ท่องเที่ยว

แผนงานด้านการท่องเที่ยว  ปีงบประมาณ 2552-2554

                           ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

                        เครือข่าย ศูนย์ศึกษาการพัฒนาของชาวบ้าน โครงการส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษ

                                                           อันเนื่องมาจากพระราชดำริ                                              

       เลขที่ 141 ม.9 บ.เพลิงหลง ต.บ่อปลาทอง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา 30150 มือถือ  081-1859524

           www.Atsc-BorphaThong..com  EMAIL- [email protected]

                                                                ****************

 

1.   รหัสโครงการ กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์)

2.   หมวดประเภทโครงการ จังหวัดนครราชสีมา

3.   ชื่อโครงการ                    โครงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ป่าเขา

                                                ตำแย เขาล้อมฟาง และเขาภูหลวง

4.   หน่วยงานที่เสนอโครงการ        โครงการป่าชุมชน ตำบลบ่อปลาทอง

                                                                (โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่)

                                                                ร่วมกับ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนพึ่งตนเองฯ

                                                                เครือข่าย ศูนย์ศึกษาการพัฒนาของชาวบ้านฯ. อ.วังน้ำเขียว

                                                               อันเนื่องมาจากพระราชดำริ                 

                                                                 ที่อยู่ 141 ม.9 ตำบลบ่อปลาทอง อำเภอปักธงชัย  จังหวัดนครราชสีมา 30150

                                                                โทรศัพท์  044-766404  081-1859524  084-8995100    

 

   5.   พื้นที่ดำเนินการโครงการ

                ป่าเขาตำแย เขาลอบฟาง และเขาภูหลวง  ตำบลบ่อปลาทอง  อำเภอปักธงชัย  จังหวัดนครราชสีมา

6.   วงเงินขอรับการสนับสนุนจากกองทุนจำนวน 5,000,000 บาท (ห้าล้านบาทถ้วน)

 

 

 

 

 

7.   หลักการและเหตุผล

 

                เนื่องจากในปัจจุบันนี้ สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ของประเทศไทยได้ถูกทำลายลงเป็นอย่างมากและรวดเร็วในทุกๆท้องที่ สภาวะการเช่นนี้ทำให้ทำให้ทรัพยากรของประเทศได้รับความเสียหาย  จนกระทั้งพื้นที่ป่าไม้ของประเทศลดลงจนเหลืออยู่ไม่ถึง  25  % พื้นที่ประเทศซึ่งในทางหลักการแล้ว จำเป็นจะต้องรักษาพื้นที่ป่าไม้ไว้อย่างน้อย  40  % ของพื้นที่ ประเทศ ผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ เกิด สภาวะน้ำท่วม ฝนแล้ง ฤดูกาลต่างๆแปรปรวน สัตว์ป่า พันธ์พืชถูกทำลายลงเป็นอย่างมาก จนบางชนิดถึงกับสูญพันธุ์ไป  ตำบลบ่อปลาทองก็ได้รับผลกระทบดังกล่าว เช่นเดียวกัน

                ตำบลบ่อปลาทอง มีพื้นที่ขอบเขตตำบล ครอบคลุม เขาตำแย ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรป่าไม้ของตำบล  ราษฎรที่อาศัยอยู่โดย รอบเขาตำแยได้อาศัยทรัพยากรป่าไม้ จากเขาตำแยในการดำรงชีพมาโดยตลอด เช่น การใช้ไม้ เพื่อการซ่อมสร้างบ้านเรือน อาหารในการดำรงชีพประจำวัน เช่น ผักหวานป่า ผักป่าชนิดต่างๆ เห็ด และหน่อไม้ตามฤดูกาล รวมถึงน้ำในการทำการเกษตร

                นอกจากนี้ตำบลบ่อปลาทองประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก มีการทำนา  ทำสวนผลไม้ ทำน้ำตาลโตนด เลี้ยงสัตว์และทำการประมง พืชเศรษฐกิจที่ทำรายได้เข้าตำบล ได้แก่ ข้าว อ้อย ข้าวโพด ละมุด กล้วย มะนาว และพืชผักต่างๆ จากศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนฯ ได้ผลิตผักปลอดสารพิษส่งไปจำหน่ายตามที่ต่าง ๆ ทำให้เศรษฐกิจของตำบลบ่อปลาทองอยู่ในระดับที่ดี

                แม้อำเภอปักธงชัยจะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย แต่สำหรับผู้ที่สนใจท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตรไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนตำบลบ่อปลาทอง เครือข่าย ศูนย์ศึกษาการพัฒนาของชาวบ้าน โครงการส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอวังน้ำเขียว ตั้งอยู่ที่ 141 หมู่ที่ 9 ต.บ่อปลาทอง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เป็นศูนย์ประสานงาน ห่างจากตัวเมืองนครราชสีมา ประมาณ 40 กิโลเมตร

                ภายในศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตต่างๆ ตำบลบ่อปลาทองมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตรและกิจกรรมมากมายที่จัดขึ้น บริเวณหมู่บ้านทั้ง 10 หมู่บ้าน และเขาตำแย นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถทดลองชิม ผลไม้สด จากสวนระหว่างเดินทางเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่ง อาหารปลอดภัยจากแปลงปลูกผักปลอดสารพิษของศูนย์ฯ

 

                ในการใช้ทรัพยากรดังกล่าว  ราษฎรส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจถึงวิธีการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างถูกวิธี และมีประสิทธิภาพสูงสุด จึงเป็นเหตุให้สภาพป่าไม้ของเขาตำแยเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว  พื้นที่บางส่วนถูกแผ้วถางลงเป็นพื้นที่ทำการเกษตร ทำให้ป่าไม้ถูกลดทอนลง  ราษฎรได้อาศัยใช้ประโยชน์จากทรัพยากรจากเขาตำแยที่เคยมีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ก็ไม่สามารถอาศัยความอุดมสมบูรณ์นั้นได้อีกต่อไป แหล่งน้ำซับที่เคยมีอยู่ก็เหือดแห้ง ลำห้วยต่างๆที่เคยมีน้ำไหลก็ไม่มี เกิดความเดือดร้อนในการทำเกษตรกรรม อันเป็นอาชีพหลักของราษฎรทั้งตำบล รัฐต้องเสียงบประมาณเป็นจำนวนมหาศาลเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสภาวะน้ำท่วมภัยแล้ง

                ด้วยสาเหตุดังกล่าว แกนนำราษฎรในตำบลบ่อปลาทองหลายท่านจึงระดมความคิดที่จะหาทางดูแลรักษาสภาพป่าไม้บนเขาตำแย ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติของตำบลที่มีพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 5,000 ไร่เอาไว้ ให้คงคืนสภาพอุดมสมบูรณ์เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่จะอำนวยประโยชน์สูงให้แก่ชาวตำบลบ่อปลาทองอย่างยั่งยืนต่อไปจวบลูกหลาน จึงได้จัดตั้งองค์กรของชุมชนขึ้นเพื่อทำหน้าที่ดูแลทรัพยากรป่าไม้บนเขาตำแย โดยใช้ชื่อว่า “กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมป่าเขาตำแย” “เขาน้อย”  มีการเลือกตั้งบุคคลต่างๆ เข้ามาเป็นคณะกรรมการเพื่อทำหน้าที่ ช่วยกันดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติบนเขาตำแยให้ราษฎรได้รับประโยชน์สูงสุด และได้มีการประสานงานกับเครือข่ายคณะกรรมการผู้นำชุมชนแห่งชาติ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี “การปลูกต้นไม้ใช้” ภายใต้ยุทธศาศตร์การพึ่งพาตนเองและความมั่นคง ด้านที่อยู่อาศัย พลังงาน อาหาร และยา และสำนักงานพัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพื่อขับเคลื่อนทำให้เขาตำแยไม่ถูกทำลายเพื่อเป็นแหล่งต้นน้ำของตำบลอีกต่อไป

8.   วัตถุประสงค์

                ป่าเขาตำแย เป็นป่า เต้งรัง ที่ยังมีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ เป็นเขาที่มีจุดสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 356 เมตร จากระดับน้ำทะเลครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 5,800 ไร่ มีภูมิประเทศและสภาพธรรมชาติสวยงาม สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ได้เป็นอย่างดี  นอกจากนี้บริเวณโดยรอบเขาตำแย  ยังเป็นแหล่งโบราณคดี มีโบราณวัตถุมากมาย ซึ่งทางกรมศิลปากรได้มาทำการสำรวจไว้แล้ว และมีบันทึกอยู่ที่กรมศิลปากรนั้น

  “กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมป่าเขาตำแย” (โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่) จึงเห็นสมควรในวัตถุประสงค์ร่วมกันดังนี้

8.1    ถ่ายทอดพระราชปนิธานและความห่วงใยของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาคที่ทรงมีต่อทรัพยากรป่าไม้ของชาติ ให้ราษฎรมีความรู้ความเข้าใจในการร่วมกันดูแลรักษาป่าไม้  เพื่อกลายเป็นการรับภาระและหน้าที่การดูแลของราษฏรในพื้นที่ต่อไป

8.2    เพื่อขอรับการจดทะเบียน “ป่าเขาตำแย” ขึ้นเป็นป่าชุมชน(ป่าเศรษฐกิจพอเพียงชุมชน)ของตำบลบ่อปลาทอง ต่อไป

8.3    ให้ป่าเขาตำแยเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ฯ. เพื่อเป็นการเสริมสร้างรายได้ให้แก่ราษฎรในตำบลบ่อปลาทองและตำบลใกล้เคียง

8.4    ให้ป่าเขาตำแยกลับคืนสู่สภาพอันอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งทรัพยากรป่าไม้และต้นน้ำสำหรับราษฎรในตำบลบ่อปลาทองและตำบลใกล้เคียงอย่างยั่งยืน

8.5    เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับการรักษาสภาพแวดล้อม การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ ของเด็กเยาวชน หรือผู้ที่สนใจมาเที่ยวชม (ศูนย์วิจัยพันธ์พืช) และ (พืชพลังงานทดแทน) ฯลฯ

8.6    เป็นพิพิธพันธ์ที่รวบรวม วัตถุโบราณ และข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นไว้ให้เป็นระบบระเบียบ เพื่อเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของชาติและคนรุ่นหลังต่อไป

8.7    เพื่อส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่ในจังหวัดนครราชสีมา ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง เป็นการประชาสัมพันธ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวสู่จังหวัดอย่างต่อเนื่อง ตามยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวที่จังหวัดกำหนดไว้ เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้ท้องถิ่น

 

  1. 9.       เป้าหมาย  รายจ่าย  รายได้  จำนวนนักท่องเที่ยว และความคุ้มค่าของโครงการ

9.1    เป้าหมายรายจ่าย

                                   9.1.1เพื่อสร้างเป็นค่ายพักแรม ค่ายอนุรักษ์ธรรมชาติฯ.  สำหรับ นักเรียน นักศึกษา เยาวชน หน่วยงานราชการ และบุคคลทั่วไป

  • อาคารสำนักงานถาวร
  • อาคารเอนกประสงค์ ขนาดความจุผู้เข้าประชุมไม่ต่ำกว่า 300 คน
  • อาคารที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มย่อย ประมาณ 100 คน
  • อาคารที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ ประมาณ 300-500 คน
  • อาคารโรงประกอบอาหาร, โรงรับประทานอาหาร
  • ถนน เพื่อเชื่อมต่ออาคาร ตลอดจนเชื่อมโยงจุดท่องเที่ยว บนเขา
  • ระบบไฟฟ้า เพื่ออำนวยความสะดวกด้านแสงสว่างทั้งภายในและภายนอกอาคาร รวมทั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ เช่น อุปกรณ์โสตทัศนะ เป็นต้น (ระบบพลังงานทดแทน)
  • ระบบน้ำอุปโภคบริโภค (ระบบกักเก็บน้ำธรรมชาติ)
  • แหล่งเก็บน้ำขนาดไม่ต่ำกว่า 10 ไร่ อย่างน้อย 3 แห่ง (พัฒนาจากแหล่งน้ำธรรมชาติเดิม)
  • เตาเผากำจัดขยะมูลฝอยที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะเป็นพิษ ( โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ/ขยะรีไซร์เค้น กำลังการผลิตไม่เกิน 10 เม็กวัต สำหรับไว้ใช้ในโครงการฯ. )

9.1.2           เพื่อรักษาและฟื้นฟูสภาพป่าให้คงความอุดมสมบูรณ์

  • โรงเรือนสำหรับเพาะชำกล้าไม้
  • ยานพาหนะ/อุปกรณ์ดับเพลิง และชุดป้องกันไฟป่า
  • อุปกรณ์สื่อสาร เพื่อให้ความสะดวกรวดเร็วในการดูแลรักษาป่า
  • ป้อมยาม ที่พักสมาชิกกลุ่มอนุรักษ์ฯ.

9.1.3           เพื่อส่งเสริมให้ราษฎรในตำบลมีรายได้จากการขาย ผลิตผล และ ผลิตภัณฑ์จากป่าโดยไม่ทำลายระบบธรรมชาติ จากศูนย์ฯหรือกลุ่มอนุรักษ์ฯ.(โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่)

อาคารจัดแสดง

    อาคารสำหรับจัดแสดงหรือจำหน่ายสินค้าของกลุ่มอาชีพต่างๆ ในตำบล หรือ ผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ผลิตได้ในตำบล เช่น ผักปลอดสารพิษ ปุ๋ยอินทรีย์ทุกชนิด ไม้ดอกไม้ประดับ ฯลฯ.

   สวนสุขภาพ

                ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิต(กลุ่มอนุรักษ์ฯ.) เป็นสวนสำหรับออกกำลังกายเดินเล่น พักผ่อนหย่อนใจ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ จัดแต่งเป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิดบนเนินสลับพื้นราบ พร้อมตกแต่ซุ้มสำหรับพักผ่อน ในบรรยากาศชุ่มชื่น เพลิดเพลินกับการชมดอกไม้ผลิบานได้อย่างใกล้ชิด(จัดแต่งสวนโดยกลุ่มอนุรักษ์ฯและกลุ่มไม้ดอกไม้ประดับตำบลบ่อปลาทอง)

แผนงานด้านอาคารเอนกประสงค์

                เป็นอาคารจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับความเป็นมาและเป้าหมายการทำงานของ ศูนย์ฯ. และผลงานทางด้านการเกษตร รวมทั้งแนะนำจุดท่องเที่ยวต่างๆ ภายในศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิต(กลุ่มอนุรักษ์ฯ.) ในรูปแบบวีดิทัศน์ ภาพนิ่ง โดยมีเจ้าหน้าที่คอยบรรยายสรุป เพื่อสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้มาเยือนก่อนเยี่ยมชม นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร ห้องน้ำสะอาด ร้านค้าไว้คอยบริการ ทั้งยังสามารถเลือกชมและซื้อพืชผักผลไม้ปลอดสารเคมี และผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตรของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรได้โดยตรงในราคาถูก รวมทั้งมีบริการเช่าจักรยานนำเที่ยวใน ศบป. หรือศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนตำบลบ่อปลาทอง อีกด้วย

จุดชมวิว

                อยู่บนยอดเขาตำแย มีสวนสมุนไพรและพรรมไม้ใกล้ที่จะศูนย์พันธุ์ระหว่างทางเดินแวดล้อมด้วยป่าโปร่งผสมป่าปลูก มีไม้ประดับและไม้ดอกยืนต้นช่วยแต้มสีสันให้กับเนินเขา บนยอดเขายังเป็นแหล่งหากินของนกหลายชนิด นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์รอบๆ ศบป.เขาตำแย ที่สวยงามได้-

สวนพรรณไม้หอม 

                อยู่ติดกับสวนสมุนไพร ภายในสวนปลูกพรรณไม้หอมหลากชนิดบนพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ ตกแต่งสวนด้วยน้ำตกและธารน้ำไหลลัดเลาะไปตามทางเดินอันร่มรื่น อบอวลด้วยกลิ่นหอมของดอกปีบ รีราวดี มหาหงส์ กระดังงา ราชาวดี ฯลฯ ที่ส่งกลิ่นหอมตลอดวัน และกฤษณาเป็นพันธุ์ไม้เศรษฐกิจที่ทำรายได้ให้เกษตรกรเป็นอย่างสูง

สวนสมุนไพร

                ร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้สมุนไพรพื้นบ้านและสมุนไพรหายากปลูกบนพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ ใกล้กับอาคารเอนกประสงค์ ภายในสวนแวดล้อมด้วยไม้สมุนไพรนานาชนิด เช่น หนุมานประสานกาย ฟ้าทะลายโจร หญ้าหนวดแมว กระชายดำ รางจืด และอีกกว่า 100 ชนิด ซึ่งสามารถเดินชมสมุนไพรแต่ละชนิดได้โดยมีป้ายชื่อและสรรพคุณทางยาติดไว้อย่างชัดเจน

 

 

 

แปลงวิจัยพืชผล

                เป็นแปลงเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญได้แก่ ข้าว ละมุด มะปาง กล้วย มะม่วง ข้าวโพด มัน มะพร้าวน้ำหอม  ผักปลอดสารเคมีทุกชนิดที่ตลาดต้องการ ปลูกหมุนเวียนตลอดฤดูกาล ซึ่งส่วนใหญ่ผลิตเพื่อส่งจำหน่ายต่างประเทศ นักท่องเที่ยวสามารถชมบรรยากาศรอบๆ แปลงวิจัยด้วยจักรยานหรือเดิน โดยจะมีเจ้าหน้าที่นำชมพร้อมบรรยายความรู้ด้านการปลูกพืชแต่ละชนิดด้วยความเพลิดเพลินตลอดเส้นทาง

                กิจกรรมอนุรักษ์ดินและน้ำ เช่น การปลูกหญ้าแฝกตามทางเดินและแปลงผัก กิจกรรมสร้างฝายต้นน้ำโดยกลุ่มอนุรักษ์ฯเขาตำแย หรือโครงการป่าต้นน้ำ

 

ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก

                บริการพื้นที่แคมป์ปิ้ง บ้านพัก หอพัก ห้องน้ำสะอาด สำหรับผู้มาพักแรม ร้านอาหาร โทรศัพท์สาธารณะ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งทางโครงการฯได้จัดเตรียมไว้เพื่อบริการสำหรับผู้มาเยี่ยมชม

บ้านพักผู้สูงอายุเพื่อสุขภาพ .......

                เป็นบริการจัดการดูแลผู้สูงอายุที่ญาติพี่น้องหรือลูกหลานเห็นความสำคัญด้านสุขภาพและจิตใจโดยทางโครงการฯจะมีกิจกรรมต่างๆผู้สูงอายุมีภูมิปัญญาอยู่นำออกมาถ่ายทอดให้กลุ่มเกษตรกรที่ทำงานอยู่โครงการศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนได้ปฏิบัติตาม และนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่น การปลูกผักปลอดสารพิษ ภูมิปัญญาด้านสมุนไพรต่างๆ จักสาร และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมายที่มีอยู่ในสูงอายู่เหล่านี้  ในลักษณะของฟาร์มสเตย์ โดยการจัดสร้างที่พักอาศัยอยู่ภายในฟาร์มเกษตรกรรมร่วมกับระบบธรรมชาติ โดยมีกลุ่มนักศึกษาที่จบมาเป็นผู้ดูแลเพื่อที่จะมีรายได้และศึกษาในระดับที่สูงต่อไป

แปลงเกษตรอินทรีย์........

                1. การผลิตปุ๋ยหมักจากวัตถุดิบภายในฟาร์ม ทั้งปุ๋ยชนิดแห้งและชนิดน้ำ เพื่อลดต้นทุนการผลิต

                2  การปลูกผักปลอดสารพิษ

                3. การทำปศุสัตว์และประมงน้ำจืดในระบบอินทรีย์

                4. การทำสวนผลไม้อินทรีย์ ในรูปแบบของการปลูกไม้ใช้หนี้

                5. การนำระบบพลังงานทดแทนมาใช้ประโยชน์ เช่น พลังงานลม,พลังงานแสงอาทิตย์

,และไบโอดีเซลมาใช้เพื่อการผลิตในกิจกรรมต่าง ๆ

                6. กิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การปลูกป่า เพื่อให้เกิดป่าต้นน้ำ ฯลฯ

ผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร

  • จำหน่ายพืช ผัก ผลไม้ ปลอดสารเคมี สดใหม่ จาก ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนพึงตนเอง หรือ ศบป.ตำบลบ่อปลาทอง เช่น ละมุด มะปาง มะม่วง กล้วย มะพร้าวน้ำหอม ฯลฯ
  • จำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตรของ ศูนย์ฯ. ต.บ่อปลาทอง และกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร น้ำผลไม้ ไวน์ชนิดต่างๆ กล้วยฉาบ ฯลฯ
  •  

กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตร

                เส้นทางเดินป่าโป่งและจุดชมวิวบนเขาตำแย ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นเส้นทางลูกรังลัดเลาะไปตามไหล่เขาที่ปกคลุมด้วยไม้ดอกยืนต้น เช่น ประดู่ พะยอม หางนกยูง  ผักหวานป่า สลับป่าไผ่เป็นแหล่งหากินของนกนานาชนิด เหมาะสำหรับผู้นิยมเดินป่าและดูนก อนุญาตให้พักแรมได้

แคมปิ้ง

                ศูนย์ฯ. ได้จัดสรรพื้นที่เป็นลานกว้างประมาณ 2 ไร่ ติดอ่างเก็บน้ำ อยู่ภายในศูนย์ฯ ไว้สำหรับแคมป์ปิ้งพักค้างแรม พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ห้องอาบน้ำสะอาด และให้บริการเช่าเต็นท์ เพื่อสัมผัสธรรมชาติอากาศบริสุทธิ์ และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตรได้อย่างครบวงจร

ปันจักรยานชมสวน

                มีบริการเช่าจักรยานสำหรับท่องเที่ยวสวนเกษตรตามเส้นทางลูกรังรวมระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร ระหว่างทางสามารถหยุดแวะชมความงามของไม้ดอกไม้ประดับ สวนผลไม้หลากหลายชนิด หากมาเป็นหมู่คณะจะมีเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ คอยนำชมตลอดวัน

จัดฝึกอบรม

                ศูนย์ฯ. มีการจัดฝึกอบรมให้ความรู้แก่ผู้สนใจทางการเกษตรและนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชม อาทิ แนะนำการปลูกพืช ไม้ผล ไม้ดอก และการดูแลรักษาพืชผลทางการเกษตร/การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร

หนึ่ง.         บริการสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตรที่น่าสนใจ ที่นอกจากความสวยงาม ความสะดวกสบาย และนำความรู้ที่ได้รับกลับไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้อีกด้วย

สอง.           นักท่องเที่ยวที่มาจะบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ จากแปลงของเกษตรกรในโครงการศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน จะเป็นลักษณะให้กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรทำให้ทานหรือซื้อไปทำเองก็ได้ ทางศูนย์มีอุปกรณ์ไว้ค่อยบริการ

 

 

                                                  แหล่งโบราณคดีธุดงค์สถานห้วยแก้วสันติธรรม

                       

                        หลักฐานที่หน้าเชื่องถือได้ แห่งโบราณคดีตั้งอยู่ในหมู่ที่ 1 ตำบลลำนางแก้ว และหมู่ที่ 3 ตำบลบ่อปลาทอง อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา หรือ อยู่ประมาณเส้นรุ้งที่ 14 องศา 34 ลิปดา 35 ฟิลิปดาเหนือ  แวง 101 องศา 12 ฟิลิปดาตะวันออก พิกัดกริด 47 PQS 147137

                        ลักษณะแหล่งโบราณคดีอยู่บนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 26 เมตร มีลักษณะเป็นเนินดินสลับกับพื้นที่ต่ำไปจนถึงแนวเขาลอมฟาง แหล่งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของลำนางแก้ว ซึ่งเกิดจากลำน้ำที่ไหลจากเขาน้อยหรือเขาตำแยในปัจจุบัน เขาลอมฟางและเขาภูหลวงทางด้านทิศเหนือ และเขาน้อย(เขาตำแย)ที่อยู่ทางทิศใต้  ลักษณะพื้นที่บริเวณนี้ เป็นพื้นที่ราบขนาดใหญ่ระหว่างแนวภูเขาที่ล้อมอยู่ทุกด้านและมีลำน้ำสำคัญหลายสาย(บริเวณทุ่งทำเลเลี้ยงบ้านบ่อปลา ตำบลบ่อปลาทอง เนื้อที่ประมาณ 700-800 ไร่ในปัจจุบัน) ซึ่งกรมชลประทานได้ทำการสร้างอ่างเก็บน้ำและลำสำลายและลำพระเพลิงเพื่อส่งน้ำให้แก่พื้นที่การเกษตรของชาวบ้านในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวอุดมสมบูรณ์สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้

                                               

                                                                      หลักฐานทางโบราณคดี

  1. ชิ้นส่วนโบราณวัตถุประเภทหิน สถาปัตยกรรมทำจากหินทรายสีขาวขนาดใหญ่จำนวนมาก ซึ่งชาวบ้านได้ไถขึ้นมาเก็บไว้บริเวณสำนักสงฆ์แห่งนี้
  2. ระฆังหินทำจากหินปูน มีร่องรอยการเจาะรูเพื่อใช้ร้อยเชือกได้
  3. ชิ้นส่วนของแท่นหิน หินบดและหินลับทำจากหินทรายจำนวนมากทั้งที่เก็บไว้และกระจายบนเนินดินรอบ ๆ สำนักสงฆ์
  4. ชิ้นส่วนนาคปรกหินทรายขาว
  5. เครื่องมือหินขัด
  6. แม่พิมพ์รูปวัชระและรูปบุคคล เต่าและดอกไม้

 

 

 

 

                                                                โบราณวัตถุประเภทโลหะสำริด  

  1. กระดิ่ง
  2. เครื่องประดับคานหาม
  3. ห่วงมีลวดลาย
  4. วัชระ และหอกขนาดเล็ก
  5. แท่งตะกั่ว
  6. แท่งดีบุก
  7. ชิ้นแร่เหล็ก
  8. แท่งสำริด
  9. กำไลสำริดมีลวดลาย ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 7 เซนติเมตร หนา 1 เซนติเมตร
  10. ตราประทับรูปคชสีห์(สำริด) เส้นผ่าศูนย์กลาง 3.5 เซนติเมตร
  11. แท่นเหล็ก 3 ขา มีลวดลายรูปนาคที่ส่วนขา

 

 

 

                                                                                เหล็ก

  1. ดาบ มีดหอก
  2. ขวาน
  3. จอบ

 

                                                                       เครื่องปั้นดินเผา

  1. ฝาเคลือบสีน้ำตาล
  2. ตลับเคลือบสีขาว
  3. กระปุกเคลือบสีน้ำตาล
  4. กระปุกรูปนกเคลือบสีน้ำตาล
  5. คนโฑรูปบุคคล เคลือบสีน้ำตาล (ชำรุด) สูง 16 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 10 เซนติเมตร
  6. ไหเคลือบสีน้ำตาล
  7. รูปปลาดินเผา (บรรจุน้ำได้) ยาว 18 เซนติเมตร
  8. ชิ้นส่วนเตาเผา (SIAD KLINS)
  9. เศษเครื่องเคลือบสีเขียวและสีน้ำตาล ประเภท ชาม ไห โถ และเศษเครื่องปั้นดินเผา

 

                       แหล่งโบราณคดีแห่งนี้เป็นแหล่งเตาเผาขนาดใหญ่แบบเตาดิน (slab kilns) ตั้งอยู่ระหว่างลำนางแก้วกับบ่อปลาทอง ผลิตเครื่องเคลือบประเภทต่าง ๆ (stone ware) และเครื่องปั้นดินเผา(earthenware) นอกจากนี้ยังพบหลักฐานการถลุงแร่โลหะชนิดต่าง ๆ คือ เหล็ก สำริด และแม่พิมพ์ทำจากหินทรายเพื่อการหล่อรูปเคารพขนาดเล็กและตราประทับ และเครื่องประดับ ส่วนอาวุธและเครื่องมือคงจะใช้การตีจากวัตถุดิบที่ถลุงแล้ว โลหะอื่น ๆ ที่พบเป็นแท่งขนาดเล็ก เช่น ตะกั่ว ดีบุก ได้มาจากการแลกเปลี่ยนกับชุมชนอื่น ๆ

                        ลำนางแก้วกับบ่อปลาทองจึงเป็นแหล่งเตาเผาเครื่องเคลือบ การถลุงโลหะและการหล่อและผลิตเครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องประดับรูปเคารพและตราประทับที่สำคัญ ซึ่งอยู่ระหว่างเส้นทางการติดต่อค้าขายระหว่างภาคอีสานตอนลาง และภาคตะวันออก บรรดาเครื่องเคลือบลักษณะแบบเตาบ้านกวาดจังหวัดบุรีรัมย์ที่พบในแหล่งโบราณคดี ภาคตะวันออก อาทิ ดงละคร เมืองศรีมโหสถ เมื่องพระรถ เป็นต้น

                        ส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดอาจมาจากแหล่งเตาเผาแห่งนี้ เพราะอยู่ในเส้นทางการค้า และใกล้กว่าแหล่งเตาเผาบ้านกรวด นอกจากนี้ยังพบการถลุงโลหะและการหล่อและผลิตงานโลหะกรรม เป็นไปได้ว่าเป็นแหล่งหนึ่งในเขตอีสานตอนล่างและส่งไปยังกลุ่มเมืองเดียวกับเครื่องเคลือบที่พบกระจายในภาคตะวันออก

                        อย่างไรก็ตามแหล่งตะกั่วที่พบในเขตจังหวัดกาญจนบุรี แหล่งดีบุกในจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบฯ และระยอง แหล่งเหล็กในจังหวัดชลบุรี ลพบุรีและปราจีนบุรี กลุ่มมืองทางตะวันออกอาจใช้วัตถุดิบดังกล่าว เป็นสิ่งแลกเปลี่ยนทางการค้ากับกลุ่มลำนางแก้วและบ่อปลาทองในปัจจุบัน ซึ่งเป็นกลุ่มเมืองท่าด้วยกัน คงจะมีสินค้าจากต่างประเทศเช่นลุกปัดจากอินเดีย เปอร์เซีย และผ้า เป็นต้น ในการติดต่อการค้าและแลกเปลี่ยน

                        แหล่งเตาเผาลำนางแก้ว มีศาสนาสถานประจำชุมชน ก่อสร้างด้วยหินทราย แต่น่าเสียดายว่าถูกไถออกจนหมดและทางสำนักสงฆ์ได้นำชิ้นส่วนต่าง ๆ และฐานประติมากรรม มาเก็บไว้พร้อมกับโบราณวัตถุที่กล่าวมาใน ตอนต้น นอกจากนี้ทางทิศเหนือของแหล่งเตาเผาเป็นแนวเขาลอมฟางและเขาภูหลวงซึ่งเขาลอมฟางมีลักษณะเป็นหินทรายและถูกดัดแปลงปรับพื้นที่ออกเป็น 3 ระดับ จนถึงส่วนยอด ในอดีตระดับปรับเป็นพื้นเรียบรอบแนวเขา บนส่วนยอดมีร่องรอยการลักลอบขุด พื้นที่โดยรอบปรับเรียบเสมอกัน ตรงส่วนขอบเขาลอมฟางโดยรอบวงกลม มีการวางก้อนหินทรายขนาดใหญ่เป็นระยะ

                        ลักษณะการปรับพื้นของเขาลอมฟางแบ่งออกเป็น 3 ระดับ และแต่ละระดับสามารถเดินได้โดยรอบภูเขา คงเป็นประโยชน์ในการประกอบพิธีกรรม การปรับภูเข่าดังกล่าวทำให้คิดถึงศิวลึงค์ในสมัยหลังที่มักจะแบ่งออกเป็น 3 ระดับหรือเป็นภาค คือส่วนบนสุดหมายถึงรุทธภาค ส่วนกลางคือวิษณุภาค และส่วนล่างคือพรหมภาค และยังหมายถึงศูนย์กลางจักรวาล ซึ่งแนวเขาลอมฟางตั้งโดดเด่นสามารถมองเห็นในระยะไกลได้ และพื้นที่โดยรอบเป็นที่ราบ บางแห่งเป็นแอ่งในฤดูฝนจะมีน้ำขังอยู่รอบแนวภูเขา ทำให้อาจเปรียบถึงมหาสมุทรได้นั่นเอง น่าสังเกตุว่าเขาลอมฟางอยู่ทางทิศเหนือของแหล่งเตาเผาลำนางแก้วและบ่อปลาทอง ถึง 3 กิโลเมตร คงจะเป็นเขตศาสนสถานหรือประกอบพิธีกรรมที่สำคัญ

                        นอกจากนี้ทิศทางตะวันตกของสำนักสงฆ์ราว 3 กิโลเมตร เป็นวัดลำนางแก้ว ซึ่งทางทิศเหนือของวัดพบโบราณสถานขนาดใหญ่ก่อสร้างด้วยศิลาแลงและหินทรายและมีบ่อน