ก็อีก 5 วันจะกลับแล้วไม่ได้คิดอะไร...

 

หลังตี 4 เพียงเล็กน้อยวันนี้ที่ตื่นตาขึ้นมามองโลกที่ยังคงมืดอยู่มีเพียงเสียงฝนตกลงมาดังเปาะแปะ ๆ สลับกับเสียงลมพัดดังวู่ ๆ แล้วสรรพชีวิตก็ตื่นขึ้นมาสร้างสรรค์บรรยากาศครื้นเครงยิ่งกว่าฟังเพลงบรรเลงดนตรีเป็นไหน ๆ นั้นคือเสียงแห่งความมีชีวิตชีวาที่คนเราได้สัมผัสเห็นด้วยสายตา ( และทราบว่าขณะนี้น้ำท่วมทางสายเก่าหาดใหญ่ - สงขลาแล้วรถเล็กผ่านไม่ได้...) 

หลัง 7 โมงเช้าไปแล้วก็ไปรับพระคุณเจ้าเพื่อเดินทางร่วมไปฟังการสัมมนาที่ ม. ทักษิณถิ่นสงขลา 

 แล้วได้ฟังเรื่องเล่าบนเวทีหนึ่งในนั้นคือ ศ.ดร. ปรัชญา  เวสารัชช์ โดยความเคารพท่าน อ. เริ่มเล่าทักทายที่ประชุมว่าทำนองดังนี้...มองไปที่ผู้ฟังมีแต่ผู้หญิงเยอะ...

 ถามท่านอธิการบดี ม. ทักษิณว่าที่นี่นิสิตผู้หญิงมีเท่าไร ได้รับคำตอบว่าประมาณ 70 % นิสิตผู้ชาย 30 %  ผู้ชายไปไหนหมด...อ้อ...ตายแต่ยังหนุ่ม ๆ พวกสัมมะเลเทเมา กินเหล้า  สูบหรี่ เป็นโรคร้ายแรง  และตีกันเองตายบ้าง...

 เลยพูดแบบเอาใจผู้หญิงเพราะเวลาเข้าโรงพยาบาลก็มีผู้หญิงทั้งนั้นมาล้อมหน้าล้อมหลังมาดูแลคือพยาบาลนั้นเองละอย่าคิดมากไป  ไหนใครเกิดบ้านนอกบ้าง...มองไปที่ประชุมมียกมือกัน 80 % เป็นหญิงบ้านนอกด้วยรึนี่...มีเสียงหัวเราะกันใหญ่...

ในความเป็นชุมชนที่บ่มเพาะทางปัญญานั้นการที่เราลงไปสัมผัสวิถีชีวิตบ้านนอกแล้วเราจะเห็นวิธีคิดของเขา อย่างช่วงที่ผมลงไปทำวิจัยเปรียบเทียบชุมชนในไทยกับในอินโดนีเซีย...

ท่าน อาจารย์เล่าต่อว่า...ในไทยได้ไปลงพื้นที่ทางเหนือที่เชียงใหม่ไปอยู่ไปกินเป็นเดือน ๆ บ้านที่อยู่นั้นละเขาถามว่า...นิ่ปรัชญาโสดรึเปล่า..? แล้วว่างไหม...ก็พาหญิงมาทำความรู้จักกัน...แม้ไปเก็บข้อมูลที่หมู่บ้านในอินโดนีเซียไปอยู่ 6 เดือนผู้ใหญ่ที่นั้นก็มาถามว่า...

อาจารย์รังเกียจเรื่องศาสนาไหม...ไม่หรอกครับมีเสรีภาพอยู่แล้ว...ว่างไหมละ...ก็แนะนำหลานสาวเขามาดูตัวกัน...ก็อีก 5 วันจะกลับแล้วไม่ได้คิดอะไร...

เขาก็แนะนำมาให้อีกคนหนึ่ง  นี่คือวิถีคิดของชาวบ้านเป็นแบบเรียบง่ายและปนสนุก ๆ ไม่ซับซ้อนเหมือนเวทีของนักวิชาการทั้งหลาย  ที่กล่าวมานี้สรุปได้ว่า...เรียบง่ายแต่ได้ผล  นี่คือวิธีคิดของชาวบ้านนั้นแล.