ความเหมาะสมในการถอดถอนข้อสงวนข้อ ๗ ในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก CRC
อ วิฑิต มันตาภรณ์ ถ้ามองในแง่ระหว่างประเทศ
ไทยเป็นอนุสัญญากับสหประชาชาติ รัฐ ก็ต้องปฏิบัติตามเพราะว่าไทยเป็นภาคี ทั้งในเรื่อง
สิทธิเด็ก เป็นสิทธิที่เด็กทุกคนที่อยู่ในโลกนี้
เช่นการที่เด็กได้รับสูติบัตรเป็นการรับรองว่าเค้าเป็นบุคคลและถูกบันทึกไว้ในดาต้าเบส การจดทะเบียนการเกิดไม่ได้หมายความว่าเค้าจะต้องได้รับสัญชาติเสมอไป
การได้สัญชาติ ได้มาจาก การเกิด จากสายเลือด จากการขอแปลงสัญชาติจากข้อ ๗ CRC มันสามารถมาได้จากหลายทาง
ในช่วงเวทีในการสนทนามีการเสนอความเห็นจากหลายภาคส่วน สรุปได้ดังนี้
คุณอภิรักษ์ สะมะแอ กล่าวว่าเด็กในปัจจุบันควรได้รับสิทธิต่างๆ เช่น การแจ้งเกิด ก็เป็นสิทธิที่ควรได้รับเช่นกัน และกลุ่มถูกถอนสัญชาติที่เข้าหลักเกณฑ์ตามมาตรา 23 ก็สามารขอคืนสัญชาติไทยได้ตามมาตรา ๒๓ พรบ.สัญชาติ
ส่วนในเรื่อง อนุสัญญา CRC ข้อ ๗ ทางกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ปฏิบัติ คนที่ให้คำตอบว่าจะสมควรถอนหรือไม่ ควรเป็น สมช
อ แหวว ในเรื่องที่จะถอดถอนหรือไม่ ทางเราไม่สนใจเพราะว่า ตาม ICCPR ซึ่งว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ประเทศไทยมีความพร้อมมานานแล้วตั้งแต่สมัย ร๕ ที่มีการเลิกทาส และมีการจดทะเบียนการเกิด จากทฤษฎีการประสานงานเชิงราบ CRC ควรถอดเพราะอาจเป็นการสร้างความสับสน
การจัดการสิทธิในสัญชาติ
๑ ทฤษฎีเยาวราช ร๕ ทรงพระราชทานสัญชาติให้แก่คนที่ล่องเรือมาเพราะท่านทรงเห็นถึงความกลมกลืน
๒ Territorial state เยาวราชเป็นไทยโดยหลักสืบสายโลหิต การผลักดันให้ไปพิสูจน์สัญชาติกับประเทศต้นทาง
๓ การผลักดันให้มีสัญชาติจากประเทศทีสาม เช่นการรับบุตรบุญธรรม ใช้กลไกจิตวิญญาณมนุษย์ ผลักดันให้มีสัญชาติกับประเทศที่สาม
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นปัญหาก็อยู่ที่การบริหารทั้งสิ้น
อ.ศรีประภา เพชรมีศรี ได้ให้ความเห็นว่า ในประเทศไทยยังมีคนที่ไม่ใช่คนชาติอีกมากประมาณ ๓ ล้าน คนการสกัดคนเข้ามาประเทศไทยก็เป็นไปได้ยาก เช่นการให้สถานะของคนญี่ปุ่น หลังจากการเป็นภาคีในอนุสัญญา CRC แล้วหากเด็กที่เกิดมาเป็นคนไร้รัฐไร้สัญชาติ แล้วทางรัฐญี่ปุ่น ก็จะให้สัญชาติแก่เด็กคนนั้น
ความสมเหตุสมผล ในการตั้งข้อสงวนของไทย ก็เพื่อทำให้กฎหมายไทยสอดคล้องกับ กฎหมายระหว่างประเทศแล้วไม่รู้ว่าไทยจะต้องตั้งข้อสงวนไว้ทำไม ส่วนการจดทะเบียนการเกิดให้แก่เด็กไม่ใช่การให้สัญชาติแก่เด็กเสมอไปบ้างทีก็จะเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ เพราะว่าไทยอ้างอยู่เสมอว่าไทยเป็นเสรีประชาธิปไตย
ผู้แทนกรมสนธิสัญญา กระทรวงการต่างประเทศ ในแง่กฎหมายระหว่างประเทศหากไทยตั้งขอสงวนแล้วทำให้มีคนหลบหนีเข้ามา มันก็ ไม่ Right to Acquire Nationality บางประเทศไม่ได้รับหลักดินแดน แต่ยังยึดถือหลักสืบสายโลหิต และในการถอดถอนควรมีเอกสารในการถอดถอน ข้อสวงนไปให้ทาง ครม พิจารณา
กรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงต่างประเทศ อยากเห็นประเทศไทยทำตามกฎหมายระหว่างประเทศ ซึงถ้าเราถอดถอนก็แสดงให้เห็นว่า เรามีความมุ่งมั่น ในการปฏิบัติตามสนธิสัญญา
คุณมณเฑียร บุญตัน กล่าวว่า เด็กทุกคนควรมีสัญชาติ ในเรื่องการถอนถอดข้อสงวนไม่น่าจะเป็นปัญหาต่อประเทศไทย ต้องช่วยกันหาทางออกให้แก่เด็ก ควรมีกระบวนการยอมรับ และ การแก้ปัญหาของทางภาคี เมืองไทยควรถอดถอนข้อสงวนเพื่อส่งผลต่ออนุสัญญาฉบับอื่น แม้ว่าจะไม่เป็นปัญหาหนัก แต่ประเทศไทยไม่มีปัญหาเรื่องเด็กแต่มีปัญหาในเรื่องสัญชาติมากกว่า ประชาธิปไตยในรูปแบบมากกว่าเนื้อหา อันใดปลดเปลื้อง และไม่มีผลกระทบใดๆ ก็ควรทำอีกทั้งเพื่อภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น การทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันกับประเทศไทยจะได้มีการยอมรับมากขึ้น
คุณสุรพล กองจันทึก ในส่วนของการปฏิบัติ ในเรื่องการรักษาพยาบาลของคนไร้รัฐ ไร้สัญชาตินั้น ถ้าไม่มีหลักฐาน ก็เท่ากับไม่มีสิทธิในเรื่องหลักประกันสุขภาพ ส่วนในเชิงของนโยบาย ก็จะเห็นได้ว่าไม่มีนโยบายใดขัดแย้งเลย แต่จะมีข้อกังวลทีต้องฝากไว้ ๒ ข้อ ถ้าหากมีการถอดถอน กล่าวคือ ๑ ไม่มีความชัดเจนว่าต้องให้สัญชาติ ซึ่งมีการตีความไปในทางเดียวกัน ๒ การถอนข้อสงวนแล้วจะเป็นการทะลักของแรงงานมากขึ้นกว่าเดิม แต่ในข้อนี่จะเห็นได้ว่าไม่เกี่ยวกัน เพราะว่ายังไงก็มีการทะลักของแรงงานได้อยู่แล้ว การถอนข้อสงวนหรือไม่ก็ไม่น่าเป็นประเด็น