ติดอยู่กับตัวของปัจเจกและอยู่ในความเป็นชุมชนระดับต่างๆ | และพัฒนาการจัดการ ที่มีปัญญาการปฏิบัติของคนลงมือทำ กำกับอยู่เบื้องหลัง | เหล่านี้ นอกจากสอดคล้องกับแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างมากแล้ว ก็นับว่าเป็นปัจจัยบ่งชี้การพัฒนาที่ยั่งยืนที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง   

อีกทั้งเท่าที่ผมเห็น คุณครูและเครือข่ายโรงเรียนเหล่านี้ ไม่เพียงมีพลังความสนใจที่แสดงผ่านการสมัครเข้าร่วมโครงการเองแล้วเท่านั้น แต่เป็นเครือข่ายของคนและโรงเรียนที่มีบทเรียนและทุนประสบการณ์ในแนวทางที่จะทำอยู่แล้วอย่างหลากหลาย

อย่างที่โรงเรียนบ้านหนองไผ่อำเภอหนองบัว นครสวรรค์นั้น ก็เป็นโรงเรียนตัวอย่างความสำเร็จของประเทศทั้งโครงการสวนป่า สวนสมุนไพรในโรงเรียน โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำส้มควันไม้และการทำเกษตรอินทรีย์ เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งทำให้มีของจริงและบทเรียนจากความเป็นจริงทางการปฏิบัติ ที่เป็นทุนตั้งต้นเพื่อพัฒนาไปสู่อนาคตที่ดีมากอย่างยิ่ง

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อทำให้การพัฒนาเครือข่ายในครั้งนี้ มีความเป็นการจัดการความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบด้วยการวิจัยที่ทำเองโดยเครือข่ายผู้ปฏิบัติและมีพี่เลี้ยงทางวิชาการจากมหาวิทยาลัยมหิดลคอยสนับสนุน ความสำคัญของโครงการนี้จึงอยู่ที่การทำเพื่อเป็นกระบวนการเรียนรู้ สร้างบทเรียนจากความเป็นจริงของการแปรแนวทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติที่สะท้อนขึ้นมาจากชุมชนฐานราก อีกทั้งก่อเกิดด้วยพลังของโรงเรียนและการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับพลเมืองและคนส่วนใหญ่ของประเทศมากที่สุด.

...........................................................................................................................................................................

โหลดเอกสาร บทความของบันทึกนี้ ได้เลยครับ