วันที่ 16-17 พฤศจิกายน 2552 มาประชุมประสานแผนร่วมกับภาคีเครือข่ายการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 2 จังหวัดสระบุรี ประจำปี 2553 ณ โรงแรมสองพันบุรี จ.สุพรรณบุรี ท่านนายแพทย์มงคล อังคศรีทองกุล ท่านหัวหน้าสำนัก สคร.2 ได้กล่าวถึงโครงการสำคัญปีงบประมาณ 2553 ของกรมควบคุมโรคว่ามีดังนี้ 1. โครงการตามพระราชดำริ ได้แก่ โรคหนอนพยาธิ ซึ่งดำเนินการในเขตทุรกันดาร พื้นที่ สคร.2 ไม่ใช่เป้าหมาย 2. สุขภาพดีวิถีชีวิตไทย ได้แก่ 2.1โรคไม่ติดต่อ ที่รวมโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โดยมีแนวทางการดำเนินงานสำคัญคือ “ชุมชนลดเสี่ยง ลดโรค” 2.2 การบาดเจ็บ ที่สำคัญคือ การป้องกันการจมน้ำตายในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และอุบัติเหตุจราจร 3. การป้องกันโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กลุ่มเป้าหมายคือ แรงงานนอกระบบ ผู้ประกอบอาชีพภาคอุตสาหกรรม ผู้ให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบต่อสุขภาพจากสิ่งแวดล้อม 4. การลดโรคที่เป็นปัญหาสำคัญระดับชาติ ได้แก่ โรคเอดส์ วัณโรค ไข้เลือดออก ชิคุนกุนยา และอาหารเป็นพิษ 5. การลดโรคที่เป็นปัญหาสำคัญระดับพื้นที่ 5.1 โรคติดต่อระหว่างคนและสัตว์ ได้แก่ โรคพิษสุนัขบ้า โรคเลปโตสไปโรซีส โรคมาเลเรีย 6. การพัฒนาระบบริหารจัดการและการเตรียมความพร้อมตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข ได้แก่ โรคติดต่ออุบัติใหม่ ที่สำคัญคือ โรคไข้หวัดนก และ PHER (Public Health Emergency) เช่นการระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 7. การบังคับใช้กฎหมายควบคุมแอลกอฮอล์และยาสูบ ได้แก่งานควบคุมการบริโภคยาสูบ และงานเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสุดท้ายข้อ 8 การพัฒนาองค์กร ทิศทางการพัฒนามี 2 เรื่อง คือ การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ( PMQA) และการจัดทำคำรับรองและการประเมินผลการปฏิบัติราชการของหน่วยงาน กรมควบคุมโรค
นอกจากนี้ท่าน ดร.น.พ.ปรีชา เปรมปรี ผู้รับผิดชอบงานวิชาการของ สคร . 2 ได้บรรยายเกี่ยวกับ Situation : Diease & Risk โดยพบว่าในพื้นที่ของ สคร.2 มีโรคที่เป็นปัญหาสาธารณสุข 5 อันดับสำคัญ คือ 1. อุจจาระร่วงเฉียบพลัน ซึ่งพบในกลุ่ม 0-5 ปีมากที่สุด ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสโรทา คาดว่าในอนาคตจะมีวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโรทาฉีดป้องกันได้ 2. ไข้ไม่ทราบสาเหตุ เป็นถังขยะใบใหญ่ ใช้หลบบางโรค เช่น ไข้เลือดออก เวลาจะประเมินไข้เลือดออกต้องดูไข้ไม่ทราบสาเหตุด้วย และพบว่า 30 % ของไข้ไม่ทราบสาเหตุสามารถเปลี่ยนวินิจฉัยเป็นโรคอื่นได้ 3. สุกใส เพราะปี 2552 มีการระบาดมาก 4. ปอดบวม ใช้จับความรุนแรงของโรคไม่ใช้โดยตรง ดูภาพเสมือน 5. ตาแดง ปีนี้ระบาดเกือบทุกจังหวัดทั่วประเทศ 6. ไข้เลือดออก ที่มีการระบาดสูงมากในปี 2551 และลดลงมากในปกี 2552 โดยไม่ทราบสาเหตุว่าเพราะเหตุใดจึงลดลง ไข้เลือดออกเป็นอีกโรคที่กำลังมีการพัฒนาวัคซีนและคงยังไม่เสร็จง่ายๆ ต้องรอกันอีกพักใหญ่ญญญ 7 โรคมาเลเรีย ที่คาดกันว่าอาจจะระบาดใหม่ได้ เพราะไม่เจอมานานแพทย์อาจลืมนึกถึง ทำให้ผู้ป่วยกลายเป็นพาหะ และพบว่าในพื้นที่เขต 2 ยังมียุงก้นปล่องอยู่ในบางพื้นที่ กว่าจะวินิจฉัยได้อาจมีเชื้อเต็มพื้นที่แล้วก็ได้ 8. อหิวาตกโรค ถึงแม้ว่าพื้นที่เขต 2 จะไม่ค่อยมี case แต่แหล่งของโรคนี้ก็มาจาก 2 ทางคือ จากแรงงานต่างด้าวและจากอาหารทะเล ซึ่งอย่างหลังพบว่าการปนเปื้อนของหอยแครงที่เลี้ยงที่สุราษฎร์เป็นเหตุให้เกิดโรคนี้ได้ด้วย 9. อาหารเป็นพิษ ซึ่งนับรวมกับอุจจาระร่วงอย่างแรง โดยพบว่าครึ่งหนึ่งของข้อมูลจากรายงาน 506 ใช้วิเคราะห์อะไรไม่ค่อยได้เพราะหากเป็นการติดเชื้อรายเดี่ยวจะไม่ค่อยทราบว่า source มาจากไหนยกเว้นการระบาดใหญ่จึงจะรู้แหล่งโรคที่แน่ชัด พบว่าข้อมูลการสอบสวนโรคเป็นชุดข้อมูลที่ดีที่สุดในการวิเคราะห์อาหารเป็นพิษ 10. AFP ที่น่ากังวลคือ ปี 2552 มีการค้นพบผู้ป่วย AFP ได้น้อยมากทั้งๆที่เป้าหมายการค้นหาเพิ่มจาก 1:100,000 เป็น 2:100,000 11. ผู้สูงอายุ พบว่า จังหวัดชัยนาทของเรามีประชากรผู้สูงอายุปี 2550 ร้อยละ 13.7 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศคือ 10.7 และคาดกันว่าในปี 2563 จังหวัดชัยนาทจะมีประชากรผู้สูงอายุสูงถึงร้อยละ 23.2 ขณะที่ค่าเฉลี่ยของประเทศอยู่ที่ 17.5 จะเห็นได้ว่าอีก 10 ข้างหน้าจังหวัดชัยนาทของเราจะมีจำนวนผู้สูงอายุเกือบ 1ใน 4 ของประชากรทั้งหมด เป็นการบ้านข้อใหญ่ให้พวกเราต้องเตรียมรับมือกับผู้สูงวัย ซึ่งอาจรวมพวกเราหลายๆ คนที่ต้องนับรวมในอนาคต ว่าจะทำอย่างไรให้ผู้สูงวัยเป็นทรัพย์สินที่มีคุณค่าของสังคมแทนการเป็นภาระทางสุขภาพที่สังคมต้องแบกรับ
อังค์ริสา พินิจจันทร์
เนื้อหาละเอียดครบถ้วนดีครับ
Boss