ยังอยู่ในช่วงเดินทาง

วันนี้หลังเบรกฟาสก็เริ่มออกเดินทาง ฝนก็ยังตกเหมือนวันวาน ออกจากโรงแรมที่กัวมูซังจะไปรัฐเปรัค ไปครั้งนี้เลือกไปทางภูเขาถึงแม้ทางโค้งมันจะมากไป เพราะเทียบดูกับเที่ยวก่อนที่ไปตามแนวชายแดนของไทยต้องใช้เวลา7-8 ช.ม อีกอย่างอยู่ที่กัวมูซังแล้วระยะทางใกล้กว่าตั้งเยอะ เลยตัดสินใจขับช้าๆ ตลอดระยะทางมีฝนตกแต่ไม่หนักเหมือนเมื่อวาน ระหว่างทางได้เก็บภาพสวยๆมากมาย ทั้งได้ดูคนอัสลี (คนดั้งเดิมของมาเลเซีย ซึ่งตอนนี้ก็ได้นุ่งเสื้อผ้ากันแล้ว) มีการปลูกบ้านทั้งบ้านไม้แบบยกพื้น และบ้านที่สร้างด้วยซิเมนต์ พวกเขาก็ได้นำทุเรียนมาเสนอขายให้บุคคลที่ขับผ่านหน้าหมู่บ้านของเขาด้วย (บ้านเราตอนนี้ฤดูทุเรียนแล้วหรือ) นอกจากนั้นรัฐบาลมาเลเซียโดยเฉพาะรัฐบาลรัฐกลันตันได้ทำโครงการ เป็นโครงการพระราชดำริ (Projek diraja) เพื่อรองรับสถานที่ทำงานแก่คนอัสลี บนเขาหลายๆ ลูกจะเต็มไปด้วยต้นแก้วมังกร สตรอเบอรี่ มะเขือเทศ และผักอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงดอกไม้ประดับด้วย แต่ที่แปลกคือบนภูเขามีที่รวบรวมของเก่าที่ได้ซื้อมา (เศษเหล็กและพลาสติก) ที่พูดมาทั้งหมดนี้ยังอยู่ในเขตกลันตัน

ไปอีกหน่อยก็เข้าเขตรัฐปาหัง ยังเห็นภาพการเกษตรบนภูเขาอยู่แต่พอไปสักพักจากเดิมมีเม็ดฝนลงมาก็เปลี่ยนมาเป็นหมอกหนาคลุมเส้นทาง และมาเขาบางที่ได้ถล่มลงมาและถนนบางเส้นก็พังด้วย การเดินทางกว่าจะถึงรัฐเปรัคก็กินเวลาประมาณ สามชั่วโมงครึ่ง (ขับเร็วไม่ด้วยบวกเส้นทางไกลพอสมควร) อ๋อ ที่เห็นระหว่างทางอีกอย่าง ชาวสวน (คนตัดยาง/กรีดยาง) ถึงแม้ฝนตกแต่เขาก็ตัดยางปกติ เลยคุยกับทีมงานว่า เอะ ยางที่เขาตัดนั้นเป็นยางของบริษัทหรือป่าว เพราะถ้าเป็นของเราไม่ช้ายางสวนนั้นต้องตายแน่นอน แต่ถ้าเป็นของบริษัท (ไม่ต้องคิดมาก เรามาทำงานได้เงินก็โอเค) จะลงทำการสัมภาษณ์ฝนก็ตกใช้ได้

ตอนนี้ก็พักโรงแรมสามดาวเพราะสองคืนที่ผ่านได้นอนโรงแรม (ไม่อยากบรรยาย) และก็เปิดสองห้องด้วย วันนี้มาถึงก็พักผ่อนนอนสบายเลย เพราะวันนี้ (วันอาทิตย์) เป็นวันหยุดราชการของรัฐนี้ พรุ่งนี้ต้องลงพื้นที่แต่เช้า และถ้าเสร็จต้องทำเวลากลับไปนอนที่โกตาบารูให้ได้ เพราะวันอังคารนี้ต้องเข้า สนง.ตม. และสำนักงานแรงงานแห่งชาติ

ตอนเย็นเห็นข่าวของมาเลย์รายงานว่า บ้านเราที่โก-ลก เกิดน้ำท่วมหนักมาก กลับไปรายอที่บ้านได้ไหมหนอ